news

 

น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ สำหรับ “น้องดีแลน” ซุป’ตาร์ หนุ่มตัวน้อยคนใหม่ของวงการบันเทิง ลูกชายของคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์” และ “แมทธิว ดีน ฉันทวานิช” ที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกด้วยวิธีผ่าคลอด ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎ์ สุขุมวิท พร้อมน้ำหนักตัว 3,072 กรัม และความยาว 51 เซนติเมตร หลังอยู่ในครรภ์คุณแม่มานานถึง 10 เดือน

โดยล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (21 ก.ค.) ลิเดีย-แมทธิว ก็ได้ถือโอกาสแนะนำ “น้องดีแลน” สมาชิกคนใหม่ของครอบครัว ก่อนเผยความรู้สึกแรกตอนที่ได้เห็นหน้าลูกชายตัวน้อยให้เราฟังว่า…

ลิเดีย – “ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะคลอดด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจผ่าเนื่องจากปากมดลูกไม่เปิด คือเดียไม่ปวดท้องเลย และน้องก็ไม่กลับหัว พอเป็นแบบนั้นคุณหมอก็เลยแนะนำว่าให้ผ่าออก เพราะถ้าไม่ผ่าอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็ก ซึ่งสุดท้ายพอผ่าออกมาถึงได้รู้สาเหตุที่น้องไม่กลับหัวว่าเป็นเพราะมีรกพันคอเขาอยู่ 2 รอบ”
แมทธิว – “ถามว่าตกใจไหม ก็ไม่ตกใจมากหรอกครับเพราะเรามารู้หลังจากที่เขาคลอดออกมาแข็งแรงปลอดภัยแล้ว และอีกอย่างคุณหมอก็บอกว่าเป็นปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่มีผลกระทบอะไรครับ”

ความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
ลิเดีย – “ก็ดี และมีความสุข ล่าสุดหลังจากที่ให้นมเขาก็เพิ่งจะลืมตาสองข้าง ดีใจมากค่ะ (ยิ้ม) ตอนแรกที่เห็นเขา คือเขาตัวใหญ่มาก เข้าใจเลยว่าทำไมตอนอุ้มท้องเขาช่วงสองอาทิตย์สุดท้ายถึงได้รู้สึกว่าเขาหนัก อีกอย่างคิ้วเขาดกมากค่ะ (หัวเราะ)”
แมทธิว – “ความรู้สึกแรกที่เห็นหน้าเขามันอัศจรรย์มากครับ อธิบายยากมากจริงๆ คือเราได้เห็นตัวจริงเขาแล้ว มันซึ้งมาก ประทับใจ อเมซิ่งมากครับ”

ความรู้สึกตอนให้นมลูกเป็นยังไงบ้าง ?
ลิเดีย – “เมื่อวานตอนให้นมเขาก็กังวลนิดหน่อยเนื่องจากเขาไม่ฉี่ออกมา คือเราคิดไปว่าเป็นเพราะเราน้ำนมไม่พอหรือเปล่า แต่ล่าสุดก็เพิ่งจะฉี่เมื่อสักครู่นี้เองค่ะ ดีใจ โล่ง (หัวเราะ) จริงๆ มันอัศจรรย์มากเลยนะคะ ที่เราอุ้มท้องเขาอยู่นานและก็ได้เห็นเขาวันนี้ มีความสุขมาก บรรยายไม่ถูกเลยค่ะ:

ได้มีโอกาสเลี้ยงน้องดีแลนบ้างหรือยัง ?
แมทธิว – “ช่วงนี้ก็มีพยาบาลเข้ามาสอนเทคนิคต่างๆ ในการเลี้ยงน้องอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเรายังเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ซึ่งสิ่งที่พยาบาลสอนเราก็จำไว้ถ้าเกิดอีกครั้งจะได้ทำได้ แต่ก็มีเข้าคอร์สนู่นนั่นนี่บ้างครับ”

เขาเลี้ยงง่ายไหมเท่าที่สังเกต ?
ลิเดีย – “เป็นคุณแม่ฮอร์โมนส์ค่ะ ก็ดีใจ (น้ำตาไหล) แต่เมื่อคืนก็นอนน้อยเพราะเขาร้องตลอด เราเองก็เลยกังวลว่าเราจะมีนมให้เขาไหม ตอนนี้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่เลยค่ะ มีความสุขมาก”

ชื่อดีแลน ได้มายังไง ?
ลิเดีย – “ชื่อนี้ตั้งกันนานมาก เพราะเราคิดหลายอย่าง คิดไว้ประมาณ 100 ชื่อ (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็มาลงท้ายกันที่ตัว D เพราะครอบครัวเราสองคนก็ D กันหมด ถ้าพูดกันไทยๆ ก็คือ “ดี” ซึ่งมันก็มีความหมายที่ดีอยู่แล้ว เด็กดี (หัวเราะ) ส่วนชื่อจริงยังไม่มีเวลาไปเลือกดูเลย”
แมทธิว – “ความหมายตามภาษาอังกฤษ ที่มาจากประเทศเวลส์ ก็คือ คลื่นที่ยิ่งใหญ่ แต่เอาจริงๆ ความหมายก็แค่ส่วนหนึ่งครับ เพราะเราต้องการให้ชื่อเขาออกเสียงง่าย และคล้องจองกับนามสกุล”

วางแผนหลังจากนี้ไว้ยังไงบ้าง ?
แมทธิว – “คืนนี้ก็น่าจะกลับบ้านแล้วครับ และก็คิดว่าจะลุยกันเลย สิ่งที่เรารอคอย (หัวเราะ) การเลี้ยงลูกนะครับ”
ลิเดีย – “ช่วงนี้ก็คงต้องพักงานไปก่อน เพราะน่าจะเหนื่อยกับการเลี้ยงน้องหน่อย คือเราตั้งใจจะเลี้ยงเองค่ะ (ยิ้ม)”

ยังมีอะไรอีกไหมที่เรารู้สึกกังวลเป็นพิเศษ ?
ลิเดีย – “กังวลเรื่องเดียวค่ะ คือกลัวไม่มีนมให้ลูก แต่หมอบอกว่าไม่ต้องกังวลมันเป็นแค่ช่วงของฮอร์โมนส์ตอนนี้เฉยๆ ยังไงนมก็ต้องมี ลูกแข็งแรงแน่นอน”

ได้มีการบำรุงอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม ?
แมทธิว – “ไม่มีการบำรุงนะ ก็แค่กินกันปกติ แต่ก็มีผู้ใหญ่แนะนำเรื่อยๆ เรื่องอาหาร (ยิ้ม)”

เท่าที่สังเกตเรารู้สึกว่าหน้าเขาเหมือนใคร ?
ลิเดีย – “ลูกหน้าเหมือนอากงค่ะ หน้าเหมือนพ่อเดียเลย ทุกคนลงมติว่าอย่างนั้น (หัวเราะ) แต่เขาก็ได้คิ้วที่แมท ได้จมูกพี่แมทนะ”

ผู้ใหญ่ได้นำของขวัญมามอบให้บ้างหรือยัง ?
ลิเดีย – “เขาน่าจะเตรียมไว้นะคะ แต่เดียยังไม่รู้อะไรเลย เพราะเมื่อวานก็ยังเบลอๆ อยู่”
แมทธิว – “จริงๆ มีเพื่อนๆ แวะมาเยี่ยม เดินทางมาให้กำลังใจกันตลอด ทุกคนเดินทางมาเยอะมากครับ บรรยากาศอบอุ่นมากเลยครับ”

จากนี้ตั้งใจจะมีอีกคนต่อเลยหรือเปล่า ?
ลิเดีย – “จริงๆ เราก็มีแพลนว่าจะมีต่อนะคะ แต่คงต้องพักร่างก่อนสัก 2 ปี ให้ดีแลนโตอีกสักนิดดีกว่าค่ะ”

แมทธิวเห็นเขาอุ้มท้องและก็เจ็บขนาดนี้ ?
แมทธิว – “จริงๆ ผมก็รักเขาสุดใจอยู่แล้วนะครับ แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เรามีความผูกพัน มีช่วงเวลาพิเศษในครอบครัวเราครับ (ยิ้ม)”

เพื่อนๆ ที่ทายเพศลูกผิดมีคนนำของขวัญมามอบให้หรือยัง ?
ลิเดีย – “จากประมาณ 40-50 คน ที่ทายวันกับเพศลูก ก็มีคนทายถูกแค่คนเดียวค่ะ เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเดียเอง (หัวเราะ) ส่วนคนที่ทายผิดเอาไว้ให้ผู้จัดการค่อยเป็นคนทวงของขวัญ”


ขอขอบคุณข่าวจาก