<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>แดงเดือดครั้งสุดท้าย ของ “สตีวี่ จี”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2572</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2572#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2015 05:51:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[สตีวี่ จี]]></category>
		<category><![CDATA[สตีเว่น เจอร์ราร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[เจอร์ราร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แอนฟิลด์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2572</guid>
		<description><![CDATA[The Last Red War : แดงเดือดครั้งสุดท้ายของ “สตีวี่ จี” สงครามสีแดงครั้งนี้จะเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ &#8220;สตีเว่น เจอร์ราร์ด&#8221; ไม่ว่าผลการแข่งขันใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์ จะจบลงอย่างไร นับจากนี้ตลอดไปสำหรับยอดกัปตันแห่งลิเวอร์พูล เขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะลงเล่นในสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลอีกต่อไป ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกมนัดนี้ย่อมมีความหมายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษนอกเหนือจากคุณค่าดั้งเดิมที่มีอยู่ อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ได้ว่าเจอร์ราร์ด จะมีโอกาสได้ลงสนามหรือไม่ในสถานการณ์นี้ ปฏิเสธได้ยากว่า “หงส์แดง” ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในทีม นักเตะแกนหลักหลายคนเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รองกัปตันผู้ถูกคาดหมายว่าจะรับช่วงต่อ เอ็มเร่ ชาน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเงียบๆ หรือแม้แต่ โจ อัลเลน ก็กลายเป็นห้องเครื่องที่ทีมขาดไม่ได้ ดังนั้นในเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปติดท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยที่มีโอกาสและความสามารถมากพอจะไปได้ไกลกว่านั้นด้วย โดยไม่ว่าจะ “หงส์” หรือ “ผี” ต่างก็แอบฝันถึงอันดับ 2 แล้วด้วยซ้ำ เมื่อคิดถึงแง่นี้จึงเป็นไปได้ที่เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส อาจต้องใจแข็งและคิดถึง “ทีม” มากกว่า “บุคคล” กระนั้นในเกมล่าสุดกับสวอนซี ซิตี้ เจอร์ราร์ดมีส่วนอยู่ไม่น้อยในการทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ในจังหวะของตัวเอง เมื่อรับบทบาทเดิมกับฤดูกาลที่แล้วในฐานะตัวทำเกมจากแนวลึก บัญชาเกมอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้เฮนเดอร์สัน, อัลเลน และคูตินโญ่ สร้างสรรค์เกมอย่างสบาย และทำให้ทีมเก็บชัยชนะจากเวลส์กลับมาได้สำเร็จ “คุณภาพ” ของเจอร์ราร์ดนั้นแน่นอนว่ายังมี “ของ” อยู่ ขณะที่สภาพร่างกายดูแข็งแรงพอสมควร บางครั้งในเกมระดับนี้ “ประสบการณ์” ของเขาอาจช่วยทีมได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างการรับมือคู่ปรับแห่งถนนสาย M62 เพราะแม้เทียบฟอร์มกันตามอารมณ์และความรู้สึก แมนฯ ยูไนเต็ดอาจดูเป็นรอง แต่ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นับตั้งแต่โดนถล่มในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา 3-0 จะเก็บชัยชนะเหนือพวกเขาได้โดยง่ายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ปีศาจแดงใต้การบงการของหลุยส์ ฟาน ฮาล ถึงจะโดนดูแคลนว่ามากับดวงบ้าง เล่นไม่สวยบ้าง แต่ผลงานในภาพรวมของพวกเขาถือว่าน่าพอใจ และดูเหมือนในเกมล่าสุดที่หักคอไก่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 พวกเขาจะค้นพบแนวทางการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเอง อาจไม่ถูกใจแฟนบอลนักแต่สไตล์แบบ Direct football กับการออกปีกแล้วสาดโด่งเข้ามาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กับรูนี่ย์ คอยหาโอกาสนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อย และเหนืออื่นใดไม่ควรมีใครในโลกลูกหนังที่จะประมาทมันสมองของกุนซืออย่างฟาน ฮาล การดวลเกมกลยุทธ์ข้างสนามระหว่างร็อดเจอร์ส และฟาน ฮาล จะเป็นการต่อสู้ที่น่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง “บัญชีแค้น” ที่ร็อดเจอร์ส ยอมกลืนเลือด กดปุ่มรีเซ็ททีมใหม่ในเกมล่าสุดที่พบกัน ยอมให้แมนฯ ยูไนเต็ดถล่ม วันนี้ระบบใหม่ของลิเวอร์พูล พร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะคิดบัญชีกับแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว ยิ่งหากทุกคนลงสนามด้วยความรู้สึกที่ชัดเจนว่า นี่คือสงครามสีแดงนัดสุดท้ายของเจอร์ราร์ด นักเตะลิเวอร์พูล ย่อมพร้อมจะสู้เพื่อความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับกัปตันของพวกเขา เช่นกันกับเจอร์ราร์ด ที่พร้อมจะสู้เพื่ออนาคตของทีม cr sanook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2573" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/dd.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/dd-300x180.jpg" alt="สตีวี่ จี" width="300" height="180" class="size-medium wp-image-2573" /></a><p class="wp-caption-text">สตีวี่ จี</p></div>
<p>The Last Red War : แดงเดือดครั้งสุดท้ายของ “สตีวี่ จี”</p>
<p>สงครามสีแดงครั้งนี้จะเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ &#8220;สตีเว่น เจอร์ราร์ด&#8221;</p>
<p>ไม่ว่าผลการแข่งขันใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์ จะจบลงอย่างไร นับจากนี้ตลอดไปสำหรับยอดกัปตันแห่งลิเวอร์พูล เขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะลงเล่นในสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลอีกต่อไป ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกมนัดนี้ย่อมมีความหมายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษนอกเหนือจากคุณค่าดั้งเดิมที่มีอยู่</p>
<p>อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ได้ว่าเจอร์ราร์ด จะมีโอกาสได้ลงสนามหรือไม่ในสถานการณ์นี้</p>
<p>ปฏิเสธได้ยากว่า “หงส์แดง” ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในทีม นักเตะแกนหลักหลายคนเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รองกัปตันผู้ถูกคาดหมายว่าจะรับช่วงต่อ เอ็มเร่ ชาน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเงียบๆ หรือแม้แต่ โจ อัลเลน ก็กลายเป็นห้องเครื่องที่ทีมขาดไม่ได้</p>
<p>ดังนั้นในเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปติดท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยที่มีโอกาสและความสามารถมากพอจะไปได้ไกลกว่านั้นด้วย  โดยไม่ว่าจะ “หงส์” หรือ “ผี” ต่างก็แอบฝันถึงอันดับ 2 แล้วด้วยซ้ำ</p>
<p>เมื่อคิดถึงแง่นี้จึงเป็นไปได้ที่เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส อาจต้องใจแข็งและคิดถึง “ทีม” มากกว่า “บุคคล”</p>
<p>กระนั้นในเกมล่าสุดกับสวอนซี ซิตี้ เจอร์ราร์ดมีส่วนอยู่ไม่น้อยในการทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ในจังหวะของตัวเอง เมื่อรับบทบาทเดิมกับฤดูกาลที่แล้วในฐานะตัวทำเกมจากแนวลึก บัญชาเกมอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้เฮนเดอร์สัน, อัลเลน และคูตินโญ่ สร้างสรรค์เกมอย่างสบาย และทำให้ทีมเก็บชัยชนะจากเวลส์กลับมาได้สำเร็จ</p>
<p>“คุณภาพ” ของเจอร์ราร์ดนั้นแน่นอนว่ายังมี “ของ” อยู่ ขณะที่สภาพร่างกายดูแข็งแรงพอสมควร บางครั้งในเกมระดับนี้ “ประสบการณ์” ของเขาอาจช่วยทีมได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างการรับมือคู่ปรับแห่งถนนสาย M62</p>
<p>เพราะแม้เทียบฟอร์มกันตามอารมณ์และความรู้สึก แมนฯ ยูไนเต็ดอาจดูเป็นรอง แต่ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นับตั้งแต่โดนถล่มในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา 3-0 จะเก็บชัยชนะเหนือพวกเขาได้โดยง่ายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว</p>
<p>ปีศาจแดงใต้การบงการของหลุยส์ ฟาน ฮาล ถึงจะโดนดูแคลนว่ามากับดวงบ้าง เล่นไม่สวยบ้าง แต่ผลงานในภาพรวมของพวกเขาถือว่าน่าพอใจ และดูเหมือนในเกมล่าสุดที่หักคอไก่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 พวกเขาจะค้นพบแนวทางการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเอง</p>
<p>อาจไม่ถูกใจแฟนบอลนักแต่สไตล์แบบ Direct football กับการออกปีกแล้วสาดโด่งเข้ามาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กับรูนี่ย์ คอยหาโอกาสนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อย</p>
<p>และเหนืออื่นใดไม่ควรมีใครในโลกลูกหนังที่จะประมาทมันสมองของกุนซืออย่างฟาน ฮาล</p>
<p>การดวลเกมกลยุทธ์ข้างสนามระหว่างร็อดเจอร์ส และฟาน ฮาล จะเป็นการต่อสู้ที่น่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง “บัญชีแค้น” ที่ร็อดเจอร์ส ยอมกลืนเลือด กดปุ่มรีเซ็ททีมใหม่ในเกมล่าสุดที่พบกัน ยอมให้แมนฯ ยูไนเต็ดถล่ม วันนี้ระบบใหม่ของลิเวอร์พูล พร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะคิดบัญชีกับแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว</p>
<p>ยิ่งหากทุกคนลงสนามด้วยความรู้สึกที่ชัดเจนว่า นี่คือสงครามสีแดงนัดสุดท้ายของเจอร์ราร์ด</p>
<p>นักเตะลิเวอร์พูล ย่อมพร้อมจะสู้เพื่อความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับกัปตันของพวกเขา</p>
<p>เช่นกันกับเจอร์ราร์ด ที่พร้อมจะสู้เพื่ออนาคตของทีม</p>
<p>cr sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2572/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หงส์เซ็ง วิลล่าบุกเชือดคาถิ่น 1-0</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/645</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/645#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2014 01:51:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีกอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ผงาด]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[แอนฟิลด์]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตัน วิลล่า]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตันวิลล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=645</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557 ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;สิงห์ผงาด&#8221; แอสตัน วิลล่า เริ่มเกมครึ่งแรก ได้ 3 นาที เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้นก่อน จาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้าเขตโทษมาถึง ลาซาร์ มาร์โควิช ได้วอลเล่ย์ด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป น.7 ฆาเบียร์ มานกีโย่ โยนบอลจากริมเส้นด้านขวาให้ มาร์โควิช ขึ้นโขกในเขตโทษ แต่หลุดเสาสองออกไปนิดเดียว และ 2นาที ต่อมา แฟนทีมเยือน แอสตัน วิลล่า ก็ได้เฮก่อน จากลูกเตะมุม ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ขึ้นโขกไปติด กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ พวกเดียวกัน ก่อน อักบอนลาฮอร์ จะหวดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ แอสตัน วิลล่า บุกนำ ลิเวอร์พูล 1-0 น.12 ทีมเยือน เกือบได้ลูกที่2 จากลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูลิเวอร์พูล ก่อนเป็น ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ที่ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย น.32 ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นทำประตู เมื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยกบอลให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่วิ่งสอดขึ้นมารับบอล ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่กำลังง้างเท้า ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว 2นาทีถัดมา เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะสับไกในเขตโทษของ ลาซาร์ มาร์โควิช แต่ไปติดบล็อก ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ตามมาช่วยใว้ได้ทัน ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลบุกหนัก ได้ลุ้นจาก อดัม ลัลลาน่า มีจังหวะกดด้วยซ้าย ระยะ 25 หลา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไป และอีกครั้งเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ลากบอลจากริมเส้นด้านซ้าย ตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวา บอลแฉลบแนวรับ ทีมเยือนเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู และทำให้จบเกมครึ่งแรก ทีมเยือน วิลล่า บุกนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-0 เริ่มเกมครึ่งหลัง ผ่านไป 6 นาที เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกทันที เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดลูกเตะมุมให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขึ้นโขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป น.63 อลัน ฮัตตัน ได้รับใบเหลือง เมื่อไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เพิ่งลงสนามได้ไม่นาน จนตัวลอย น.80 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะ ฟิลิปเป้ คูปเป้ คูตินโญ่ เลี้ยงหลบ แนวรับ วิลล่า ก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาเต็มๆ บอลกระดอนมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ตามซ้ำอีกครั้ง แต่ดันไปติด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันเสียอีก ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถ ทำประตูเพิ่มเติมกันได้ ทำให้จบเกม 90 นาที แอสตัน วิลล่า บุกมาเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ รายชื่อ11ผู้เล่นแรกของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-3-3) : ซิมง มิโญเลต์ &#8211; ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ &#8211; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ฟิลิปเป้คูตินโญ่ &#8211; อดัม ลัลลาน่า , มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช แอสตัน วิลล่า (ระบบ 4-4-2) : แบร็ด กูซาน &#8211; อลัน ฮัตตัน, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, นาธาน เบเกอร์, อาลี ซิสโซโก้ &#8211; คีแรน ริชาร์ดสัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์,ทอม เคลฟเวอร์รี่ &#8211; อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hs.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hs.jpg" alt="hs" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-646" /></a></p>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557</p>
<p>ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า</p>
<p>สนาม : แอนฟิลด์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;สิงห์ผงาด&#8221; แอสตัน วิลล่า</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ได้ 3 นาที เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้นก่อน จาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้าเขตโทษมาถึง ลาซาร์ มาร์โควิช ได้วอลเล่ย์ด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป</p>
<p>น.7 ฆาเบียร์ มานกีโย่ โยนบอลจากริมเส้นด้านขวาให้ มาร์โควิช ขึ้นโขกในเขตโทษ แต่หลุดเสาสองออกไปนิดเดียว</p>
<p>และ 2นาที ต่อมา  แฟนทีมเยือน แอสตัน วิลล่า ก็ได้เฮก่อน จากลูกเตะมุม ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ขึ้นโขกไปติด กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ พวกเดียวกัน ก่อน อักบอนลาฮอร์ จะหวดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้  แอสตัน วิลล่า บุกนำ  ลิเวอร์พูล 1-0</p>
<p>น.12 ทีมเยือน เกือบได้ลูกที่2 จากลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูลิเวอร์พูล ก่อนเป็น ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ที่ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>น.32  ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นทำประตู เมื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยกบอลให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่วิ่งสอดขึ้นมารับบอล ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่กำลังง้างเท้า  ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว</p>
<p>2นาทีถัดมา เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะสับไกในเขตโทษของ ลาซาร์ มาร์โควิช  แต่ไปติดบล็อก ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ตามมาช่วยใว้ได้ทัน</p>
<p>ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลบุกหนัก ได้ลุ้นจาก อดัม ลัลลาน่า มีจังหวะกดด้วยซ้าย ระยะ 25 หลา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไป และอีกครั้งเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ลากบอลจากริมเส้นด้านซ้าย ตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวา บอลแฉลบแนวรับ ทีมเยือนเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู และทำให้จบเกมครึ่งแรก ทีมเยือน วิลล่า บุกนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-0</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p>ผ่านไป 6 นาที เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกทันที เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดลูกเตะมุมให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน  ขึ้นโขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป</p>
<p>น.63 อลัน ฮัตตัน ได้รับใบเหลือง เมื่อไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เพิ่งลงสนามได้ไม่นาน จนตัวลอย</p>
<p>น.80 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะ ฟิลิปเป้ คูปเป้ คูตินโญ่ เลี้ยงหลบ แนวรับ วิลล่า ก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาเต็มๆ บอลกระดอนมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ตามซ้ำอีกครั้ง แต่ดันไปติด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันเสียอีก</p>
<p>ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถ ทำประตูเพิ่มเติมกันได้ ทำให้จบเกม 90 นาที  แอสตัน วิลล่า บุกมาเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกของทั้งสองทีม</p>
<p>ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-3-3) : ซิมง มิโญเลต์ &#8211; ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ &#8211; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ฟิลิปเป้คูตินโญ่ &#8211; อดัม ลัลลาน่า , มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช</p>
<p>แอสตัน วิลล่า (ระบบ 4-4-2) : แบร็ด กูซาน &#8211; อลัน ฮัตตัน, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, นาธาน เบเกอร์, อาลี ซิสโซโก้ &#8211; คีแรน ริชาร์ดสัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์,ทอม เคลฟเวอร์รี่ &#8211; อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/645/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.197 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-25 23:36:23 -->
