<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/iphone-6-plus/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>Galaxy Note 4 ปะทะ 6 Plus กล้องใครเจ๋งกว่ากัน</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/1979</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/1979#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2014 06:04:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Galaxy Note 4]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6 Plus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=1979</guid>
		<description><![CDATA[เป็นประเด็นร้อนแรงในปัจจุบันเพราะทั้งแบรนด์แอปเปิลและซัมซุง ต่างก็ได้สร้างมาตรฐานกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอดและทุกครั้งที่สมาร์ทโฟนของทั้งสองค่าย โดยเฉพาะรุ่นแฟลกชิปที่เพิ่งเปิดดัวไปกับ Galaxy Note 4 จากซัมซุงและ iPhone 6 Plus จากแอปเปิลที่ตอนนี้อยู่ในกระแสร้อนแรงทิ้งท้ายปี 2014 ไปทั่วโลก คำถามยอดฮิตที่ผู้อ่านทุกคนทั่วโลกอยากรู้มากที่สุดนอกจากเรื่องสเปกและฟีเจอร์ใหม่ก็คือ &#8220;คุณภาพกล้องถ่ายภาพเป็นอย่างไรและกล้องใครเจ๋งกว่ากัน&#8221; โดยสื่อต่างประเทศหลายสำนัก เช่น PhoneArena หรือสื่อกระแสหลักอย่าง The Straits Times ก็ได้นำเสนอข้อมูลเทียบกล้องหลักของทั้ง iPhone 6 Plus และ Samsung Galaxy Note 4 และต่างยกย่อย Galaxy Note 4 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยเฉพาะเรื่องสีสัน การเก็บรายละเอียดภาพและกล้องหน้าแบบกว้างพิเศษ 120 องศาที่ทำคะแนนดีกว่า iPhone 6 Plus อย่าง PhoneArena ให้คะแนนรวม Galaxy Note 4 สูงถึง 9 คะแนน ในขณะที่ iPhone 6 Plus ได้คะแนน 8.67 คะแนนเท่านั้น อีกทั้ง Galaxy Note 4 ยังมีคะแนนทดสอบทุกด้านยอดเยี่ยมติดอันดับที่ 1 จากผลทดสอบสมาร์ทโฟนเรือธง 7 รุ่นที่วางตลาดในปัจจุบัน วันนี้ก็ถือเป็นฤกษ์ดีที่เราได้รับสมาร์ทโฟนสุดฮิตทั้งสองรุ่นมาทดสอบกันอย่างละเอียดโดย ผลทดสอบจะเป็นอย่างไรติดตามอ่านได้ต่อจากนี้ ตรวจสเปกกล้อง ก่อนจะเข้าสู่ส่วนทดสอบประสิทธิภาพกล้อง เรามาสำรวจสเปกกล้อง Samsung Galaxy Note 4 และ Apple iPhone 6 Plus กันก่อน เริ่มจาก Apple iPhone 6 Plus ความละเอียดภาพสูงสุดจะอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล (3,264&#215;2,448 พิกเซล) ระยะเลนส์ที่เลือกใช้เมื่อเทียบกับกล้องฟูลเฟรม 35 มิลลิเมตรอยู่ที่ 29 มิลลิเมตร พร้อมปรับเพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบฮาร์ดแวร์ (Optical image stabilization) และใส่เซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสแบบ Phase detection ที่ช่วยให้ระบบออโต้โฟกัสทำงานได้รวดเร็วขึ้นในที่แสงน้อยพร้อมไฟแฟลชแบบ LED ทูโทนที่แอปเปิลเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาภาพสว่างจ้าเวลาถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืนได้ ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดภาพสูงสุด 1.2 ล้านพิกเซล ชุดเลนส์เป็นแบบเดียวกับไอโฟน 5s มาถึง Samsung Galaxy Note 4 ความละเอียดภาพสูงสุดถูกเพิ่มเป็น 16 ล้านพิกเซล (3,456 x 4,608 พิกเซล) จากรุ่นก่อนหน้า ระยะเลนส์ที่เลือกใช้เมื่อเทียบกับฟูลเฟรม 35 มิลลิเมตรจะอยู่ที่ 31 มิลลิเมตร พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบฮาร์ดแวร์ (Optical image stabilization) ไฟแฟลชแบบ LED ดวงเดียวแต่ควบคุมความเข้มของแสงผ่านซอฟต์แวร์ในสมาร์ทโฟน ในส่วนกล้องหน้าค่อนข้างโดดเด่นจากคู่แข่งมาก เพราะซัมซุงเลือกปรับเปลี่ยนเลนส์กล้องใหม่ให้มีความกว้างมากขึ้นและรองรับความละเอียดภาพสูงถึง 3.7 ล้านพิกเซลพร้อม Beauty Mode หน้าใส เด้ง ไร้สิว และฟีเจอร์พิเศษ Wide selfie ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟีกลุ่ม (มากกว่า 5 คนขึ้นไป) ได้ง่ายด้วยมุมกล้องที่สามารถถ่ายได้กว้างถึง 120 องศา อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้สเปกกล้องถ่ายภาพก็คือ ส่วนเซ็นเซอร์รับภาพที่ต่างคนต่างปรับแต่งใหม่เพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือการรับแสงในที่แสงน้อยจะทำได้ดีขึ้นรวมถึงไดนามิก มิติของภาพที่ได้รับการพัฒนาขึ้น แต่ดูจากสเปกของเซ็นเซอร์ที่ปรับใหม่แล้ว ฝั่งซัมซุงจะได้เปรียบกว่าด้วยเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ 1/2.6 นิ้ว รูรับแสงกว้างสุด f2.0 ในขณะที่ iPhone 6 Plus ใช้ขนาดเซ็นเซอร์รับภาพแค่ 1/3 นิ้วพร้อมรูรับแสงกว้าง f2.2 เท่านั้น นอกจากนั้นด้วยสเปกของหน่วยประมวลผล Exynos 5433 Octa-core แบบ 64 บิตและแรมที่ให้มาถึง 3GB ใน Galaxy Note 4 ทำให้การถ่ายวิดีโอจะสามารถเลือกความละเอียดได้มากกว่า iPhone 6 Plus ถึง 4 เท่า (4K) ที่ความละเอียดสูงสุด 3,840&#215;2,160 พิกเซล หรือจะเลือกความละเอียด 2K 1080p 720p หรือ 480p ในขณะที่ iPhone 6 Plus สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1,920&#215;1,080 พิกเซลขนาดเดียวเท่านั้น คนที่ต้องการใช้ไฟล์วิดีโอความละเอียดไม่สูงแบบเร่งด่วน อย่างไร Galaxy Note 4 จะตอบสนองได้ดีกว่า iPhone 6 Plus ที่ต้องมานั่งแปลงวิดีโอให้เสียเวลาก่อนส่ง และถ้านับรวมกับฟีเจอร์ตกแต่งภาพ โหมดถ่ายภาพอัตโนมัติแบบวิเคราะห์สถานการณ์ได้เอง และความอิสระในการปรับแต่งค่าต่างๆ Galaxy Note 4 ทำได้อิสระและเหนือชั้น iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มาก เพราะแอปเปิลเน้นเรื่องการใช้งานที่ง่ายเกินไป ถึงแม้ตัวระบบ iOS 8 จะรองรับกับแอปฯ กล้อง 3rd Party ติดตั้งเสริมภายหลังได้ แต่ก็เชื่อว่าคงไม่สะดวกเท่ากับระบบกล้องที่มีลูกเล่นมาให้ในตัวแน่นอน &#160; เริ่มกันที่ภาพแรก เป็นแสงธรรมชาติจากหน้าต่างที่อยู่ด้านขวาของภาพและจับโฟกัส-วัดแสงบริเวณกึ่งกลาง สิ่งที่ได้หลังกดชัตเตอร์จะเห็นว่าเรื่องของการรับแสงและสีสันที่ได้ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เมื่อลองรับชมแบบตัดภาพซูม 100% จะเห็นว่าด้านการเก็บรายละเอียดภาพ Galaxy Note 4 ทำได้ดีกว่า iPhone 6 Plus มาก ส่วนเรื่องสมดุลแสงขาวในส่วนของ iPhone 6 Plus จะติดโทนเหลือง อุ่นๆ ส่วน Galaxy Note 4 จะออกโทนฟ้า คอนทราสต์เข้มกว่า iPhone 6 Plus เล็กน้อย ภาพที่สองกับการทดสอบไฟแฟลช โดย iPhone 6 Plus เป็นไฟแฟลช LED แบบทูโทน ขาว-ส้ม ส่วน Galaxy Note 4 เป็น LED สีขาวอย่างเดียว โดยการเลือกจุดวัดแสงจะอยู่ที่กลางฝ่ามือ ระยะถ่ายใกล้เคียงกันทั้งสองภาพ อาจแตกต่างที่มุมเล็กน้อยเนื่องจากถ่ายคนละรอบ ผลลัพท์ที่ได้หลังกดชัตเตอร์ค่อนข้างแตกต่างกันชัดเจนมาก โดย iPhone 6 Plus ให้แสงแฟลชที่จ้ากว่าแถมติดโทนเหลืองเล็กน้อย รายละเอียดของลายมือไม่ชัดเจน ส่วน Galaxy Note 4 เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีกว่ามาก แถมการควบคุมไฟแฟลชยังทำได้ดี (สังเกตพื้นหลังสีขาวออกเทาทำได้เนียนมาก) เพราะก่อนถ่ายระบบจะยิงไฟแฟลชเพื่อวัดระยะโฟกัสและคำนวณการปล่อยแสงแบบหลักการเดียวกับกล้องดิจิตอลทั่วไป และเมื่อชัตเตอร์ทำงานแล้ว ระบบประมวลผลภาพภายในจะทำการเพิ่มความคมชัดและดึงรายละเอียดของภาพ รวมถึงจัดสมดุลของแสงอีกครั้ง มาถึงการทดสอบในที่แสงน้อยมากระดับห้องมืดเหลือแค่แสงจากประตูเท่านั้นพบว่า ภาพรวมทั้ง iPhone 6 Plus และ Galaxy Note 4 ทำได้ค่อนข้างน่าพอใจ แต่เมื่อลองมองรายละเอียดให้ลึกลงไปจะเห็นได้ว่า ถึงแม้ iPhone 6 Plus จะจัดการเรื่องสัญญาณรบกวนได้ดีพร้อมดึงรายละเอียดของภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่า แต่สำหรับเรื่องสีเป็นสิ่งที่ iPhone 6 Plus สอบตก เนื่องจากโทนสีทั้งหมดจะออกตุ่นๆ และเพี้ยนมาก ลองมองดูง่ายๆ จากธนบัตร 500 บาท ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าธนบัตรใบนี้ต้องเป็นสีม่วง แต่ iPhone 6 Plus กลับให้สีธนบัตร 500 บาทใบนี้ออกเป็นสีม่วงออกปนเทาและมีติดสีเขียวเล็กๆ ในขณะที่ Galaxy Note 4 ให้สีม่วงที่ชัดเจนกว่า แถมการที่ตัวกล้องมีระบบวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายและมองสถานการณ์แบบนี้เป็น Night Scene ทำให้ภาพถูกปรับส่วนความสว่างและความสดของสีที่ถูกความมืดมิดกลืนกินเพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติด้วย อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ทีมงานปรับไปใช้โหมดพิเศษอย่าง HDR ที่มีใน iPhone 6 Plus และ Galaxy Note 4 ผลลัพท์ที่ได้ยอมรับว่า HDR แบบ Rich Tone ใน Note 4 ค่อนข้างแรงและทำให้หน้าจอสีแดงแสดงผลผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย ในขณะที่ iPhone 6 Plus ให้สีและรายละเอียดภาพที่ตรงกว่า แต่เมื่อเราลองมาตัดซูมภาพ 100% หรือมองด้วยมุมมองภาพรวมบริเวณพลาสติกเหนือเข็มวัดความเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่าถึงแม้จะเปิด HDR แบบ Rich Tone ใน Galaxy Note 4 แต่รายละเอียดของภาพ โดยเฉพาะมิติ ไดนามิกภาพกลับเหนือกว่า iPhone 6 Plus ที่เมื่อเปิด HDR แล้ว มิติ ความลึก ไดนามิกและรายละเอียดภาพที่ได้จะต่ำลงมาก มาดูเรื่องการใช้กล้องเป็นสแกนเนอร์คัดลอกเอกสารกันบ้าง การทดสอบก็ง่ายๆ เปิดไฟแฟลชและถ่ายตรงๆ กับหน้ากระดาษเอกสาร สิ่งที่เกิดขึ้น Galaxy Note 4 ทำได้ดีกว่าตามระเบียบ แถมไฟแฟลชยังยิงเป็นสีขาวช่วยให้สีกระดาษเหมือนจริงกว่า iPhone 6 Plus ที่สีออกน้ำตาล แถมตัวอักษรยังคมชัดสู้ Note 4 ไม่ได้เลย ส่วนผู้อ่านที่มีข้อสังสัยว่าความละเอียดภาพ 16 ล้านพิกเซลใน Galaxy Note 4 เทียบกับ 8 ล้านพิกเซลใน iPhone 6 Plus จะมีประโยชน์อย่างไร ลองรับชมภาพประกอบด้านบน สุดท้ายถึงเวลาชำแหละฟีเจอร์เด่นของกล้องหน้ากับ Wide selfie จากภาพประกอบด้านบนคงจะพอเข้าใจรูปแบบการทำงานของฟีเจอร์ดังกล่าวแล้วว่า Wide selfie จะเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาการเซลฟีแบบกลุ่มที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมได้ง่ายด้วยการใช้หลักการพาโนรามาแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ตรงกลาง ซ้ายและขวาจากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นระบบจะรวมเป็นภาพเดียวด้วยมุมมองกว้าง 120 องศา แน่นอนว่า Wide selfie จะต่างจากเซลฟีด้วยกล้องหน้าปกติที่จะได้มุมภาพที่แคบกว่าเป็นเท่าตัว แม้ปัจจุบันหลายแบรนด์จะพัฒนากล้องหน้าให้มาพร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างไรถ้ามองในความเป็นจริง ถึงอย่างไรฟีเจอร์ Wide selfie ก็ให้ผลลัพธ์ภาพมุมกว้างที่เหนือกว่า สรุปจากรูปแบบการทดสอบทั้ง 7 รูปแบบกับกล้องใน Samsung Galaxy Note 4 และ Apple iPhone 6 Plus ผู้อ่านหลายท่านคงได้เห็นถึงความแตกต่างและน่าจะตอบคำถามที่หลายท่านสงสัยกันได้ แต่ในมุมมองของผู้เขียนเอง ถ้าถามว่าตอนนี้ผลทดสอบทั้งหมดสามารถบอกได้หรือไม่ว่า กล้องใครเจ๋งกว่ากัน ก็คงต้องเรียนตามตรงว่า &#8220;กล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและหลังของ Samsung Galaxy Note 4 ทำคะแนนได้ดีกว่า iPhone 6 Plus มาก&#8221; โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด ไดนามิก สีสันภาพ Note 4 ทำได้ดีกว่า ในขณะที่คุณภาพไฟล์ภาพจาก iPhone 6 Plus นั้นแทบไม่แตกต่างจาก iPhone 5s ยกเว้นแค่เรื่องรับแสงในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น โฟกัสเร็วขึ้นและมาพร้อมฮาร์ดแวร์ป้องกันภาพกันสั่นที่คู่แข่งมีมาก่อนหน้าเป็นปีเท่านั้นจริงๆ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นประเด็นร้อนแรงในปัจจุบันเพราะทั้งแบรนด์แอปเปิลและซัมซุง ต่างก็ได้สร้างมาตรฐานกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอดและทุกครั้งที่สมาร์ทโฟนของทั้งสองค่าย</p>
<p>โดยเฉพาะรุ่นแฟลกชิปที่เพิ่งเปิดดัวไปกับ Galaxy Note 4 จากซัมซุงและ iPhone 6 Plus จากแอปเปิลที่ตอนนี้อยู่ในกระแสร้อนแรงทิ้งท้ายปี 2014 ไปทั่วโลก</p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/11/news122.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1980" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/11/news122.jpg" alt="news" width="600" height="399" /></a></p>
<p>คำถามยอดฮิตที่ผู้อ่านทุกคนทั่วโลกอยากรู้มากที่สุดนอกจากเรื่องสเปกและฟีเจอร์ใหม่ก็คือ &#8220;คุณภาพกล้องถ่ายภาพเป็นอย่างไรและกล้องใครเจ๋งกว่ากัน&#8221;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-16.jpg" alt="" /></p>
<p>โดยสื่อต่างประเทศหลายสำนัก เช่น PhoneArena หรือสื่อกระแสหลักอย่าง The Straits Times ก็ได้นำเสนอข้อมูลเทียบกล้องหลักของทั้ง iPhone 6 Plus และ Samsung Galaxy Note 4 และต่างยกย่อย Galaxy Note 4 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุด</p>
<p>โดยเฉพาะเรื่องสีสัน การเก็บรายละเอียดภาพและกล้องหน้าแบบกว้างพิเศษ 120 องศาที่ทำคะแนนดีกว่า iPhone 6 Plus อย่าง PhoneArena ให้คะแนนรวม Galaxy Note 4 สูงถึง 9 คะแนน ในขณะที่ iPhone 6 Plus ได้คะแนน 8.67 คะแนนเท่านั้น</p>
<p>อีกทั้ง Galaxy Note 4 ยังมีคะแนนทดสอบทุกด้านยอดเยี่ยมติดอันดับที่ 1 จากผลทดสอบสมาร์ทโฟนเรือธง 7 รุ่นที่วางตลาดในปัจจุบัน</p>
<p>วันนี้ก็ถือเป็นฤกษ์ดีที่เราได้รับสมาร์ทโฟนสุดฮิตทั้งสองรุ่นมาทดสอบกันอย่างละเอียดโดย ผลทดสอบจะเป็นอย่างไรติดตามอ่านได้ต่อจากนี้</p>
<p>ตรวจสเปกกล้อง</p>
<p>ก่อนจะเข้าสู่ส่วนทดสอบประสิทธิภาพกล้อง เรามาสำรวจสเปกกล้อง Samsung Galaxy Note 4 และ Apple iPhone 6 Plus กันก่อน</p>
<p>เริ่มจาก Apple iPhone 6 Plus ความละเอียดภาพสูงสุดจะอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล (3,264&#215;2,448 พิกเซล) ระยะเลนส์ที่เลือกใช้เมื่อเทียบกับกล้องฟูลเฟรม 35 มิลลิเมตรอยู่ที่ 29 มิลลิเมตร</p>
<p>พร้อมปรับเพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบฮาร์ดแวร์ (Optical image stabilization) และใส่เซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสแบบ Phase detection ที่ช่วยให้ระบบออโต้โฟกัสทำงานได้รวดเร็วขึ้นในที่แสงน้อยพร้อมไฟแฟลชแบบ LED ทูโทนที่แอปเปิลเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาภาพสว่างจ้าเวลาถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืนได้</p>
<p>ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียดภาพสูงสุด 1.2 ล้านพิกเซล ชุดเลนส์เป็นแบบเดียวกับไอโฟน 5s</p>
<p>มาถึง Samsung Galaxy Note 4 ความละเอียดภาพสูงสุดถูกเพิ่มเป็น 16 ล้านพิกเซล (3,456 x 4,608 พิกเซล) จากรุ่นก่อนหน้า ระยะเลนส์ที่เลือกใช้เมื่อเทียบกับฟูลเฟรม 35 มิลลิเมตรจะอยู่ที่ 31 มิลลิเมตร พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบฮาร์ดแวร์ (Optical image stabilization) ไฟแฟลชแบบ LED ดวงเดียวแต่ควบคุมความเข้มของแสงผ่านซอฟต์แวร์ในสมาร์ทโฟน</p>
<p>ในส่วนกล้องหน้าค่อนข้างโดดเด่นจากคู่แข่งมาก เพราะซัมซุงเลือกปรับเปลี่ยนเลนส์กล้องใหม่ให้มีความกว้างมากขึ้นและรองรับความละเอียดภาพสูงถึง 3.7 ล้านพิกเซลพร้อม Beauty Mode หน้าใส เด้ง ไร้สิว และฟีเจอร์พิเศษ Wide selfie ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพเซลฟีกลุ่ม (มากกว่า 5 คนขึ้นไป) ได้ง่ายด้วยมุมกล้องที่สามารถถ่ายได้กว้างถึง 120 องศา</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-17.jpg" alt="" /></p>
<p>อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้สเปกกล้องถ่ายภาพก็คือ ส่วนเซ็นเซอร์รับภาพที่ต่างคนต่างปรับแต่งใหม่เพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือการรับแสงในที่แสงน้อยจะทำได้ดีขึ้นรวมถึงไดนามิก มิติของภาพที่ได้รับการพัฒนาขึ้น</p>
<p>แต่ดูจากสเปกของเซ็นเซอร์ที่ปรับใหม่แล้ว ฝั่งซัมซุงจะได้เปรียบกว่าด้วยเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ 1/2.6 นิ้ว รูรับแสงกว้างสุด f2.0 ในขณะที่ iPhone 6 Plus ใช้ขนาดเซ็นเซอร์รับภาพแค่ 1/3 นิ้วพร้อมรูรับแสงกว้าง f2.2 เท่านั้น</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-18.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากนั้นด้วยสเปกของหน่วยประมวลผล Exynos 5433 Octa-core แบบ 64 บิตและแรมที่ให้มาถึง 3GB ใน Galaxy Note 4 ทำให้การถ่ายวิดีโอจะสามารถเลือกความละเอียดได้มากกว่า iPhone 6 Plus ถึง 4 เท่า (4K) ที่ความละเอียดสูงสุด 3,840&#215;2,160 พิกเซล หรือจะเลือกความละเอียด 2K 1080p 720p หรือ 480p</p>
<p>ในขณะที่ iPhone 6 Plus สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 1,920&#215;1,080 พิกเซลขนาดเดียวเท่านั้น</p>
<p>คนที่ต้องการใช้ไฟล์วิดีโอความละเอียดไม่สูงแบบเร่งด่วน อย่างไร Galaxy Note 4 จะตอบสนองได้ดีกว่า iPhone 6 Plus ที่ต้องมานั่งแปลงวิดีโอให้เสียเวลาก่อนส่ง</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-19.jpg" alt="" /></p>
<p>และถ้านับรวมกับฟีเจอร์ตกแต่งภาพ โหมดถ่ายภาพอัตโนมัติแบบวิเคราะห์สถานการณ์ได้เอง และความอิสระในการปรับแต่งค่าต่างๆ Galaxy Note 4 ทำได้อิสระและเหนือชั้น iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มาก</p>
<p>เพราะแอปเปิลเน้นเรื่องการใช้งานที่ง่ายเกินไป ถึงแม้ตัวระบบ iOS 8 จะรองรับกับแอปฯ กล้อง 3rd Party ติดตั้งเสริมภายหลังได้ แต่ก็เชื่อว่าคงไม่สะดวกเท่ากับระบบกล้องที่มีลูกเล่นมาให้ในตัวแน่นอน</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-20.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เริ่มกันที่ภาพแรก เป็นแสงธรรมชาติจากหน้าต่างที่อยู่ด้านขวาของภาพและจับโฟกัส-วัดแสงบริเวณกึ่งกลาง</p>
<p>สิ่งที่ได้หลังกดชัตเตอร์จะเห็นว่าเรื่องของการรับแสงและสีสันที่ได้ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เมื่อลองรับชมแบบตัดภาพซูม 100% จะเห็นว่าด้านการเก็บรายละเอียดภาพ Galaxy Note 4 ทำได้ดีกว่า iPhone 6 Plus มาก</p>
<p>ส่วนเรื่องสมดุลแสงขาวในส่วนของ iPhone 6 Plus จะติดโทนเหลือง อุ่นๆ ส่วน Galaxy Note 4 จะออกโทนฟ้า คอนทราสต์เข้มกว่า iPhone 6 Plus เล็กน้อย</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-21.jpg" alt="" /></p>
<p>ภาพที่สองกับการทดสอบไฟแฟลช โดย iPhone 6 Plus เป็นไฟแฟลช LED แบบทูโทน ขาว-ส้ม ส่วน Galaxy Note 4 เป็น LED สีขาวอย่างเดียว โดยการเลือกจุดวัดแสงจะอยู่ที่กลางฝ่ามือ ระยะถ่ายใกล้เคียงกันทั้งสองภาพ อาจแตกต่างที่มุมเล็กน้อยเนื่องจากถ่ายคนละรอบ</p>
<p>ผลลัพท์ที่ได้หลังกดชัตเตอร์ค่อนข้างแตกต่างกันชัดเจนมาก โดย iPhone 6 Plus ให้แสงแฟลชที่จ้ากว่าแถมติดโทนเหลืองเล็กน้อย รายละเอียดของลายมือไม่ชัดเจน ส่วน Galaxy Note 4 เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีกว่ามาก</p>
<p>แถมการควบคุมไฟแฟลชยังทำได้ดี (สังเกตพื้นหลังสีขาวออกเทาทำได้เนียนมาก) เพราะก่อนถ่ายระบบจะยิงไฟแฟลชเพื่อวัดระยะโฟกัสและคำนวณการปล่อยแสงแบบหลักการเดียวกับกล้องดิจิตอลทั่วไป</p>
<p>และเมื่อชัตเตอร์ทำงานแล้ว ระบบประมวลผลภาพภายในจะทำการเพิ่มความคมชัดและดึงรายละเอียดของภาพ รวมถึงจัดสมดุลของแสงอีกครั้ง</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-22.jpg" alt="" /></p>
<p>มาถึงการทดสอบในที่แสงน้อยมากระดับห้องมืดเหลือแค่แสงจากประตูเท่านั้นพบว่า ภาพรวมทั้ง iPhone 6 Plus และ Galaxy Note 4 ทำได้ค่อนข้างน่าพอใจ</p>
<p>แต่เมื่อลองมองรายละเอียดให้ลึกลงไปจะเห็นได้ว่า ถึงแม้ iPhone 6 Plus จะจัดการเรื่องสัญญาณรบกวนได้ดีพร้อมดึงรายละเอียดของภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่า แต่สำหรับเรื่องสีเป็นสิ่งที่ iPhone 6 Plus สอบตก เนื่องจากโทนสีทั้งหมดจะออกตุ่นๆ และเพี้ยนมาก</p>
<p>ลองมองดูง่ายๆ จากธนบัตร 500 บาท ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าธนบัตรใบนี้ต้องเป็นสีม่วง แต่ iPhone 6 Plus กลับให้สีธนบัตร 500 บาทใบนี้ออกเป็นสีม่วงออกปนเทาและมีติดสีเขียวเล็กๆ</p>
<p>ในขณะที่ Galaxy Note 4 ให้สีม่วงที่ชัดเจนกว่า แถมการที่ตัวกล้องมีระบบวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายและมองสถานการณ์แบบนี้เป็น Night Scene ทำให้ภาพถูกปรับส่วนความสว่างและความสดของสีที่ถูกความมืดมิดกลืนกินเพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติด้วย</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-23.jpg" alt="" /></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ทีมงานปรับไปใช้โหมดพิเศษอย่าง HDR ที่มีใน iPhone 6 Plus และ Galaxy Note 4 ผลลัพท์ที่ได้ยอมรับว่า HDR แบบ Rich Tone ใน Note 4 ค่อนข้างแรงและทำให้หน้าจอสีแดงแสดงผลผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย ในขณะที่ iPhone 6 Plus ให้สีและรายละเอียดภาพที่ตรงกว่า</p>
<p>แต่เมื่อเราลองมาตัดซูมภาพ 100% หรือมองด้วยมุมมองภาพรวมบริเวณพลาสติกเหนือเข็มวัดความเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่าถึงแม้จะเปิด HDR แบบ Rich Tone ใน Galaxy Note 4 แต่รายละเอียดของภาพ</p>
<p>โดยเฉพาะมิติ ไดนามิกภาพกลับเหนือกว่า iPhone 6 Plus ที่เมื่อเปิด HDR แล้ว มิติ ความลึก ไดนามิกและรายละเอียดภาพที่ได้จะต่ำลงมาก</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-24.jpg" alt="" /></p>
<p>มาดูเรื่องการใช้กล้องเป็นสแกนเนอร์คัดลอกเอกสารกันบ้าง การทดสอบก็ง่ายๆ เปิดไฟแฟลชและถ่ายตรงๆ กับหน้ากระดาษเอกสาร สิ่งที่เกิดขึ้น Galaxy Note 4 ทำได้ดีกว่าตามระเบียบ แถมไฟแฟลชยังยิงเป็นสีขาวช่วยให้สีกระดาษเหมือนจริงกว่า iPhone 6 Plus ที่สีออกน้ำตาล แถมตัวอักษรยังคมชัดสู้ Note 4 ไม่ได้เลย</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-25.jpg" alt="" /></p>
<p>ส่วนผู้อ่านที่มีข้อสังสัยว่าความละเอียดภาพ 16 ล้านพิกเซลใน Galaxy Note 4 เทียบกับ 8 ล้านพิกเซลใน iPhone 6 Plus จะมีประโยชน์อย่างไร ลองรับชมภาพประกอบด้านบน</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392913/untitled-26.jpg" alt="" /></p>
<p>สุดท้ายถึงเวลาชำแหละฟีเจอร์เด่นของกล้องหน้ากับ Wide selfie จากภาพประกอบด้านบนคงจะพอเข้าใจรูปแบบการทำงานของฟีเจอร์ดังกล่าวแล้วว่า Wide selfie จะเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาการเซลฟีแบบกลุ่มที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมได้ง่ายด้วยการใช้หลักการพาโนรามาแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ตรงกลาง ซ้ายและขวาจากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นระบบจะรวมเป็นภาพเดียวด้วยมุมมองกว้าง 120 องศา</p>
<p>แน่นอนว่า Wide selfie จะต่างจากเซลฟีด้วยกล้องหน้าปกติที่จะได้มุมภาพที่แคบกว่าเป็นเท่าตัว แม้ปัจจุบันหลายแบรนด์จะพัฒนากล้องหน้าให้มาพร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างไรถ้ามองในความเป็นจริง ถึงอย่างไรฟีเจอร์ Wide selfie ก็ให้ผลลัพธ์ภาพมุมกว้างที่เหนือกว่า</p>
<p>สรุปจากรูปแบบการทดสอบทั้ง 7 รูปแบบกับกล้องใน Samsung Galaxy Note 4 และ Apple iPhone 6 Plus ผู้อ่านหลายท่านคงได้เห็นถึงความแตกต่างและน่าจะตอบคำถามที่หลายท่านสงสัยกันได้</p>
<p>แต่ในมุมมองของผู้เขียนเอง ถ้าถามว่าตอนนี้ผลทดสอบทั้งหมดสามารถบอกได้หรือไม่ว่า กล้องใครเจ๋งกว่ากัน ก็คงต้องเรียนตามตรงว่า &#8220;กล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและหลังของ Samsung Galaxy Note 4 ทำคะแนนได้ดีกว่า iPhone 6 Plus มาก&#8221; โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด ไดนามิก สีสันภาพ Note 4 ทำได้ดีกว่า</p>
<p>ในขณะที่คุณภาพไฟล์ภาพจาก iPhone 6 Plus นั้นแทบไม่แตกต่างจาก iPhone 5s ยกเว้นแค่เรื่องรับแสงในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น โฟกัสเร็วขึ้นและมาพร้อมฮาร์ดแวร์ป้องกันภาพกันสั่นที่คู่แข่งมีมาก่อนหน้าเป็นปีเท่านั้นจริงๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/1979/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ราคาเปิดตัว iPhone 6 ในไทย</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/1435</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/1435#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2014 05:51:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาเปิดตัว iPhone 6]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=1435</guid>
		<description><![CDATA[ราคาเปิดตัว iPhone 6 ในไทยอาจถูกกว่าที่คาดการณ์ในตอนแรกก่อนหน้านี้เว็บไซต์เราได้รายงานข่าวเกี่ยวกับวันวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ไทยกันไปแล้ว และล่าสุดจากแแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือของทาง Macstroke ก็ได้เปิดเผยราคาค่าตัวของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ทุกรุ่น ซึ่งราคาเปิดตัวถือว่าน่าคบหากว่าที่สื่อบางสำนักคาดการณ์กันไว้ในตอนแรกๆ เว็บไซต์ Macstroke ได้เปิดเผยราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในไทย ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว ดังต่อไปนี้ iPhone 6 ความจุ 16 GB ราคา 23,900 บาท iPhone 6 ความจุ 64 GB ราคา 27,900 บาท iPhone 6 ความจุ 128 GB ราคา 31,900 บาท iPhone 6 Plus ความจุ 16 GB ราคา 27,900 บาท iPhone 6 Plus ความจุ 64 GB ราคา 31,900 บาท iPhone 6 Plus ความจุ 128 GB ราคา 35,900 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาอย่างเป็นทางการคงต้องรอการประกาศออกมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ทาง Bangkok Post ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า iPhone 6 จะเปิดตัวในไทยด้วยราคาเริ่มต้น 25,500 บาท]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ราคาเปิดตัว iPhone 6 ในไทยอาจถูกกว่าที่คาดการณ์ในตอนแรกก่อนหน้านี้เว็บไซต์เราได้รายงานข่าวเกี่ยวกับวันวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ไทยกันไปแล้ว และล่าสุดจากแแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือของทาง Macstroke ก็ได้เปิดเผยราคาค่าตัวของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ทุกรุ่น ซึ่งราคาเปิดตัวถือว่าน่าคบหากว่าที่สื่อบางสำนักคาดการณ์กันไว้ในตอนแรกๆ</p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news110.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1436" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news110.jpg" alt="news" width="600" height="397" /></a></p>
<p>เว็บไซต์ Macstroke ได้เปิดเผยราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในไทย ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว ดังต่อไปนี้</p>
<p>iPhone 6 ความจุ 16 GB ราคา 23,900 บาท<br />
iPhone 6 ความจุ 64 GB ราคา 27,900 บาท<br />
iPhone 6 ความจุ 128 GB ราคา 31,900 บาท<br />
iPhone 6 Plus ความจุ 16 GB ราคา 27,900 บาท<br />
iPhone 6 Plus ความจุ 64 GB ราคา 31,900 บาท<br />
iPhone 6 Plus ความจุ 128 GB ราคา 35,900 บาท<br />
อย่างไรก็ตาม ราคาอย่างเป็นทางการคงต้องรอการประกาศออกมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ทาง Bangkok Post ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า iPhone 6 จะเปิดตัวในไทยด้วยราคาเริ่มต้น 25,500 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/1435/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รีวิว iPhone 6 Plus</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/1135</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/1135#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2014 05:21:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 6]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=1135</guid>
		<description><![CDATA[นอกจาก iPhone 6 (ไอโฟน 6) แล้ว อีกรุ่นที่เปิดตัวในงาน ก็คือ iPhone 6 Plus ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ใหญ่กว่า iPhone 6 นั่นเอง และด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่านี่เอง ทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดใช้งานในแนวนอน อีกทั้ง ยังมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่า iphone 6 อีกด้วย ส่วนในเรื่องของดีไซน์นั้น ไม่ต่างจากภาพหลุดแม้แต่น้อยครับ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องบางลง, ปุ่มปรับระดับเสียงดีไซน์ใหม่, ปุ่ม Power ย้ายมาอยู่ขอบด้านขวา ส่วนกล้องด้านหลัง มีลักษณะนูนเล็กน้อย นอกจากนี้ ในงาน ยังเปิดตัว Apple Watch หรือ iWatch ที่เรารู้จักกันดีอีกด้วย เรียกได้ว่า 2 ชั่วโมงของงานเปิดตัวในวันนี้ คุ้มค่าและเต็มอิ่มกันอย่างแน่นอน &#160; รีวิว iPhone 6 Plus &#160; สำหรับจุดเด่นของ iPhone 6 Plus ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด นั่นก็คือ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้วนั่น เอง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 4.7 นิ้ว ไม่เพียงเท่านั้น iPhone 6 Plus ยังมีคุณสมบัติบางอย่างเหนือกว่า iPhone 6 อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า ซึ่งรองรับการทำงานได้นานกว่า, มีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัว, รองรับการใช้งานในแนวนอน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดแบบ Full HD อีกด้วย มาดู ดีไซน์รวมๆ ของ iPhone 6 Plus กันครับ ในส่วนของดีไซน์ด้านหน้าตัวเครื่อง ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก iPhone 5S มากเท่าที่ควร แต่มีการสลับตำแหน่งของ กล้องด้านหน้า ไปอยู่ด้านซ้ายของลำโพงสนทนา ส่วนด้านบนของลำโพงสนทนา เป็นเซ็นเซอร์แทน และปุ่ม Home ยังคงเป็นตำแหน่งของ Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ &#160; ด้านหลังตัวเครื่อง มีดีไซน์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตรงตำแหน่งด้านบนและด้านล่าง ที่เคยเป็นสีขาว กลายเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องไปแล้ว โดยกล้องด้านหลัง มีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และระบบกันภาพสั่นไหว ซึ่งเลนส์กล้อง มีลักษณะยื่นออกมาเล็กน้อย มาดูปุ่มควบคุมการทำงานรอบๆ ตัวเครื่องกันบ้าง โดยด้านขวา ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล ซึ่งได้ย้ายตำแหน่งจากด้านบน มาไว้ด้านข้างแล้ว เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ขึ้น การที่ปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ มาอยู่ด้านข้าง จะทำให้สามารถสัมผัสได้ง่ายกว่านั่นเอง และถัดมา เป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM &#160; &#160; ด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มล็อคการหมุนของหน้าจอ / ปิดเสียง (แล้วแต่จะตั้งค่า), ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ ส่วนด้านล่าง ประกอบด้วย ลำโพงเสียง, พอร์ต Lightning, ไมโครโฟน และช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งจะรูปจะเห็นได้ว่า ตัวเครื่องบางลงมากทีเดียว &#160; นอกจากการใช้งานในแนวตั้งแล้ว iPhone 6 Plus ยังรองรับการใช้งานแบบแนวนอน แบบเดียวกับบน iPad ซึ่งเป็น iPhone เพียงรุ่นเดียว (ในตอนนี้) ที่รองรับการใช้งานแบบแนวนอนครับ &#160; &#160; สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง ประกอบด้วย สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple มาทดสอบ Benchmark กันเสียหน่อยครับ ซึ่งจากรูป จะเห็นได้ว่า iPhone 6 Plus มีผลการทดสอบที่เหนือกว่าคู่แข่งอยู่มากทีเดียว สำหรับ iPhone 6 Plus ถือว่า เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ แอปเปิล ได้ปรับตัวให้เข้ากับความนิยมของ สมาร์ทโฟน ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น ที่น่าจะถูกใจ สาวกไอโฟน ที่รอ ไอโฟนจอใหญ่ มาโดยตลอด แน่นอนว่า เรื่องของความใหญ่ขึ้นนี่เอง ผู้ที่ใช้ ไอโฟน มาตลอด คงจะเกิดอาการ &#8220;ไม่ชิน&#8221; กันบ้าง และในเรื่องของ ความสะดวกในการพกพา คงจะสู้ iPhone รุ่นเก่าๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน แม้ในตอนนี้ ทีมงาน techmoblog จะยังไม่มีโอกาสสัมผัส iPhone 6 Plus แบบจริงๆ แต่เชื่อได้เลยครับว่า ผู้ที่ได้สัมผัสกันมาแล้ว จะต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เห็นได้จาก ยอดขาย 3 วัน ที่แตะ 10 ล้านเครื่องไปแล้วนั่นเองครับ สเปค iPhone 6 Plus • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (401 ppi) • ชิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor • กล้องด้านหน้า (FaceTime) ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280 x 960 พิกเซล), รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode • กล้องด้านหลัง (iSight) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ระบบ Autofocus, รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ True Tone flash • ระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) • Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home • Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการใช้ร่วมกับ Touch ID • รัน iOS 8 iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 (ไอโฟน 6) ต่างกันตรงไหน? หลายๆ ท่านอาจจะเข้าใจไปว่า ระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 (ไอโฟน 6) นั้น คงจะแตกต่างกันเฉพาะ ขนาดหน้าจอ เพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ ทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังมีคุณสมบัติอื่นที่แตกต่างกันอีก จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันครับ • ขนาดหน้าจอ &#160; สิ่งแรกจะที่แยกความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 ก็คือ ขนาดหน้าจอ นั่นเอง โดย iPhone 6 (ไอโฟน 6) มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว บาง 6.9 มิลลิเมตร ส่วน iPhone 6 Plus มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว บาง 7.1 มิลลิเมตร • ความละเอียดหน้าจอ &#160; นอกจาก iPhone 6 Plus จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 แล้ว ยังละเอียดกว่าด้วยเช่นกัน โดย iPhone 6 Plus มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล (Full HD) ส่วน iPhone 6 มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 750 x 1334 พิกเซล • ระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) iPhone 6 Plus ถือว่า เป็นไอโฟนรุ่นแรก ที่มาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหว หรือ Optical Image Stabilization (OIS) ที่ช่วยทำให้ภาพคมชัดขึ้น แม้จะถ่ายในที่แสงน้อย ส่วน iPhone 6 ไม่มีฟังก์ชันนี้ครับ • Landscape mode iPhone 6 Plus ถือว่า เป็นรุ่นเดียวที่ทำได้ กับโหมดการใช้งานแนวนอน หรือ Landscape mode ที่ใช้งานได้ตั้งแต่หน้า Homescreen โดยทั้งตัวแอปพลิเคชัน และคีย์บอร์ด จะปรับขนาดอัตโนมัติ เพื่อใช้งานแบบแนวนอน • แบตเตอรี่ เนื่องจากหน้าจอมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ความจุแบตเตอรี่เยอะมากขึ้นตามไปด้วย โดยแอปเปิล ได้ประกาศไว้ในงานเปิดตัวว่า iPhone 6 Plus รองรับการใช้งานได้ 24 ชั่วโมง (3G) ส่วน iPhone 6 แบตเตอรี่ความจุน้อยกว่า แต่สามารถรองรับการใช้งานได้ 14 ชั่วโมง (3G) ซึ่งมากกว่า iPhone 5S ครับ iPhone 6 Plus วางจำหน่าย 19 กันยายนนี้ เช่นเดียวกับ iPhone 6 &#160; &#160; สำหรับรอบแรกของการวางจำหน่าย iPhone 6 (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus คือวันที่ 19 กันยายนนี้ (เปิด พรีออเดอร์ 12 กันยายน) วางจำหน่ายก่อนใน 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และญี่ปุ่น แน่นอนว่า ยังไม่มีรายชื่อของประเทศไทยนะครับ แต่มีความเป็นไปได้ที่ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะวางจำหน่ายในไทยรอบสอง ไม่เกินปลายเดือนตุลาคมนี้ แน่นอน! ราคา iPhone 6 Plus ในไทย แม้ว่าในตอนนี้ จะยังไม่มีการประกาศราคา iPhone 6 Plus ในไทยออกมา แต่เราสามารถคาดเดา ราคา iPhone 6 Plus กันได้ครับ โดยจากราคา iPhone 6 Plus ในสหรัฐฯ พบว่า แพงกว่า iPhone 6 $100 หรือราวๆ 3,200 บาท ฉะนั้น เราจะตั้งสมมติฐานว่า iPhone 6 Plus แพงกว่า iPhone 6 ประมาณ 3,000 บาทครับ ซึ่งจากสมมติฐานดังกล่าว สามารถสรุปราคา iPhone 6 Plus ในไทย ได้ดังนี้ ราคา iPhone 6 Plus ในไทย (แบบไม่เป็นทางการ) • iPhone 6 ความจุ 16 GB ราคา 26,900 บาท • iPhone 6 ความจุ 64 GB ราคา 30,900 บาท • iPhone 6 ความจุ 128 GB ราคา 34,900 บาท]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>นอกจาก iPhone 6 (ไอโฟน 6) แล้ว อีกรุ่นที่เปิดตัวในงาน ก็คือ iPhone 6 Plus ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ใหญ่กว่า iPhone 6 นั่นเอง และด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่านี่เอง ทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดใช้งานในแนวนอน อีกทั้ง ยังมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่า iphone 6 อีกด้วย</p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news22.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1136" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news22.jpg" alt="news" width="434" height="555" /></a></p>
<p>ส่วนในเรื่องของดีไซน์นั้น ไม่ต่างจากภาพหลุดแม้แต่น้อยครับ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องบางลง, ปุ่มปรับระดับเสียงดีไซน์ใหม่, ปุ่ม Power ย้ายมาอยู่ขอบด้านขวา ส่วนกล้องด้านหลัง มีลักษณะนูนเล็กน้อย นอกจากนี้ ในงาน ยังเปิดตัว Apple Watch หรือ iWatch ที่เรารู้จักกันดีอีกด้วย เรียกได้ว่า 2 ชั่วโมงของงานเปิดตัวในวันนี้ คุ้มค่าและเต็มอิ่มกันอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รีวิว iPhone 6 Plus</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับจุดเด่นของ iPhone 6 Plus ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด นั่นก็คือ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้วนั่น เอง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 4.7 นิ้ว ไม่เพียงเท่านั้น iPhone 6 Plus ยังมีคุณสมบัติบางอย่างเหนือกว่า iPhone 6 อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า ซึ่งรองรับการทำงานได้นานกว่า, มีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัว, รองรับการใช้งานในแนวนอน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดแบบ Full HD อีกด้วย มาดู ดีไซน์รวมๆ ของ iPhone 6 Plus กันครับ</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/3.jpg" alt="" /></p>
<p>ในส่วนของดีไซน์ด้านหน้าตัวเครื่อง ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก iPhone 5S มากเท่าที่ควร แต่มีการสลับตำแหน่งของ กล้องด้านหน้า ไปอยู่ด้านซ้ายของลำโพงสนทนา ส่วนด้านบนของลำโพงสนทนา เป็นเซ็นเซอร์แทน และปุ่ม Home ยังคงเป็นตำแหน่งของ Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/4.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/5.jpg" alt="" /></p>
<p>ด้านหลังตัวเครื่อง มีดีไซน์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตรงตำแหน่งด้านบนและด้านล่าง ที่เคยเป็นสีขาว กลายเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องไปแล้ว โดยกล้องด้านหลัง มีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และระบบกันภาพสั่นไหว ซึ่งเลนส์กล้อง มีลักษณะยื่นออกมาเล็กน้อย</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/6.jpg" alt="" /></p>
<p>มาดูปุ่มควบคุมการทำงานรอบๆ ตัวเครื่องกันบ้าง โดยด้านขวา ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล ซึ่งได้ย้ายตำแหน่งจากด้านบน มาไว้ด้านข้างแล้ว เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ขึ้น การที่ปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ มาอยู่ด้านข้าง จะทำให้สามารถสัมผัสได้ง่ายกว่านั่นเอง และถัดมา เป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/7.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/8.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มล็อคการหมุนของหน้าจอ / ปิดเสียง (แล้วแต่จะตั้งค่า), ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ ส่วนด้านล่าง ประกอบด้วย ลำโพงเสียง, พอร์ต Lightning, ไมโครโฟน และช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งจะรูปจะเห็นได้ว่า ตัวเครื่องบางลงมากทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/9.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากการใช้งานในแนวตั้งแล้ว iPhone 6 Plus ยังรองรับการใช้งานแบบแนวนอน แบบเดียวกับบน iPad ซึ่งเป็น iPhone เพียงรุ่นเดียว (ในตอนนี้) ที่รองรับการใช้งานแบบแนวนอนครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/10.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/11.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง ประกอบด้วย สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple</p>
<p>มาทดสอบ Benchmark กันเสียหน่อยครับ ซึ่งจากรูป จะเห็นได้ว่า iPhone 6 Plus มีผลการทดสอบที่เหนือกว่าคู่แข่งอยู่มากทีเดียว</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/12.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับ iPhone 6 Plus ถือว่า เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ แอปเปิล ได้ปรับตัวให้เข้ากับความนิยมของ สมาร์ทโฟน ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น ที่น่าจะถูกใจ สาวกไอโฟน ที่รอ ไอโฟนจอใหญ่ มาโดยตลอด แน่นอนว่า เรื่องของความใหญ่ขึ้นนี่เอง ผู้ที่ใช้ ไอโฟน มาตลอด คงจะเกิดอาการ &#8220;ไม่ชิน&#8221; กันบ้าง และในเรื่องของ ความสะดวกในการพกพา คงจะสู้ iPhone รุ่นเก่าๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน แม้ในตอนนี้ ทีมงาน techmoblog จะยังไม่มีโอกาสสัมผัส iPhone 6 Plus แบบจริงๆ แต่เชื่อได้เลยครับว่า ผู้ที่ได้สัมผัสกันมาแล้ว จะต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เห็นได้จาก ยอดขาย 3 วัน ที่แตะ 10 ล้านเครื่องไปแล้วนั่นเองครับ</p>
<p>สเปค iPhone 6 Plus</p>
<p>• หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (401 ppi)<br />
• ชิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor<br />
• กล้องด้านหน้า (FaceTime) ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280 x 960 พิกเซล), รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode<br />
• กล้องด้านหลัง (iSight) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ระบบ Autofocus, รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ True Tone flash<br />
• ระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization)<br />
• Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home<br />
• Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการใช้ร่วมกับ Touch ID<br />
• รัน iOS 8</p>
<p>iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 (ไอโฟน 6) ต่างกันตรงไหน?</p>
<p>หลายๆ ท่านอาจจะเข้าใจไปว่า ระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 (ไอโฟน 6) นั้น คงจะแตกต่างกันเฉพาะ ขนาดหน้าจอ เพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ ทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังมีคุณสมบัติอื่นที่แตกต่างกันอีก จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันครับ</p>
<p>• ขนาดหน้าจอ</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/13.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งแรกจะที่แยกความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 ก็คือ ขนาดหน้าจอ นั่นเอง โดย iPhone 6 (ไอโฟน 6) มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว บาง 6.9 มิลลิเมตร ส่วน iPhone 6 Plus มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว บาง 7.1 มิลลิเมตร</p>
<p>• ความละเอียดหน้าจอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/14.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจาก iPhone 6 Plus จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 แล้ว ยังละเอียดกว่าด้วยเช่นกัน โดย iPhone 6 Plus มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล (Full HD) ส่วน iPhone 6 มาพร้อมหน้าจอความละเอียด 750 x 1334 พิกเซล</p>
<p>• ระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization)</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/15.jpg" alt="" /></p>
<p>iPhone 6 Plus ถือว่า เป็นไอโฟนรุ่นแรก ที่มาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหว หรือ Optical Image Stabilization (OIS) ที่ช่วยทำให้ภาพคมชัดขึ้น แม้จะถ่ายในที่แสงน้อย ส่วน iPhone 6 ไม่มีฟังก์ชันนี้ครับ</p>
<p>• Landscape mode</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/16.jpg" alt="" /></p>
<p>iPhone 6 Plus ถือว่า เป็นรุ่นเดียวที่ทำได้ กับโหมดการใช้งานแนวนอน หรือ Landscape mode ที่ใช้งานได้ตั้งแต่หน้า Homescreen โดยทั้งตัวแอปพลิเคชัน และคีย์บอร์ด จะปรับขนาดอัตโนมัติ เพื่อใช้งานแบบแนวนอน</p>
<p>• แบตเตอรี่</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/17.jpg" alt="" /></p>
<p>เนื่องจากหน้าจอมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ความจุแบตเตอรี่เยอะมากขึ้นตามไปด้วย โดยแอปเปิล ได้ประกาศไว้ในงานเปิดตัวว่า iPhone 6 Plus รองรับการใช้งานได้ 24 ชั่วโมง (3G) ส่วน iPhone 6 แบตเตอรี่ความจุน้อยกว่า แต่สามารถรองรับการใช้งานได้ 14 ชั่วโมง (3G) ซึ่งมากกว่า iPhone 5S ครับ</p>
<p>iPhone 6 Plus วางจำหน่าย 19 กันยายนนี้ เช่นเดียวกับ iPhone 6</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/18.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/19.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับรอบแรกของการวางจำหน่าย iPhone 6 (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus คือวันที่ 19 กันยายนนี้ (เปิด พรีออเดอร์ 12 กันยายน) วางจำหน่ายก่อนใน 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และญี่ปุ่น แน่นอนว่า ยังไม่มีรายชื่อของประเทศไทยนะครับ แต่มีความเป็นไปได้ที่ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะวางจำหน่ายในไทยรอบสอง ไม่เกินปลายเดือนตุลาคมนี้ แน่นอน!</p>
<p>ราคา iPhone 6 Plus ในไทย</p>
<p><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391877/20.jpg" alt="" /></p>
<p>แม้ว่าในตอนนี้ จะยังไม่มีการประกาศราคา iPhone 6 Plus ในไทยออกมา แต่เราสามารถคาดเดา ราคา iPhone 6 Plus กันได้ครับ โดยจากราคา iPhone 6 Plus ในสหรัฐฯ พบว่า แพงกว่า iPhone 6 $100 หรือราวๆ 3,200 บาท ฉะนั้น เราจะตั้งสมมติฐานว่า iPhone 6 Plus แพงกว่า iPhone 6 ประมาณ 3,000 บาทครับ ซึ่งจากสมมติฐานดังกล่าว สามารถสรุปราคา iPhone 6 Plus ในไทย ได้ดังนี้</p>
<p>ราคา iPhone 6 Plus ในไทย (แบบไม่เป็นทางการ)</p>
<p>• iPhone 6 ความจุ 16 GB ราคา 26,900 บาท<br />
• iPhone 6 ความจุ 64 GB ราคา 30,900 บาท<br />
• iPhone 6 ความจุ 128 GB ราคา 34,900 บาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/1135/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>6 เหตุผลที่คนใช้ Android ไม่ควรเปลี่ยนเป็น iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/1059</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/1059#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2014 03:22:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6 Plus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=1059</guid>
		<description><![CDATA[1. ไม่ศรัทธา Apple เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา (แต่คนเกลียดอาจจะมากกว่า) จากการที่ Apple ชอบนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น อาทิ Mac, OS X, iPhone, iOS รวมไปถึงหลายๆ คนก็ไม่มีความชอบในตัวของ Steve Jobs อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับของ Apple ด้วยความที่เป็นคนมีคาแรคเตอร์ชัดเจน ไม่ว่าจะนิสัยที่ตรงไปตรงมาที่บางครั้งก็ตรงเกินไป โดยเฉพาะคำพูดผ่านสื่อในการสัมภาษณ์หลายๆ ครั้ง ที่มีการเหน็บแนมคู่แข่ง ความกล้าที่จะหักดิบบางเรื่อง รวมไปถึงบรรดาสาวกที่นิสัยแย่ๆ (ย้ำว่าแย่ๆ) ชอบไปดูถูกชาวบ้านด้วย แน่นอนว่าด้วยเหตุผลนี้ ใครก็ตามที่เห็นด้วยก็ไม่ควรไปใช้ iPhone 6 2. มอง iPhone 6 ว่าราคาแพงเกินตัว เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่สุดเลยทีเดียว เพราะราคาสินค้า Apple แต่ละอย่าง เรียกว่าสูงกว่าที่ควรจะเป็นในหลายๆ ประเภทเลย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์อย่าง MacBook, iMac รวมถึง Mac Pro เครื่องกลุ่ม workstation ที่หลายๆ คนสามารถประกอบเครื่องสเปคได้แรงกว่าในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro เสียอีก รวมไปถึง iPhone 6 รุ่นใหม่นี้เช่นกัน ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ในระดับเริ่มต้นที่ 24,xxx &#8211; 28,xxx บาท ทั้งๆ ที่สเปคก็ไม่ได้สูงไปกว่าเครื่องรุ่นอื่นๆ ในตลาดที่ราคาใกล้เคียงกัน แถมถ้าหากเพิ่มเงินอีกซักหน่อยก็ได้รุ่นท็อปของแบรนด์อื่นไปแล้ว 3. ชอบอิสระ เกลียดการติดคุก ด้านของซอฟต์แวร์ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ iTunes ที่หลายคนบอกว่าใช้งานยาก ข้อจำกัดเยอะ กว่าจะลงเพลง โอนไฟล์ ใส่หนัง ใน iPhone ได้ที น้ำตาแทบกระเด็น แถมบางครั้ง iTunes ยังทำเครื่องค้างซะอีกด้วย รวมไปถึงการบังคับให้อัพเดทซอฟต์แวร์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าไม่อัพจะไม่สามารถใช้งานนู้นนี่นั่นได้ ถ้าเทียบกับฝั่งของ Android แล้ว เรื่องจัดการไฟล์แค่นี้ถือได้ว่าเป็นงานง่ายๆ หมูๆ ทำแปบเดียวก็เสร็จ ที่สำคัญยังให้อิสระในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth ที่ส่งไฟล์ได้ และ NFC ที่ใช้กับอุปกณ์ต่อพ่วงต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่างจาก iPhone 6 ที่ Apple Pay ไว้ใช้จ่ายเงินหารายได้เข้าตัวเองเท่านั้น แถม Android ตัวปรับ UI ได้ตามใจอีกนะเออ 4. ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจใน iPhone 6 ต้องยอมรับนะครับว่าในบางฟีเจอร์และสเปคที่มีเข้ามาใหม่ใน iPhone 6 ชาวบ้าน Android เค้ามีใช้กันตั้งนานแล้ว อาทิเช่น หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นของ iPhone 6 นั้น สมาร์ทโฟน Android ก็มีมาก่อน 2-3 ปีแล้ว แถมหลาย ๆ รุ่นยังใหญ่กว่า iPhone 6 ด้วย ส่วนสเปคกล้อง iPhone 6 ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนั้นถือว่าธรรมดามากเมื่อเทียบกับ สมาร์ทโฟนระดับเรือธงของแอ นดรอยด์ที่ปัจจุบันสูงถึง 13 ล้านพิกเซลแล้ว รวมทั้ง Windows Phone ก็มีหน้าจอขนาดใหญ่มาก่อนแล้วเช่นกัน หรืออย่าง Nokia Lumia 1020 ก็มีกล้องที่ละเอียดถึง 41 ล้านพิกเซล ส่วน Apple Pay นั้นก็ยังไม่มีใครฟันธงได้ว่าจะดีกว่า Google Wallet หรือไม่ 5. ใช้ Android อยู่ ก็มีความสุขอยู่แล้ว เชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่ใช้ Androud อยู่ในมืออยู่แล้ว ณ ตอนนี้ก็มีความสุขและสมบูรณ์ดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปหาสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะดีกว่าหรือเปล่า (เหมาะกับตัวเองแค่ไหน) เพราะทั้งในส่วนของหน้าตา Android และสเปคของสมาร์ทโฟนก็ดูลงตัวไปหมด รวมไปถึงบริการต่างๆ ของ Google ก็ใช้ได้อย่างลงตัวไม่ติดขัดใดๆ ที่สำคัญคือซื้อแอพหรือคอนเทนต์ฝั่ง Android ไปเยอะแล้ว ก็ไม่น่าที่จะหาเรื่องเสียตังค์เพิ่มไปเริ่มต้นนับหนึ่งกับ iPhone ที่ยังไม่รู้ว่าตนเองจะชอบหรือเปล่า (อาจจะเกลียดเลยก็ได้) 6.เป็นคนใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ ว่ากันว่าคนที่ใช้ iPhone ซื้อ iPhone มักจะใช้อารมณ์ในการตัดสินมากกว่า ทั้งจากรูปลักษณ์ที่สวยงามของตัวเครื่อง ระบบ(ที่เค้าว่ากันว่า)เสถียร รวมไปถึงภาพลักษณ์ที่เมื่อถือใช้งาน iPhone แล้วดูโก้หรูกว่าใครๆ ที่ใช้ Android ที่สำคัญไม่รู้ว่าใช้ iPhone ได้ทุกฟังค์ชั่นหรือเปล่า (บางทีคนใช้ Android ต้องมาสอนคนใช้ iPhone ใช้งาน iPhone เลย) ต่างจากคนที่ใช้ Android อยู่แล้ว ที่จะเลือกสมาร์ทโฟนคู่ใจได้เป็นอย่างดี ทั้งจากราคาที่เหมาะสม สเปคที่แรงพอประมาณ เรียกได้ว่ามีเหตุผลในการใช้เงินมากกว่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือคุ้มค่านั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแล้ว คนไหนที่เหตุผลมากกว่าอารมณ์ชั่ววูบแล้วล่ะ Android ก็คงเหมาะคู่ควรที่จะใช้งานต่อไปแล้วครับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1060" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news.jpg" alt="news" width="660" height="411" /></a></p>
<p>1. ไม่ศรัทธา Apple เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว</p>
<p>มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา (แต่คนเกลียดอาจจะมากกว่า) จากการที่ Apple ชอบนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดอย่างที่ไม่ควรจะเป็น อาทิ Mac, OS X, iPhone, iOS รวมไปถึงหลายๆ คนก็ไม่มีความชอบในตัวของ Steve Jobs อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับของ Apple ด้วยความที่เป็นคนมีคาแรคเตอร์ชัดเจน ไม่ว่าจะนิสัยที่ตรงไปตรงมาที่บางครั้งก็ตรงเกินไป โดยเฉพาะคำพูดผ่านสื่อในการสัมภาษณ์หลายๆ ครั้ง ที่มีการเหน็บแนมคู่แข่ง ความกล้าที่จะหักดิบบางเรื่อง รวมไปถึงบรรดาสาวกที่นิสัยแย่ๆ (ย้ำว่าแย่ๆ) ชอบไปดูถูกชาวบ้านด้วย แน่นอนว่าด้วยเหตุผลนี้ ใครก็ตามที่เห็นด้วยก็ไม่ควรไปใช้ iPhone 6</p>
<p>2. มอง iPhone 6 ว่าราคาแพงเกินตัว</p>
<p>เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่สุดเลยทีเดียว เพราะราคาสินค้า Apple แต่ละอย่าง เรียกว่าสูงกว่าที่ควรจะเป็นในหลายๆ ประเภทเลย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์อย่าง MacBook, iMac รวมถึง Mac Pro เครื่องกลุ่ม workstation ที่หลายๆ คนสามารถประกอบเครื่องสเปคได้แรงกว่าในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro เสียอีก รวมไปถึง iPhone 6 รุ่นใหม่นี้เช่นกัน ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ในระดับเริ่มต้นที่ 24,xxx &#8211; 28,xxx บาท ทั้งๆ ที่สเปคก็ไม่ได้สูงไปกว่าเครื่องรุ่นอื่นๆ ในตลาดที่ราคาใกล้เคียงกัน แถมถ้าหากเพิ่มเงินอีกซักหน่อยก็ได้รุ่นท็อปของแบรนด์อื่นไปแล้ว</p>
<p>3. ชอบอิสระ เกลียดการติดคุก</p>
<p>ด้านของซอฟต์แวร์ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ iTunes ที่หลายคนบอกว่าใช้งานยาก ข้อจำกัดเยอะ กว่าจะลงเพลง โอนไฟล์ ใส่หนัง ใน iPhone ได้ที น้ำตาแทบกระเด็น แถมบางครั้ง iTunes ยังทำเครื่องค้างซะอีกด้วย รวมไปถึงการบังคับให้อัพเดทซอฟต์แวร์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าไม่อัพจะไม่สามารถใช้งานนู้นนี่นั่นได้ ถ้าเทียบกับฝั่งของ Android แล้ว เรื่องจัดการไฟล์แค่นี้ถือได้ว่าเป็นงานง่ายๆ หมูๆ ทำแปบเดียวก็เสร็จ ที่สำคัญยังให้อิสระในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth ที่ส่งไฟล์ได้ และ NFC ที่ใช้กับอุปกณ์ต่อพ่วงต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่างจาก iPhone 6 ที่ Apple Pay ไว้ใช้จ่ายเงินหารายได้เข้าตัวเองเท่านั้น แถม Android ตัวปรับ UI ได้ตามใจอีกนะเออ</p>
<p>4. ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจใน iPhone 6</p>
<p>ต้องยอมรับนะครับว่าในบางฟีเจอร์และสเปคที่มีเข้ามาใหม่ใน iPhone 6 ชาวบ้าน Android เค้ามีใช้กันตั้งนานแล้ว อาทิเช่น หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นของ iPhone 6 นั้น สมาร์ทโฟน Android ก็มีมาก่อน 2-3 ปีแล้ว แถมหลาย ๆ รุ่นยังใหญ่กว่า iPhone 6 ด้วย ส่วนสเปคกล้อง iPhone 6 ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลนั้นถือว่าธรรมดามากเมื่อเทียบกับ สมาร์ทโฟนระดับเรือธงของแอ นดรอยด์ที่ปัจจุบันสูงถึง 13 ล้านพิกเซลแล้ว รวมทั้ง Windows Phone ก็มีหน้าจอขนาดใหญ่มาก่อนแล้วเช่นกัน หรืออย่าง Nokia Lumia 1020 ก็มีกล้องที่ละเอียดถึง 41 ล้านพิกเซล ส่วน Apple Pay นั้นก็ยังไม่มีใครฟันธงได้ว่าจะดีกว่า Google Wallet หรือไม่</p>
<p>5. ใช้ Android อยู่ ก็มีความสุขอยู่แล้ว</p>
<p>เชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่ใช้ Androud อยู่ในมืออยู่แล้ว ณ ตอนนี้ก็มีความสุขและสมบูรณ์ดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปหาสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะดีกว่าหรือเปล่า (เหมาะกับตัวเองแค่ไหน) เพราะทั้งในส่วนของหน้าตา Android และสเปคของสมาร์ทโฟนก็ดูลงตัวไปหมด รวมไปถึงบริการต่างๆ ของ Google ก็ใช้ได้อย่างลงตัวไม่ติดขัดใดๆ ที่สำคัญคือซื้อแอพหรือคอนเทนต์ฝั่ง Android ไปเยอะแล้ว ก็ไม่น่าที่จะหาเรื่องเสียตังค์เพิ่มไปเริ่มต้นนับหนึ่งกับ iPhone ที่ยังไม่รู้ว่าตนเองจะชอบหรือเปล่า (อาจจะเกลียดเลยก็ได้)</p>
<p>6.เป็นคนใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์</p>
<p>ว่ากันว่าคนที่ใช้ iPhone ซื้อ iPhone มักจะใช้อารมณ์ในการตัดสินมากกว่า ทั้งจากรูปลักษณ์ที่สวยงามของตัวเครื่อง ระบบ(ที่เค้าว่ากันว่า)เสถียร รวมไปถึงภาพลักษณ์ที่เมื่อถือใช้งาน iPhone แล้วดูโก้หรูกว่าใครๆ ที่ใช้ Android ที่สำคัญไม่รู้ว่าใช้ iPhone ได้ทุกฟังค์ชั่นหรือเปล่า (บางทีคนใช้ Android ต้องมาสอนคนใช้ iPhone ใช้งาน iPhone เลย) ต่างจากคนที่ใช้ Android อยู่แล้ว ที่จะเลือกสมาร์ทโฟนคู่ใจได้เป็นอย่างดี ทั้งจากราคาที่เหมาะสม สเปคที่แรงพอประมาณ เรียกได้ว่ามีเหตุผลในการใช้เงินมากกว่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือคุ้มค่านั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแล้ว คนไหนที่เหตุผลมากกว่าอารมณ์ชั่ววูบแล้วล่ะ Android ก็คงเหมาะคู่ควรที่จะใช้งานต่อไปแล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/1059/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Apple เมินไทยหลุดกลุ่ม 2 ขายไอโฟน</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/624</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/624#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Sep 2014 02:45:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 6]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 6 พลัส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=624</guid>
		<description><![CDATA[ดูท่า Apple กำลังมีบทลงโทษกับประเทศที่มีข่าวหลุดเกี่ยวกับภาพและชื่อของ iPhone 6 แบบเบาๆ แล้วเพราะล่าสุดหากใครยังจำกันได้หลังจาก Apple ได้ประกาศเรื่องกำหนดการขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในงานเปิดตัวนั้น 9 ประเทศแรกไม่ปรากฏชื่อของประเทศจีนในกลุ่มแรก ที่ประกอบไปด้วยประะเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมันนี, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, และญี่ปุ่น ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ซึ่งถ้าหากใครยังจำกันได้เมื่อปีที่แล้วนั้นประเทศจีนอยู่ในกลุ่มประเทศแรกที่ได้สิทธิขายเครื่องไอโฟนซึ่งประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, และสหราชอาณาจักร สำหรับประเทศที่มาแทนประเทศจีนนั้นคือประเทศฮ่องกง การออกมาลดบทบาทของเรื่องวันจำหน่ายไอโฟน 6 ของจีนครั้งนี้อาจจะสืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้ทางจีนได้มีการหลุดออกมาของ &#8220;ใบปลิว iPhone 6 เผยออกมาโดยได้มีการระบุ วันเปิดตัว และราคาอย่างชัดเจน&#8221; รวมถึงภาพของตัวเครื่องไอโฟน ที่หลุดออกมาตลอดเวลานั้นเอง!! &#160; ส่วนไทยเองก็มีความเป็นไปได้สูงว่าประเทศไทยเองนั้นอาจจะโดนลดบทบาทลงเช่นกัน และหากไม่ผิดก็คงมาจากกรณีของ เลขาธิการ กสทช. ได้ทวีตเผยความลับของ iPhone 6 ป่านทวีตเตอร์ส่วนตัวว่า &#8220;สำนักงาน กสทช ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน6เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ&#8221; จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก นั้นเอง &#160; เพราะอาจจะไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม2 ของประเทศที่จะได้จำหน่ายไอโฟนทั้ง 2 รุ่นอย่าง iPhone 6  (ไอโฟน 6) และจากการอัพเดทล่าสุดโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Apple Store Online มีความเป็นไปได้ว่าประเทศในกลุ่มที่2 มีกำหนดการขาย iPhone 6  (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus (ไอโฟน 6 พลัส) ในวันที่ 26 กันยายนค่อนข้างแน่นอนแล้วครับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new56.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-625" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new56.jpg" alt="new" width="600" height="400" /></a></p>
<p>ดูท่า Apple กำลังมีบทลงโทษกับประเทศที่มีข่าวหลุดเกี่ยวกับภาพและชื่อของ iPhone 6 แบบเบาๆ แล้วเพราะล่าสุดหากใครยังจำกันได้หลังจาก Apple ได้ประกาศเรื่องกำหนดการขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในงานเปิดตัวนั้น 9 ประเทศแรกไม่ปรากฏชื่อของประเทศจีนในกลุ่มแรก ที่ประกอบไปด้วยประะเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมันนี, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, และญี่ปุ่น ในวันที่ 19 กันยายนนี้</p>
<p>ซึ่งถ้าหากใครยังจำกันได้เมื่อปีที่แล้วนั้นประเทศจีนอยู่ในกลุ่มประเทศแรกที่ได้สิทธิขายเครื่องไอโฟนซึ่งประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, และสหราชอาณาจักร</p>
<p><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391593/500.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับประเทศที่มาแทนประเทศจีนนั้นคือประเทศฮ่องกง การออกมาลดบทบาทของเรื่องวันจำหน่ายไอโฟน 6 ของจีนครั้งนี้อาจจะสืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้ทางจีนได้มีการหลุดออกมาของ &#8220;ใบปลิว iPhone 6 เผยออกมาโดยได้มีการระบุ วันเปิดตัว และราคาอย่างชัดเจน&#8221; รวมถึงภาพของตัวเครื่องไอโฟน ที่หลุดออกมาตลอดเวลานั้นเอง!!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนไทยเองก็มีความเป็นไปได้สูงว่าประเทศไทยเองนั้นอาจจะโดนลดบทบาทลงเช่นกัน และหากไม่ผิดก็คงมาจากกรณีของ เลขาธิการ กสทช. ได้ทวีตเผยความลับของ iPhone 6 ป่านทวีตเตอร์ส่วนตัวว่า &#8220;สำนักงาน กสทช ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน6เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ&#8221; จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก นั้นเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะอาจจะไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม2 ของประเทศที่จะได้จำหน่ายไอโฟนทั้ง 2 รุ่นอย่าง iPhone 6  (ไอโฟน 6) และจากการอัพเดทล่าสุดโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Apple Store Online มีความเป็นไปได้ว่าประเทศในกลุ่มที่2 มีกำหนดการขาย iPhone 6  (ไอโฟน 6) และ iPhone 6 Plus (ไอโฟน 6 พลัส) ในวันที่ 26 กันยายนค่อนข้างแน่นอนแล้วครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/624/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว iPhone 6 แล้ว</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/579</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/579#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2014 07:52:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Apple Watch]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 6 Plus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=579</guid>
		<description><![CDATA[สิ้นสุดการรอค่อยอย่างเป็นทางการเพราะในที่สุดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดล้ำรุ่นล่าสุดจากแอปเปิลก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว มาดูบรรยากาศสดๆ ไปพร้อมกันกับฝั่งอเมริกากันดีกว่าครับ Tim Cook ขึ้นเวทีอย่างเป็นทางการแล้วครับ..แต่ตอนนี้ภาพสัญญาณถ่ายทอดสดหายไปนะครับ มาแล้ว 2 รุ่นตามข่าวลือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ก็ตามที่หลุดๆ กันมานะครับ The 6 is 6.8mm thin, the 6 Plus is 7.1mm. That&#8217;s compared to 7.6 on the 5S เทียบขนาดความกว้างให้เห็นชัดๆ ของทั้ง รุ่นให้เห็นแบบชัดๆ กันไป ความละเอียดของหน้าจอ Pixels: 1334 x 750 and 1920 x 1080. รองรับน้าจอแนวนอนเช่นเดียวกับ iPad ชิป M8 สำหรับการใช้งานเกียวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับความเคลื่อนไหว หรือทำงานร่วมกันแอพสุขภาพต่างๆ WIFI แรงกว่าเดิม 3 เท่า รองรับ VoLTE ด้วย สเปคของกล้อง กล้องมาเท่าเดิมนะครับ แต่เขาเครมมาว่า ระบบออโต้ โฟกัส ทำงานได้ดี และแม่นยำกว่าเดิม iPhone 6 Plus มาพร้อมระบบกันสั่น Optical Image Stabilisation มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS 8 อุปกรณ์ที่รองรับ ส่วน iOS 8 จะเปิดให้ โหลดพร้อมกัน 17 กันยานี้ เคสสำหรับ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เปิดราคา iPhone 6 แบบติดสัญญา iPhone 6 มีรุ่นความจุ 128GB ตามข่าวลือ แต่ไม่มีรุ่นความจุ  32 GB iPhone 6 Plus ราคาติดสัญญา เปิดจองวันที่ 12 กันยายน กำหนดการขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในวันที่ 19 กันยายน รายชื่อประเทศกลุ่มแรกที่ จะวางจำหน่าย US, France,HK,Canda,Germany, Singapore,UK,AUS,JP มีมาให้เลือก 3 สี สีดำ, สีขาว และ สีทอง และ จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นคือ รุ่น 16GB, 64GB และรุ่น 128GB  Payment: มาพร้อมชิป NFC ซึ่งสามารถนำมาใช้งานร่วมกับบริการใหม่จาก Apple อย่าง Apple Pay คุณสามารถเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของคุณไว้ ระบบจ่ายเงินของ Apple ใช้ NFC ร่วมกับ Touch ID อีกด้วย ใช้งานง่ายและปลอดภัย สำหรับระบบ Apple Pay พร้อมใช้งานในอเมริกาภายในเดือนตุลาคม 2014 สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่ายทั้ง 2 รุ่นได้จากลิงค์ด้านล่าง iPhone 6 : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่าย iPhone 6 iPhone 6 Plus : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่าย iPhone 6 Plus ยังไม่จบครับ มาต่อกันที่ Apple Watch สิ่งที่ทุกคนรอค่อย Apple Watch มีให้เลือก 3 คอลเล็คชั่น โดยแต่ละคอลเลคชั่น จะมีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอ พร้อมกับสายรัดข้อมือดีไซน์ต่างกัน ดังนี้ • Apple Watch : เป็นรุ่นปกติ ตัวเรือนทำจาก Stainless Steel กระจกหน้าจอแบบซัฟไฟร์ • Apple Watch Sport : ตัวเรือนทำมาจาก Anodised Aluminium กระจกหน้าจอแบบ Ion-X รุ่นนี้โดดเด่นที่สายนาฬิกา ที่มีสีสันสดใส • Apple Watch Edition : ตัวเรือนเป็นทองคำ 18 กะรัต พร้อมกระจกหน้าจอแบบซัฟไฟร์ สายนาฬิกาแบบตัวล็อค Apple Watch จะมีฟีเจอร์เกี่ยวกับสุขภาพ Apple Watch รุ่นต่างๆ Apple Watch Edition หรูหราด้วยรุ่นทองคำ 18K Apple Watch Sport Apple Watch Apple Watch มีด้วยกันอยู่สองขนาด Apple Watch รองรับทั้ง Facebook และ ทวิตเตอร์ มาดูภาพของหน้าจอของทั้ง 2 กันดีกว่าครับ แผนที่ก็มีครับ นอกจากนี้นั้นยัง ดูเที่ยวบินได้และบอกเวลารถสาธารณะได้ มาดูกันครับว่าไอโฟนรุ่นไหนรองรับ Apple Watch กันบ้าง iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 5, iPhone 5C, andiPhone 5S คือแบบสะตั้นกับราคา  ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ประมาณหมื่นสองแพงมากครับ แต่รับรองขายกระจาย Apple Watch เริ่มวางจำหน่ายต้นปี 2015 ปีหน้าค่อยว่ากันครับแฟนๆ สัญญาณถ่ายทอดสดเริ่มมาแล้ว พร้อมกับบรรดาสื่อมวลชนเริ่มทะยอยเข้าสู่ห้องจัดงานแล้ว ติดตามการรายงานสดได้ทีหน้า เริ่มต้นกันด้วยภาพของบรรยากาศรอบๆ สถานที่จัดงานกันดีกว่าครับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>สิ้นสุดการรอค่อยอย่างเป็นทางการเพราะในที่สุดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดล้ำรุ่นล่าสุดจากแอปเปิลก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว มาดูบรรยากาศสดๆ ไปพร้อมกันกับฝั่งอเมริกากันดีกว่าครับ</p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new45.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-581" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new45.jpg" alt="new" width="666" height="447" /></a></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><span style="color: #000080;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/3.jpg" alt="" width="666" height="502" /></span></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><span style="color: #000080;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/5.jpg" alt="" width="660" height="447" /></span><br />
<span class="userContent">Tim Cook ขึ้นเวทีอย่างเป็นทางการแล้วครับ..แต่ตอนนี้ภาพสัญญาณถ่ายทอดสดหายไปนะครับ</span></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><span style="color: #000080;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/6.jpg" alt="" width="667" height="452" /></span><br />
มาแล้ว 2 รุ่นตามข่าวลือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ก็ตามที่หลุดๆ กันมานะครับ</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/8.jpg" alt="" width="666" height="447" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">The 6 is 6.8mm thin, the 6 Plus is 7.1mm. That&#8217;s compared to 7.6 on the 5S</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/11.jpg" alt="" width="666" height="447" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/9.jpg" alt="" width="670" height="445" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">เทียบขนาดความกว้างให้เห็นชัดๆ ของทั้ง รุ่นให้เห็นแบบชัดๆ กันไป</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/10.jpg" alt="" width="664" height="444" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">ความละเอียดของหน้าจอ Pixels: 1334 x 750 and 1920 x 1080.</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/12.jpg" alt="" width="666" height="445" /><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/13.jpg" alt="" width="663" height="450" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">รองรับน้าจอแนวนอนเช่นเดียวกับ iPad</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/dsc_4569.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/dsc_4579.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">ชิป M8 สำหรับการใช้งานเกียวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับความเคลื่อนไหว หรือทำงานร่วมกันแอพสุขภาพต่างๆ</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/appleevent_0199.jpg" alt="" width="600" height="397" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/appleevent_0202.jpg" alt="" width="600" height="397" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
WIFI แรงกว่าเดิม 3 เท่า</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/16.jpg" alt="" width="600" height="411" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">รองรับ VoLTE ด้วย</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/17.jpg" alt="" width="600" height="404" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/18.jpg" alt="" width="600" height="405" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">สเปคของกล้อง <span class="userContent">กล้องมาเท่าเดิมนะครับ แต่เขาเครมมาว่า ระบบออโต้ โฟกัส ทำงานได้ดี และแม่นยำกว่าเดิม</span></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/15.jpg" alt="" width="600" height="407" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><a style="color: #3b3c3c;" title="iPhone 6" href="http://hitech.sanook.com/1391477/" target="_blank">iPhone 6</a> Plus มาพร้อมระบบกันสั่น Optical Image Stabilisation</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/19.jpg" alt="" width="597" height="405" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/20.jpg" alt="" width="600" height="401" /><br />
มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS 8</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/400.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">อุปกรณ์ที่รองรับ</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/500.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
<span class="userContent">ส่วน iOS 8 จะเปิดให้ โหลดพร้อมกัน 17 กันยานี้</span></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/600.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
เคสสำหรับ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/21.jpg" alt="" width="599" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">เปิดราคา iPhone 6 แบบติดสัญญา iPhone 6 มีรุ่นความจุ 128GB ตามข่าวลือ แต่ไม่มีรุ่นความจุ  32 GB</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/200.jpg" alt="" width="581" height="387" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
iPhone 6 Plus ราคาติดสัญญา</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/22.jpg" alt="" width="598" height="403" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">เปิดจองวันที่ 12 กันยายน</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/24.jpg" alt="" width="595" height="409" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">กำหนดการขาย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในวันที่ 19 กันยายน</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/23.jpg" alt="" width="597" height="407" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/25.jpg" alt="" width="595" height="404" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">รายชื่อประเทศกลุ่มแรกที่ จะวางจำหน่าย US, France,HK,Canda,Germany, Singapore,UK,AUS,JP มีมาให้เลือก 3 สี สีดำ, สีขาว และ สี<a style="color: #3b3c3c;" title="ทอง" href="http://money.sanook.com/economic/goldrate/" target="_blank">ทอง</a> และ จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นคือ รุ่น 16GB, 64GB และรุ่น 128GB</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/101.jpg" alt="" width="600" height="407" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"> Payment: มาพร้อมชิป NFC ซึ่งสามารถนำมาใช้งานร่วมกับบริการใหม่จาก Apple อย่าง Apple Pay คุณสามารถเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของคุณไว้</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/26.jpg" alt="" width="598" height="403" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/27.jpg" alt="" width="597" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">ระบบจ่ายเงินของ Apple ใช้ NFC ร่วมกับ Touch ID อีกด้วย ใช้งานง่ายและปลอดภัย</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/28.jpg" alt="" width="594" height="395" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/29.jpg" alt="" width="595" height="399" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">สำหรับระบบ Apple Pay พร้อมใช้งานในอเมริกาภายในเดือนตุลาคม 2014</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/700.jpg" alt="" width="600" height="401" /></p>
<p>สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่ายทั้ง 2 รุ่นได้จากลิงค์ด้านล่าง</p>
<p>iPhone 6 : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่าย iPhone 6</p>
<p>iPhone 6 Plus : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่าย iPhone 6 Plus</p>
<p>ยังไม่จบครับ มาต่อกันที่ Apple Watch สิ่งที่ทุกคนรอค่อย Apple Watch มีให้เลือก 3 คอลเล็คชั่น โดยแต่ละคอลเลคชั่น จะมีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอ พร้อมกับสายรัดข้อมือดีไซน์ต่างกัน ดังนี้</p>
<p>• Apple Watch : เป็นรุ่นปกติ ตัวเรือนทำจาก Stainless Steel กระจกหน้าจอแบบซัฟไฟร์<br />
• Apple Watch Sport : ตัวเรือนทำมาจาก Anodised Aluminium กระจกหน้าจอแบบ Ion-X รุ่นนี้โดดเด่นที่สายนาฬิกา ที่มีสีสันสดใส<br />
• Apple Watch Edition : ตัวเรือนเป็นทองคำ 18 กะรัต พร้อมกระจกหน้าจอแบบซัฟไฟร์ สายนาฬิกาแบบตัวล็อค</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/appleevent_0468.jpg" alt="" width="600" height="397" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
Apple Watch จะมีฟีเจอร์เกี่ยวกับสุขภาพ</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/appleevent_0493.jpg" alt="" width="600" height="397" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/appleevent_0542.jpg" alt="" width="600" height="397" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
Apple Watch รุ่นต่างๆ Apple Watch Edition หรูหราด้วยรุ่นทองคำ 18K</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/dsc_5138.jpg" alt="" width="600" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
Apple Watch Sport</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/dsc_5143.jpg" alt="" width="600" height="400" /><br />
Apple Watch</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/dsc_5146.jpg" alt="" width="600" height="400" /><br />
Apple Watch มีด้วยกันอยู่สองขนาด</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/800.jpg" alt="" width="600" height="403" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">
Apple Watch รองรับทั้ง Facebook และ ทวิตเตอร์ มาดูภาพของหน้าจอของทั้ง 2 กันดีกว่าครับ</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/103.jpg" alt="" width="598" height="403" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/104.jpg" alt="" width="597" height="401" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">แผนที่ก็มีครับ</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/102.jpg" alt="" width="600" height="398" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">นอกจากนี้นั้นยัง ดูเที่ยวบินได้และบอกเวลารถสาธารณะได้</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/105.jpg" alt="" width="592" height="400" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/106.jpg" alt="" width="594" height="399" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">มาดูกันครับว่าไอโฟนรุ่นไหนรองรับ Apple Watch กันบ้าง iPhone 6, iPhone 6 Plus, <a style="color: #3b3c3c;" title="iPhone 5" href="http://hitech.sanook.com/tag/iphone%205/" target="_blank">iPhone 5</a>, <a style="color: #3b3c3c;" title="iPhone 5C" href="http://hitech.sanook.com/tag/iphone+5c/" target="_blank">iPhone 5C</a>, and<a style="color: #3b3c3c;" title="iPhone 5S" href="http://hitech.sanook.com/tag/iphone+5s/" target="_blank">iPhone 5S</a></p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/107.jpg" alt="" width="596" height="402" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">คือแบบสะตั้นกับราคา  ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ประมาณหมื่นสองแพงมากครับ แต่รับรองขายกระจาย</p>
<p style="color: #3b3c3c;"><img src="http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1391361/108.jpg" alt="" width="600" height="408" /></p>
<p style="color: #3b3c3c;">Apple Watch เริ่มวางจำหน่ายต้นปี 2015 ปีหน้าค่อยว่ากันครับแฟนๆ</p>
<p>สัญญาณถ่ายทอดสดเริ่มมาแล้ว พร้อมกับบรรดาสื่อมวลชนเริ่มทะยอยเข้าสู่ห้องจัดงานแล้ว ติดตามการรายงานสดได้ทีหน้า เริ่มต้นกันด้วยภาพของบรรยากาศรอบๆ สถานที่จัดงานกันดีกว่าครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/579/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.349 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-08-01 19:51:00 -->
