new

 

ลูกค้าร้านชาบูนางใน สาขาแห่งหนึ่ง เปิดใจ หลังถูกร้านชาบูขอเก็บเงินเพิ่ม อ้างสั่งแค่เมนูเนื้อและกุ้ง เจ้าตัวลั่น ไม่ไปกินร้านนี้อีกแล้ว

เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง รีวิวเพจร้านชาบูนางใน สาขาแห่งหนึ่ง ก่อนทางเพจร้านจะมาตอบกลับมา ลูกค้าสั่งกินแต่เมนูเนื้อและกุ้ง แบบนี้ไม่ได้เรียกชาบู แถมยังเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 200 บาท นั้น

วันนี้ (10 ก.ย.63) อีจันได้คุยกับนายณัฏฐ์เมธี ธนกิตต์วุฒิกุล ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการร้านชาบูนางใน นายณัฏฐ์เมธี เล่าว่า ตนไปใช้บริการร้านชาบูบ่อยมาก เกือบ 3 ปีได้ 1 เดือนก็จะเข้าไปกินประมาณ 2 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดทำเอาเสียความรู้สึกมาก เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ย.63 ตนและแฟนไปกินชาบู โดยสั่งเนื้อ กุ้ง และสั่งเห็ดเข็มทองเพิ่ม จู่ๆ เจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิง เดินมาบอกกับตนว่า “ลูกค้าคะ ลูกค้าจะสั่งแบบนี้ไม่ได้นะคะ ลูกค้าจะสั่งแต่เนื้อ กับกุ้งอย่างเดียว ไม่สั่งผักไม่ได้นะคะ” ความรู้สึกแรกตอนนั้น งงมาก เจ้าของร้านก็พูดต่ออีกว่า “ถ้าไม่สั่งเมนูอื่น ทางร้านจะขาดทุนนะคะ”

จบประโยค งงมากและรู้สึกแปลกใจ ก่อนถามกลับไปว่า “หมายความว่ายังไงครับ?”

เจ้าของร้านก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ดังว่า “ถ้าลูกค้าจะสั่งแบบนี้ มันไม่คุ้มกับเงินที่ลูกค้าจ่ายเข้ามา ไหนจะเงินที่ต้องจ่ายค่าพนักงานอีก ถ้าลูกค้ามาอีกครั้งหน้าจะขอเก็บเงินเพิ่ม” พูดเสร็จไม่รอให้ตนตอบ ก็หันหลังเดินออกไปเลย

หลังจากเกิดเหตุการณ์ นายณัฏฐ์เมธี ตัดสินใจจะไปกินชาบูร้านนี้อีก จึงไปกดอันไลค์เพจร้าน เฟซบุ๊กก็มีคำถามกลับมาว่าทำไมถึงอันไลค์เพจ นายณัฏฐ์เมธี จึงแสดงความคิดเห็นว่า เสียความรู้สึก ไม่เคยเจอร้านบุฟเฟ่ต์ที่ทำแบบนี้

ไม่นาน ทางเพจร้านก็ได้ตอบกลับมา…

“ทางร้านขู่ว่าจะดำเนินตามกฎหมาย ซึ่งเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไปกินบุฟเฟ่ต์ เราไม่ได้ไปขโมยของใคร เราก็จ่ายเงินตามปกติ” ล่าสุด นายณัฏฐ์เมธี ตัดสินใจแจ้ง สคบ. แล้ว พร้อมแต่งตั้งทนายดำเนินการเรียบร้อย

ไม่คิดว่าเรื่องจะหนักขนาดนี้ เรื่องนี้มันอยู่ที่ทัศนคติมากกว่า

ทัศนคติของเจ้าของร้านต่อลูกค้าอาจจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ มันเลยทำให้เกิดเป็นประเด็น ลูกค้ากินเยอะ กินน้อยเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าเกิดเอาคนหนึ่งคนมาเป็นบรรทัดฐาน ในการที่จะเก็บตังค์เพิ่มหรือไม่เก็บเพิ่ม ผมว่า เขามองธุรกิจของเขาอาจจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่

อยากฝากถึงเจ้าของร้าน ว่า รู้สึกเสียใจ เพราะตนเป็นลูกค้าที่ไปใช้บริการนานมาก เวลาไปกินก็แนะนำให้เพื่อน ให้คนรู้จักไปกินที่ร้านนี้บ่อยมาก ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

“บางครั้งงานบางงาน อาจจะเหมาะกับคนบางคน คนบางคนก็ไม่ควรจะออกมาอยู่หน้าร้าน ให้เขาทำงานในส่วนที่เขาควรจะทำมากกว่า เสียดายที่ต้องเสียร้านประจำไป 1 ร้าน และเพื่อนๆ เราก็คงจะไม่ไปที่ร้านนี้แล้ว”

แต่ไม่ใช่ว่าภาพรวมของร้านไม่ดีเลย พนักงานของร้านบริการดีมาก เติมน้ำเร็ว จดจำรายละเอียดของลูกค้าประจำว่าชอบกินอะไร นี่คือจุดเด่นของร้าน ไม่อยากให้ทุกคนเหมารวมแฟรนไชส์ทั้งหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปัญหาเกิดขึ้นตัวบุคคลเพียงคนเดียว อย่าไปแบนทั้งแฟรนไชส์เลย เชื่อว่าร้านอื่นทำธุรกิจเต็มที่อยู่แล้ว

สุดท้าย นายณัฏฐ์เมธี ยังฝากอีกว่า อย่าไปอคติกับร้านชาบูเลย กินต่อไปเถอะครับ


ขอขอบคุณข่าวจาก