new

 

เวลา 18.30 น. ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ นำตัวนายสมชาย ยาวิโน อายุ 50 ปี คู่กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนทำให้นายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานคนสำคัญในคดีบอส อยู่วิทยา มาสอบสวนปากคำที่โรงพัก เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยมี พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตะสินธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาสอบสวนปากคำ

จากการสอบสวนนายสมชาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปดื่มสุรากับเพื่อน จากนั้นได้ขี่จักรยานยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว เพื่อไปหาเพื่อนย่านชุมชนสันติธรรม อ.เมืองเชียงใหม่ แต่ขณะที่ขี่จักรยานยนต์อยู่ช่องทางด้านซ้ายตามปกติ คู่กรณีก็ได้ขี่จักรยานยนต์มาเฉี่ยวชนด้านท้ายรถ ทำให้รถของตนเอง เสียหลักพุ่งไปจนเกาะกลางถนน ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนเองคือชายเสื้อสีฟ้าที่หน่วยกู้ภัยให้การช่วยเหลือ ส่วนนายจารุชาติ คู่กรณีหลังจากขี่รถมาชนตนเองรถก็ล้มลงอยู่ริมถนนด้านซ้าย หลังจากนั้นตนเองก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย โดยยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายจารุชาติมาก่อน

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า พยานหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดบนเส้นทาง ทั้ง ก่อนชน ขณะชน และ หลังชน ประกอบกับลักษณะการเฉี่ยวชน และ ข้อมูลให้ปากคำของคู่กรณี และ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งผลการชันสูตรเบื้องต้นจากแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ระบุไม่พบบาดแผลอื่นใด ที่ต้องสงสัยนอกเหนือจากบาดแผลจากอุบัติเหตุ ทำให้เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุจริงๆ และเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งในขณะนี้ก็ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายสมชายในข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.พิเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดข้อสงสัยจากสังคม เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นพยานคนสำคัญในคดีสำคัญ ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการกำชับให้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้รัดกุมรอบคอบและชัดเจน ให้คลายข้อสงสัยได้ทุกประเด็น ซึ่งก็ได้สั่งการให้เก็บข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะคู่กรณี ที่จะตรวจสอบประวัติส่วนตัวย้อนหลัง ตรวจสอบไทม์ไลน์ ทั้งก่อนเกิดเหตุหลังเกิดเหตุว่าไปไหน อยู่กับใคร จะตรวจสอบทั้งหมด เบื้องต้นพบว่านายสมชายเป็นคนเชียงใหม่ สถานภาพโสด และ ไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงว่ารู้จักกับผู้ตาย

นอกจากนี้ พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ยังได้ลงพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของนายจารุชาติ ไปสอบถามข้อมูลจากคนในครอบครัว เบื้องต้นทราบว่าก่อนเสียชีวิต นายจารุชาติมาทำงานที่เชียงใหม่ประมาณหนึ่งปี แต่ไม่กลับบ้าน และ ไม่มีใครทราบด้วยว่านายจารุชาติไปเป็นพยานในคดีสำคัญ


ขอขอบคุณข่าวจาก