<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>แดงเดือดครั้งสุดท้าย ของ “สตีวี่ จี”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2572</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2572#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2015 05:51:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[สตีวี่ จี]]></category>
		<category><![CDATA[สตีเว่น เจอร์ราร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[เจอร์ราร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แอนฟิลด์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2572</guid>
		<description><![CDATA[The Last Red War : แดงเดือดครั้งสุดท้ายของ “สตีวี่ จี” สงครามสีแดงครั้งนี้จะเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ &#8220;สตีเว่น เจอร์ราร์ด&#8221; ไม่ว่าผลการแข่งขันใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์ จะจบลงอย่างไร นับจากนี้ตลอดไปสำหรับยอดกัปตันแห่งลิเวอร์พูล เขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะลงเล่นในสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลอีกต่อไป ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกมนัดนี้ย่อมมีความหมายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษนอกเหนือจากคุณค่าดั้งเดิมที่มีอยู่ อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ได้ว่าเจอร์ราร์ด จะมีโอกาสได้ลงสนามหรือไม่ในสถานการณ์นี้ ปฏิเสธได้ยากว่า “หงส์แดง” ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในทีม นักเตะแกนหลักหลายคนเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รองกัปตันผู้ถูกคาดหมายว่าจะรับช่วงต่อ เอ็มเร่ ชาน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเงียบๆ หรือแม้แต่ โจ อัลเลน ก็กลายเป็นห้องเครื่องที่ทีมขาดไม่ได้ ดังนั้นในเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปติดท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยที่มีโอกาสและความสามารถมากพอจะไปได้ไกลกว่านั้นด้วย โดยไม่ว่าจะ “หงส์” หรือ “ผี” ต่างก็แอบฝันถึงอันดับ 2 แล้วด้วยซ้ำ เมื่อคิดถึงแง่นี้จึงเป็นไปได้ที่เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส อาจต้องใจแข็งและคิดถึง “ทีม” มากกว่า “บุคคล” กระนั้นในเกมล่าสุดกับสวอนซี ซิตี้ เจอร์ราร์ดมีส่วนอยู่ไม่น้อยในการทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ในจังหวะของตัวเอง เมื่อรับบทบาทเดิมกับฤดูกาลที่แล้วในฐานะตัวทำเกมจากแนวลึก บัญชาเกมอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้เฮนเดอร์สัน, อัลเลน และคูตินโญ่ สร้างสรรค์เกมอย่างสบาย และทำให้ทีมเก็บชัยชนะจากเวลส์กลับมาได้สำเร็จ “คุณภาพ” ของเจอร์ราร์ดนั้นแน่นอนว่ายังมี “ของ” อยู่ ขณะที่สภาพร่างกายดูแข็งแรงพอสมควร บางครั้งในเกมระดับนี้ “ประสบการณ์” ของเขาอาจช่วยทีมได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างการรับมือคู่ปรับแห่งถนนสาย M62 เพราะแม้เทียบฟอร์มกันตามอารมณ์และความรู้สึก แมนฯ ยูไนเต็ดอาจดูเป็นรอง แต่ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นับตั้งแต่โดนถล่มในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา 3-0 จะเก็บชัยชนะเหนือพวกเขาได้โดยง่ายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ปีศาจแดงใต้การบงการของหลุยส์ ฟาน ฮาล ถึงจะโดนดูแคลนว่ามากับดวงบ้าง เล่นไม่สวยบ้าง แต่ผลงานในภาพรวมของพวกเขาถือว่าน่าพอใจ และดูเหมือนในเกมล่าสุดที่หักคอไก่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 พวกเขาจะค้นพบแนวทางการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเอง อาจไม่ถูกใจแฟนบอลนักแต่สไตล์แบบ Direct football กับการออกปีกแล้วสาดโด่งเข้ามาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กับรูนี่ย์ คอยหาโอกาสนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อย และเหนืออื่นใดไม่ควรมีใครในโลกลูกหนังที่จะประมาทมันสมองของกุนซืออย่างฟาน ฮาล การดวลเกมกลยุทธ์ข้างสนามระหว่างร็อดเจอร์ส และฟาน ฮาล จะเป็นการต่อสู้ที่น่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง “บัญชีแค้น” ที่ร็อดเจอร์ส ยอมกลืนเลือด กดปุ่มรีเซ็ททีมใหม่ในเกมล่าสุดที่พบกัน ยอมให้แมนฯ ยูไนเต็ดถล่ม วันนี้ระบบใหม่ของลิเวอร์พูล พร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะคิดบัญชีกับแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว ยิ่งหากทุกคนลงสนามด้วยความรู้สึกที่ชัดเจนว่า นี่คือสงครามสีแดงนัดสุดท้ายของเจอร์ราร์ด นักเตะลิเวอร์พูล ย่อมพร้อมจะสู้เพื่อความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับกัปตันของพวกเขา เช่นกันกับเจอร์ราร์ด ที่พร้อมจะสู้เพื่ออนาคตของทีม cr sanook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2573" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/dd.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/dd-300x180.jpg" alt="สตีวี่ จี" width="300" height="180" class="size-medium wp-image-2573" /></a><p class="wp-caption-text">สตีวี่ จี</p></div>
<p>The Last Red War : แดงเดือดครั้งสุดท้ายของ “สตีวี่ จี”</p>
<p>สงครามสีแดงครั้งนี้จะเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ &#8220;สตีเว่น เจอร์ราร์ด&#8221;</p>
<p>ไม่ว่าผลการแข่งขันใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์ จะจบลงอย่างไร นับจากนี้ตลอดไปสำหรับยอดกัปตันแห่งลิเวอร์พูล เขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะลงเล่นในสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลอีกต่อไป ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกมนัดนี้ย่อมมีความหมายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษนอกเหนือจากคุณค่าดั้งเดิมที่มีอยู่</p>
<p>อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ได้ว่าเจอร์ราร์ด จะมีโอกาสได้ลงสนามหรือไม่ในสถานการณ์นี้</p>
<p>ปฏิเสธได้ยากว่า “หงส์แดง” ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในทีม นักเตะแกนหลักหลายคนเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รองกัปตันผู้ถูกคาดหมายว่าจะรับช่วงต่อ เอ็มเร่ ชาน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเงียบๆ หรือแม้แต่ โจ อัลเลน ก็กลายเป็นห้องเครื่องที่ทีมขาดไม่ได้</p>
<p>ดังนั้นในเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปติดท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยที่มีโอกาสและความสามารถมากพอจะไปได้ไกลกว่านั้นด้วย  โดยไม่ว่าจะ “หงส์” หรือ “ผี” ต่างก็แอบฝันถึงอันดับ 2 แล้วด้วยซ้ำ</p>
<p>เมื่อคิดถึงแง่นี้จึงเป็นไปได้ที่เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส อาจต้องใจแข็งและคิดถึง “ทีม” มากกว่า “บุคคล”</p>
<p>กระนั้นในเกมล่าสุดกับสวอนซี ซิตี้ เจอร์ราร์ดมีส่วนอยู่ไม่น้อยในการทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ในจังหวะของตัวเอง เมื่อรับบทบาทเดิมกับฤดูกาลที่แล้วในฐานะตัวทำเกมจากแนวลึก บัญชาเกมอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้เฮนเดอร์สัน, อัลเลน และคูตินโญ่ สร้างสรรค์เกมอย่างสบาย และทำให้ทีมเก็บชัยชนะจากเวลส์กลับมาได้สำเร็จ</p>
<p>“คุณภาพ” ของเจอร์ราร์ดนั้นแน่นอนว่ายังมี “ของ” อยู่ ขณะที่สภาพร่างกายดูแข็งแรงพอสมควร บางครั้งในเกมระดับนี้ “ประสบการณ์” ของเขาอาจช่วยทีมได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างการรับมือคู่ปรับแห่งถนนสาย M62</p>
<p>เพราะแม้เทียบฟอร์มกันตามอารมณ์และความรู้สึก แมนฯ ยูไนเต็ดอาจดูเป็นรอง แต่ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นับตั้งแต่โดนถล่มในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา 3-0 จะเก็บชัยชนะเหนือพวกเขาได้โดยง่ายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว</p>
<p>ปีศาจแดงใต้การบงการของหลุยส์ ฟาน ฮาล ถึงจะโดนดูแคลนว่ามากับดวงบ้าง เล่นไม่สวยบ้าง แต่ผลงานในภาพรวมของพวกเขาถือว่าน่าพอใจ และดูเหมือนในเกมล่าสุดที่หักคอไก่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 พวกเขาจะค้นพบแนวทางการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเอง</p>
<p>อาจไม่ถูกใจแฟนบอลนักแต่สไตล์แบบ Direct football กับการออกปีกแล้วสาดโด่งเข้ามาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กับรูนี่ย์ คอยหาโอกาสนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อย</p>
<p>และเหนืออื่นใดไม่ควรมีใครในโลกลูกหนังที่จะประมาทมันสมองของกุนซืออย่างฟาน ฮาล</p>
<p>การดวลเกมกลยุทธ์ข้างสนามระหว่างร็อดเจอร์ส และฟาน ฮาล จะเป็นการต่อสู้ที่น่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง “บัญชีแค้น” ที่ร็อดเจอร์ส ยอมกลืนเลือด กดปุ่มรีเซ็ททีมใหม่ในเกมล่าสุดที่พบกัน ยอมให้แมนฯ ยูไนเต็ดถล่ม วันนี้ระบบใหม่ของลิเวอร์พูล พร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะคิดบัญชีกับแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว</p>
<p>ยิ่งหากทุกคนลงสนามด้วยความรู้สึกที่ชัดเจนว่า นี่คือสงครามสีแดงนัดสุดท้ายของเจอร์ราร์ด</p>
<p>นักเตะลิเวอร์พูล ย่อมพร้อมจะสู้เพื่อความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับกัปตันของพวกเขา</p>
<p>เช่นกันกับเจอร์ราร์ด ที่พร้อมจะสู้เพื่ออนาคตของทีม</p>
<p>cr sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2572/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หึ่มเน็ต “หงส์” แพ้ ได้ดูนม</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2185</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2185#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2014 07:16:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แพ้ถอดเสื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2185</guid>
		<description><![CDATA[สาวไทยท้าก่อนเกม “แดงเดือด” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ทีมใดแพ้ถอดเสื้อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก โซเชียล มีเดีย ควันหลงศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไป 3-0 โดยได้ประตูจาก เวย์น รูนีย์ , ฮวน มาตา และ โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ อย่างไรก็ตาม มีแฟนบอลสาวชาวไทย ใจกล้า ท้าก่อนเกมว่า หากทีมรักของตนแพ้จะถอดเสื้อโชว์ท่อนบน และสุดท้ายส่วนที่เชียร์ “หงส์แดง” ก็ได้ทำตามสัญญา ถอดเสื้อโชว์ออกมา จนมีการกดถูกใจ รวมไปถึงแชร์ภาพไปทั่วโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ก]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840901.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840901.jpeg" alt="557000014840901" width="461" height="466" class="alignleft size-full wp-image-2186" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840902.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840902.jpeg" alt="557000014840902" width="457" height="497" class="alignleft size-full wp-image-2187" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840903.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840903.jpeg" alt="557000014840903" width="451" height="492" class="alignleft size-full wp-image-2188" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840904.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840904.jpeg" alt="557000014840904" width="457" height="574" class="alignleft size-full wp-image-2189" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840906.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840906.jpeg" alt="557000014840906" width="454" height="520" class="alignleft size-full wp-image-2190" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840907.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840907.jpeg" alt="557000014840907" width="458" height="544" class="alignleft size-full wp-image-2191" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840908.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/557000014840908.jpeg" alt="557000014840908" width="460" height="481" class="alignleft size-full wp-image-2192" /></a></p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/li.jpeg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/li.jpeg" alt="li" width="452" height="518" class="alignleft size-full wp-image-2193" /></a></p>
<p>สาวไทยท้าก่อนเกม “แดงเดือด” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล ทีมใดแพ้ถอดเสื้อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก โซเชียล มีเดีย</p>
<p>       	ควันหลงศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไป 3-0 โดยได้ประตูจาก เวย์น รูนีย์ , ฮวน มาตา และ โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์</p>
<p>       	อย่างไรก็ตาม มีแฟนบอลสาวชาวไทย ใจกล้า ท้าก่อนเกมว่า หากทีมรักของตนแพ้จะถอดเสื้อโชว์ท่อนบน และสุดท้ายส่วนที่เชียร์ “หงส์แดง” ก็ได้ทำตามสัญญา ถอดเสื้อโชว์ออกมา จนมีการกดถูกใจ รวมไปถึงแชร์ภาพไปทั่วโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ก </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2185/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สกู๊ปหลังเกม “ผี”ทะลวงใส้”หงส์”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2182</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2182#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2014 05:47:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[มาต้าและฟาน เพอร์ซี่]]></category>
		<category><![CDATA[รูนี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2182</guid>
		<description><![CDATA[ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่ โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221; แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่ ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)? ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221; ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0 เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !! &#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง เรื่องโดย : มิดไนท์ cr sanook]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg" alt="ศึกแดงเดือด" width="620" height="372" class="alignleft size-full wp-image-2183" /></a></p>
<p>ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ  ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่</p>
<p>โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ </p>
<p>ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ  แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน</p>
<p>แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221;</p>
<p>แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่</p>
<p>ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ</p>
<p>แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)?</p>
<p>ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป </p>
<p>จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221;</p>
<p>ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา</p>
<p>ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป</p>
<p>ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0</p>
<p>เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก</p>
<p>และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ</p>
<p>ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี </p>
<p>และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย</p>
<p>บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !!</p>
<p>&#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง</p>
<p>เรื่องโดย : มิดไนท์</p>
<p>cr sanook</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2182/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.173 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-25 23:36:36 -->
