<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>2 นัดสุดสำคัญของหงส์แดง</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2545</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2545#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2015 03:39:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2545</guid>
		<description><![CDATA[โชคชะตาของ ลิเวอร์พูล ที่ลุ้นจะทำอันดับเพื่อไปเล่นในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าเริ่มเป็นใจกับพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะทำฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆด้วยตัวเองแล้ว คู่แข่งสำคัญในพื้นที่ดังกล่าวยังทำผลงานสะดุดกันไปเองด้วยอีกทาง หลังจากส่อเค้าจะหมดลุ้นทุกอย่างด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวาในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลมาจนถึงกลางเดือน ธ.ค. ทว่าล่าสุดหากพิจารณาจากอันดับและฟอร์มล่าสุดแล้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กำลังเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงน่าจับตามองทั้งฟุตบอลถ้วยที่ยังเหลือให้ได้ลุ้นอยู่สองรายการทั้ง ยูโรป้า ลีก และ เอฟเอ คัพ ล่าสุดชัยชนะที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ ทำให้ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขยับเข้าใกล้พื้นที่ 4 อันดับแรกที่จะเป็นโควตาไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากขึ้นเรื่อยๆ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมต้องยกพลลงใต้ไปเยือนรัง เซนต์ แมรี่ส์ ของทีม “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน พร้อมกับความตั้งใจที่จะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเพื่อลุ้นทำอันดับให้ดีขึ้นไปอยู่ในโควตา 4 อันดับแรกของตารางคะแนนให้ได้ อย่างไรก็ดีแม้จะเคยเอาชนะในเกมนัดเปิดฤดูกาลมาแล้ว แต่การไปเยือนทีม “นักบุญ” ที่มีอดีตนักเตะดังอย่าง โรนัลด์ คูมันน์ คุมทีมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะทีมจากแดนใต้ของอังกฤษทีมนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการที่พวกเขายืนระยะอยู่ในด้านบนของตารางคะแนนได้มาจนถึงช่วงเวลานี้ของฤดูกาลไม่ได้ฟลุ้คแต่อย่างใด ก่อนหน้าที่ฤดูกาลนี้จะเปิดฉากขึ้น เซาแธมป์ตัน ถูกจับตามองว่าจะเจอกับปัญหาแน่นอนในการเอาตัวรอดให้ได้ในลีกสูงสุด เพราะนอกจากจะเสียกุนซือหนุ่มฝีมือดีอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ไปให้กับทีม ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังร่วมลีกแล้ว พวกเขายังต้องปล่อยนักเตะฝีเท้าดีออกไปอีกมากมาย โดยเฉพาะกับการปล่อย ริคกี้ แลมเบิร์ต, เดยัน ลอฟเรน และ อดัม ลัลลาน่า ออกมาให้กับ ลิเวอร์พูล ทว่าอดีตขุนพลดังของฮอลแลนด์ และ บาร์เซโลน่า อย่าง คูมันน์ ก็ลบคำสบประมาทที่มีต่อตัวเขาและทีมของเขาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการรั้งอยู่ในด้านบนของตารางคะแนนมาได้ตลอดและมีลุ้นจะทำอันดับไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลหน้าอีกด้วย เกมที่ เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาถือว่า ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยียมมากๆเมื่อได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 และยังเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมนี้ของพวกเขาจาก ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ซึ่งกำลังทำผลงานได้ดีและประตูนี้ยังคล้ายกับประตูที่เจ้าตัวทำได้ในเกมที่เจอกับ โบลตัน ในเอฟเอ คัพ ขณะที่ประตูย้ำชัยชนะของ ลิเวอร์พูล นั้นได้จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนพร้อมกับเก็บแต้มเพิ่มเป็น 45 คะแนนตามหลัง เซาแธมป์ตัน ที่ร่วงลงมาเป็นอันดับ 5 อยู่เพียงหนึ่งคะแนน ขณะเดียวกันกับความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ทำให้ช่องห่างของ ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 4 กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งอยู่ที่ 6 เหลือเพียง 2 คะแนนเช่นกัน 12 เกมสุดท้ายที่เหลืออยู่ในลีกน่าจะทำให้การแข่งขันแย่งพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้เข้มข้นสุดขีดโดยอันดับ 3 เวลานี้อย่าง “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ก็มีอยู่ 48 คะแนนไม่ได้ไกลจาก ลิเวอร์พูล เลย เกมกับ เซาแธมป์ตัน แม้โอกาสในเกมจะมีไม่มากนักแต่ ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความเหนียวแน่นมากขึ้นกว่าเมื่อช่วงต้นฤดูกาลอย่างมาก สองประตูที่ได้นั้นมาจากสองโอกาสที่พวกเขายิงเข้ากรอบ ขณะเดียวกันเกมรับของพวกเขาก็ลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้นับตั้งแต่เริ่มปี 2015 มานี้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมเดียวเท่านั้นในลีกที่ยังไม่แพ้ใคร สถิติหนึ่งที่ยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของ ลิเวอร์พูล และพัฒนาการในแง่ของการเล่น และผลการแข่งขันของพวกเขาก็คือ พวกเขาเก็บได้เพียง 22 คะแนนเท่านั้นจาก 17 เกมแรก แต่ใน 9 เกมหลังสุดพวกเขากลับสามารถเก็บได้ถึง 23 จาก 27 คะแนนเต็ม โปรแกรมเกมต่อไปของ ลิเวอร์พูล นั้นจะเป็นการออกไปเล่นกับ เบซิคตัส ในนัดที่สองของรอบ 32 ทีมสุดท้ายยูโรป้า ลีก และพวกเขามีสกอร์ตุนมาจากเกมแรกอยู่ 1-0 ก่อนที่จะกลับมาลุยในลีกต่อช่วงสุดสัปดาห์และวันอาทิตย์นี้ ลิเวอร์พูล จะต้องทำศึกบิ๊กแมตช์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจะเป็นเกมที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะทำได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่กับฟอร์มที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พูดถึง มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ไปขอยิงจุดโทษจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้น หลายคนอาจไม่รู้ว่าดาวยิงทีมชาติอิตาลีรายนี้ มีสถิติการยิงจุดโทษที่ยอดเยี่ยมไม่น้อยเมื่อเขาเคยยิงประตูในการเล่นระดับอาชีพไปแล้วถึง 27 ประตูจากความพยายาม 29 ครั้ง และนั่นทำให้ บาโลเตลลี่ ถึงตัดสินใจขอโอกาสนั้นจาก เฮนโด้]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/02/news35.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2546" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/02/news35.jpg" alt="news" width="620" height="372" /></a></p>
<p>โชคชะตาของ ลิเวอร์พูล ที่ลุ้นจะทำอันดับเพื่อไปเล่นในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าเริ่มเป็นใจกับพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>นอกจากจะทำฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆด้วยตัวเองแล้ว คู่แข่งสำคัญในพื้นที่ดังกล่าวยังทำผลงานสะดุดกันไปเองด้วยอีกทาง</p>
<p>หลังจากส่อเค้าจะหมดลุ้นทุกอย่างด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวาในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลมาจนถึงกลางเดือน ธ.ค.</p>
<p>ทว่าล่าสุดหากพิจารณาจากอันดับและฟอร์มล่าสุดแล้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กำลังเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงน่าจับตามองทั้งฟุตบอลถ้วยที่ยังเหลือให้ได้ลุ้นอยู่สองรายการทั้ง ยูโรป้า ลีก และ เอฟเอ คัพ</p>
<p>ล่าสุดชัยชนะที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ ทำให้ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขยับเข้าใกล้พื้นที่ 4 อันดับแรกที่จะเป็นโควตาไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมต้องยกพลลงใต้ไปเยือนรัง เซนต์ แมรี่ส์ ของทีม “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน พร้อมกับความตั้งใจที่จะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเพื่อลุ้นทำอันดับให้ดีขึ้นไปอยู่ในโควตา 4 อันดับแรกของตารางคะแนนให้ได้</p>
<p>อย่างไรก็ดีแม้จะเคยเอาชนะในเกมนัดเปิดฤดูกาลมาแล้ว แต่การไปเยือนทีม “นักบุญ” ที่มีอดีตนักเตะดังอย่าง โรนัลด์ คูมันน์ คุมทีมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย</p>
<p>เพราะทีมจากแดนใต้ของอังกฤษทีมนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการที่พวกเขายืนระยะอยู่ในด้านบนของตารางคะแนนได้มาจนถึงช่วงเวลานี้ของฤดูกาลไม่ได้ฟลุ้คแต่อย่างใด</p>
<p>ก่อนหน้าที่ฤดูกาลนี้จะเปิดฉากขึ้น เซาแธมป์ตัน ถูกจับตามองว่าจะเจอกับปัญหาแน่นอนในการเอาตัวรอดให้ได้ในลีกสูงสุด</p>
<p>เพราะนอกจากจะเสียกุนซือหนุ่มฝีมือดีอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ไปให้กับทีม ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังร่วมลีกแล้ว พวกเขายังต้องปล่อยนักเตะฝีเท้าดีออกไปอีกมากมาย โดยเฉพาะกับการปล่อย ริคกี้ แลมเบิร์ต, เดยัน ลอฟเรน และ อดัม ลัลลาน่า ออกมาให้กับ ลิเวอร์พูล</p>
<p>ทว่าอดีตขุนพลดังของฮอลแลนด์ และ บาร์เซโลน่า อย่าง คูมันน์ ก็ลบคำสบประมาทที่มีต่อตัวเขาและทีมของเขาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการรั้งอยู่ในด้านบนของตารางคะแนนมาได้ตลอดและมีลุ้นจะทำอันดับไปเล่นในฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลหน้าอีกด้วย</p>
<p>เกมที่ เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาถือว่า ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยียมมากๆเมื่อได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 และยังเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมนี้ของพวกเขาจาก ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ซึ่งกำลังทำผลงานได้ดีและประตูนี้ยังคล้ายกับประตูที่เจ้าตัวทำได้ในเกมที่เจอกับ โบลตัน ในเอฟเอ คัพ</p>
<p>ขณะที่ประตูย้ำชัยชนะของ ลิเวอร์พูล นั้นได้จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนพร้อมกับเก็บแต้มเพิ่มเป็น 45 คะแนนตามหลัง เซาแธมป์ตัน ที่ร่วงลงมาเป็นอันดับ 5 อยู่เพียงหนึ่งคะแนน</p>
<p>ขณะเดียวกันกับความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ทำให้ช่องห่างของ ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 4 กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งอยู่ที่ 6 เหลือเพียง 2 คะแนนเช่นกัน</p>
<p>12 เกมสุดท้ายที่เหลืออยู่ในลีกน่าจะทำให้การแข่งขันแย่งพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้เข้มข้นสุดขีดโดยอันดับ 3 เวลานี้อย่าง “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ก็มีอยู่ 48 คะแนนไม่ได้ไกลจาก ลิเวอร์พูล เลย</p>
<p>เกมกับ เซาแธมป์ตัน แม้โอกาสในเกมจะมีไม่มากนักแต่ ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความเหนียวแน่นมากขึ้นกว่าเมื่อช่วงต้นฤดูกาลอย่างมาก สองประตูที่ได้นั้นมาจากสองโอกาสที่พวกเขายิงเข้ากรอบ</p>
<p>ขณะเดียวกันเกมรับของพวกเขาก็ลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้นับตั้งแต่เริ่มปี 2015 มานี้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมเดียวเท่านั้นในลีกที่ยังไม่แพ้ใคร</p>
<p>สถิติหนึ่งที่ยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของ ลิเวอร์พูล และพัฒนาการในแง่ของการเล่น และผลการแข่งขันของพวกเขาก็คือ พวกเขาเก็บได้เพียง 22 คะแนนเท่านั้นจาก 17 เกมแรก แต่ใน 9 เกมหลังสุดพวกเขากลับสามารถเก็บได้ถึง 23 จาก 27 คะแนนเต็ม</p>
<p>โปรแกรมเกมต่อไปของ ลิเวอร์พูล นั้นจะเป็นการออกไปเล่นกับ เบซิคตัส ในนัดที่สองของรอบ 32 ทีมสุดท้ายยูโรป้า ลีก และพวกเขามีสกอร์ตุนมาจากเกมแรกอยู่ 1-0</p>
<p>ก่อนที่จะกลับมาลุยในลีกต่อช่วงสุดสัปดาห์และวันอาทิตย์นี้ ลิเวอร์พูล จะต้องทำศึกบิ๊กแมตช์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจะเป็นเกมที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะทำได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่กับฟอร์มที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>พูดถึง มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ไปขอยิงจุดโทษจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้น หลายคนอาจไม่รู้ว่าดาวยิงทีมชาติอิตาลีรายนี้ มีสถิติการยิงจุดโทษที่ยอดเยี่ยมไม่น้อยเมื่อเขาเคยยิงประตูในการเล่นระดับอาชีพไปแล้วถึง 27 ประตูจากความพยายาม 29 ครั้ง และนั่นทำให้ บาโลเตลลี่ ถึงตัดสินใจขอโอกาสนั้นจาก เฮนโด้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2545/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สกู๊ปหลังเกม “ผี”ทะลวงใส้”หงส์”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2182</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2182#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2014 05:47:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[มาต้าและฟาน เพอร์ซี่]]></category>
		<category><![CDATA[รูนี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2182</guid>
		<description><![CDATA[ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่ โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221; แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่ ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)? ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221; ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0 เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !! &#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง เรื่องโดย : มิดไนท์ cr sanook]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg" alt="ศึกแดงเดือด" width="620" height="372" class="alignleft size-full wp-image-2183" /></a></p>
<p>ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ  ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่</p>
<p>โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ </p>
<p>ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ  แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน</p>
<p>แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221;</p>
<p>แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่</p>
<p>ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ</p>
<p>แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)?</p>
<p>ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป </p>
<p>จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221;</p>
<p>ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา</p>
<p>ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป</p>
<p>ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0</p>
<p>เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก</p>
<p>และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ</p>
<p>ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี </p>
<p>และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย</p>
<p>บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !!</p>
<p>&#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง</p>
<p>เรื่องโดย : มิดไนท์</p>
<p>cr sanook</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2182/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขุนค้อนเปิดรัง ทุบหงส์ปีกหัก 3-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/811</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/811#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2014 01:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวหงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[เวสต์แฮม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=811</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล สนาม : โบลีน กราวด์ ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล เริ่มเกมครึ่งแรก ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้ ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น น.13 เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2 น.40 เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1 เริ่มเกมครึ่งหลัง น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น 3-1 จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg" alt="hk" width="600" height="360" class="alignnone size-full wp-image-812" /></a></p>
<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557</p>
<p>เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล</p>
<p>สนาม : โบลีน กราวด์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล </p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ</p>
<p>และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้  ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น</p>
<p>น.13  เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป</p>
<p>น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้  ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2</p>
<p>น.40  เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก  แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน</p>
<p>ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น  เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p>น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา  แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย </p>
<p>น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก</p>
<p>น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป</p>
<p>น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ  ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น  3-1</p>
<p>จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม</p>
<p>เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย</p>
<p>ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/811/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจอร์ราร์ด ยิงโทษทดเจ็บ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/721</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/721#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Sep 2014 02:05:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลยูฟ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=721</guid>
		<description><![CDATA[การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ในกลุ่ม B &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล ที่ได้กลับมาเล่นในรายการนี้เป็นหนแรกในรอบ 5 ปี เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมรองบ่อนจากบัลแกเรีย ลูโดโกเรตส์ ที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยเกมนี้ &#8220;บี-ร็อด&#8221; เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ยืนเป็นหน้าเป้า มี ราฮีม สเตอร์ลิง, อดัม ลัลลานา และฟิลิปเป คูตินโญ คอยสนับสนุนเกมรุก แดนกลาง สตีเวน เจอร์ราร์ด คุมเกม แนวรับใช้ มามาดู ซาโก ยืนคู่กับ เดยัน ลอฟเรน รูปเกมเป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่าชัดเจน แต่จังหวะสร้างสรรค์โอกาสในการลุ้นประตูมีน้อยมากในครึ่งแรก เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล สร้างจังหวะได้มากขึ้น แต่ยังยิงไม่ได้ ท้ายเกม ลูโดโกเรตส์ เกือบขึ้นนำไปก่อน ทว่า ซัดไปชนเสา ก่อนที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; จะสวนกลับมาได้ประตูนำจาก มาริโอ บาโลเตลลี นาที 82 อย่างไรก็ตาม นาทีสุดท้าย ลูโดโกเรตส์ ตามตีเสมอได้จาก ดานี อบาโล ทำให้เกมน่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ สตีเวน เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาด หมดเวลา ลิเวอร์พูล เฉือนคว้าชัยไปได้อย่างหวุดหวิด 2-1 ด้าน &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; รีล มาดริด เปิดสนามซานติเอโก เบอร์นาเบว ไล่ต้อนเอาชนะ เอฟซี บาเซิล จากสวิส 5-1 เจ้าถิ่นได้จาก มาเร็ค ซัคฮี ทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 14, แกเรธ เบล นาที 30, คริสเตียโน โรนัลโด นาที 31, เจมส์ โรดริเกซ นาที 37 และคาริม เบนเซมา นาที 79 ฝั่ง บาเซิล ตีไข่แตกได้จาก เดอร์ลิส กอนซาเลซ นาที 38 ส่วนเกมในกลุ่ม D &#8220;เสือเหลือง&#8221; โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เปิดบ้านไล่ขย้ำ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซนอล 2-0 ได้ประตูจาก ซิโร อิมโมบิเล นาที 45, ปิแอร์ เอเมอริค อูบาเมยอง นาที 48 ผลอีกหนึ่งคู่ในกลุ่มนี้ กาลาตาซาราย เสมอ อันเดอร์เลทช์ 1-1 ผลคู่อื่น ๆ กลุ่ม A ยูเวนตุส ชนะ มัลโม 2-0, โอลิมเปียกอส ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2, กลุ่ม C เบนฟิกา แพ้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก 0-2, โมนาโก ชนะ เลเวอร์คูเซน 1-0.]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/231179.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/231179.jpg" alt="231179" width="670" height="490" class="alignnone size-full wp-image-722" /></a></p>
<p>การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ในกลุ่ม B &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล</p>
<p>ที่ได้กลับมาเล่นในรายการนี้เป็นหนแรกในรอบ 5 ปี เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมรองบ่อนจากบัลแกเรีย ลูโดโกเรตส์ ที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยเกมนี้ &#8220;บี-ร็อด&#8221; เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ยืนเป็นหน้าเป้า มี ราฮีม สเตอร์ลิง, อดัม ลัลลานา และฟิลิปเป คูตินโญ คอยสนับสนุนเกมรุก แดนกลาง สตีเวน เจอร์ราร์ด คุมเกม แนวรับใช้ มามาดู ซาโก ยืนคู่กับ เดยัน ลอฟเรน</p>
<p>รูปเกมเป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่าชัดเจน แต่จังหวะสร้างสรรค์โอกาสในการลุ้นประตูมีน้อยมากในครึ่งแรก </p>
<p>เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล สร้างจังหวะได้มากขึ้น แต่ยังยิงไม่ได้ ท้ายเกม ลูโดโกเรตส์ เกือบขึ้นนำไปก่อน ทว่า ซัดไปชนเสา ก่อนที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; จะสวนกลับมาได้ประตูนำจาก มาริโอ บาโลเตลลี นาที 82 อย่างไรก็ตาม นาทีสุดท้าย ลูโดโกเรตส์ ตามตีเสมอได้จาก ดานี อบาโล ทำให้เกมน่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ สตีเวน เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาด หมดเวลา ลิเวอร์พูล เฉือนคว้าชัยไปได้อย่างหวุดหวิด 2-1</p>
<p>ด้าน &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; รีล มาดริด เปิดสนามซานติเอโก เบอร์นาเบว</p>
<p>ไล่ต้อนเอาชนะ เอฟซี บาเซิล จากสวิส 5-1 เจ้าถิ่นได้จาก มาเร็ค ซัคฮี ทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 14, แกเรธ เบล นาที 30, คริสเตียโน โรนัลโด นาที 31, เจมส์ โรดริเกซ นาที 37 และคาริม เบนเซมา นาที 79 ฝั่ง บาเซิล ตีไข่แตกได้จาก เดอร์ลิส กอนซาเลซ นาที 38</p>
<p>ส่วนเกมในกลุ่ม D &#8220;เสือเหลือง&#8221; โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เปิดบ้านไล่ขย้ำ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซนอล 2-0 ได้ประตูจาก ซิโร อิมโมบิเล นาที 45, ปิแอร์ เอเมอริค อูบาเมยอง นาที 48</p>
<p>ผลอีกหนึ่งคู่ในกลุ่มนี้ กาลาตาซาราย เสมอ อันเดอร์เลทช์ 1-1</p>
<p>ผลคู่อื่น ๆ กลุ่ม A ยูเวนตุส ชนะ มัลโม 2-0, โอลิมเปียกอส ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2, กลุ่ม C เบนฟิกา แพ้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก 0-2, โมนาโก ชนะ เลเวอร์คูเซน 1-0. </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/721/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หงส์แดง 3 สิ่งที่หายไป</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/715</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/715#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2014 03:04:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=715</guid>
		<description><![CDATA[คนเรามักจะรู้ “คุณค่า” ของสิ่งที่สูญเสียไปเมื่อสิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับเราแล้ว เรื่องนี้เป็นสัจธรรมของชีวิตครับ เพราะผมเองก็เคยผ่านความรู้สึกเช่นนั้นมา และรู้สึกได้อีกครั้งเมื่อได้เห็นถ้อยคำของน้องชายคนหนึ่งที่รำพึงถึงสิ่งที่สูญเสียไปด้วยความอาดูร ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ผมเชื่อว่าแฟนบอลลิเวอร์พูล จำนวนหนึ่งเองคงคิดถึง หลุยส์ ซัวเรซ ขึ้นมาจับใจ มากบ้างน้อยบ้าง หากมีดาวยิงฟันกระต่ายอยู่ในสนาม คงมีสิ่งที่เรียกว่า “ความหวัง” อยู่บ้าง ไม่ใช่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้เหมือนในเกมที่แอนฟิลด์เมื่อคืนที่ผ่านมา 90 นาที เมื่อช่วงดึกของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เล่นกันได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงฟอร์มในวันที่บุกไป “คั่วไก่” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วนั้น มันทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นวันนั้นเป็น “ภาพลวงตา” อันที่จริงสิ่งที่เห็นในเกมกับสเปอร์สนั้นไม่ใช่ภาพลวงตาครับ นั่นคือประสิทธิภาพ และศักยภาพที่แท้จริงของลิเวอร์พูล เพียงแต่ความแตกต่างระหว่างเกมที่เดอะ เลน กับที่แอนฟิลด์ นั้นมีอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน ประการแรกเกมที่เดอะ เลน นั้นลิเวอร์พูล ค่อนข้างเล่นได้ตามเกมของตัวเอง บวกกับสเปอร์ส เองเปิดพื้นที่ให้เล่นค่อนข้างมาก เมื่อแนวรุก 3 ประสาน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ อยู่กันครบ จิ๊กซอว์จึงลงตัว &#160; ประการต่อมา สภาพทีมในวันนั้นกับเมื่อคืนที่แอนฟิลด์แตกต่างกัน แม้ไม่มากแต่สำคัญ เพราะการขาด สเตอร์ริดจ์ ทำให้ทีมไม่มีกองหน้าซึ่งสามารถ “ขู่” กองหลังได้ด้วยความเร็ว ความแพรวพราว และอีซ้ายที่ประมาทไม่ได้ เช่นกันกับ โจ อัลเลน ที่ถึงดูไม่เด่นแต่เป็นคนปิดทองหลังพระ ด้วยความขยัน พลังไดนามิค และการออกบอลที่ทำให้ทีมขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง สองเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่ความปราชัยคาแอนฟิลด์ตั้งแต่เกมที่ 2 ของฤดูกาล แน่นอนครับว่าต้องให้เครดิตกับ แอสตัน วิลล่า ของ พอล แลมเบิร์ต ที่ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา พวกเขาเล่นได้ตามแผนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับให้เหนียวแน่นหนึบ การฉกฉวยโอกาสเท่าที่มีให้ได้ ซึ่งทำได้สำเร็จตั้งแต่ต้นเกมและทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และอีกสิ่งที่สำคัญคือการพยายามทำให้ลิเวอร์พูล เสียจังหวะ ต้องเล่นภายใต้ความรู้สึก “อึดอัด” ตลอดทั้งเกม &#160; เซาธ์แฮมป์ตันเองก็เล่นในลักษณะนี้เมื่อเกมเปิดฤดูกาล และทำให้ลิเวอร์พูลแทบเอาตัวไม่รอด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะทีมในระดับรองลงมา “จับทาง” ได้หมดแล้วว่าหากมามุกนี้ หงส์แดงไปไม่เป็นแน่ เพราะประสิทธิภาพในเกมรุกของรองแชมป์พรีเมียร์ลีกลดลงไปจากเดิมมาก ประตูที่เคยยิงได้เป็นกอบเป็นกำนั้นแลดูเกิดขึ้นยากและพูดตามตรงว่ามันดูไม่มีความหวังเอาเสียเลย เราอาจให้ความยุติธรรมบ้างว่า 3 ประสานแนวรุกนั้นล้วนเป็นหน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช หรือ อดัม ลัลลาน่า ขณะที่ตัวสำรองอย่าง ริคกี้ แลมเบิร์ต หรือ ฟาบิโอ บอรินี่ ก็ยังปักหลักกับสโมสรใหม่ไม่ได้ ครั้นจะฝากความหวังกับเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นักเตะที่ดีที่สุดของทีมเวลานี้ ร็อดเจอร์สก็กลัวจะช้ำเกินไปจนเก็บเข้าซุ้มม้านั่งสำรอง และต้องยอมส่งมาในช่วง 30 นาทีสุดท้าย โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว &#160; จากปัญหาที่เห็น ถึงมันจะเร็วแต่ต้องบอกให้เดอะ ค็อป เผื่อใจครับว่าปีนี้ “หนัก” แน่ เพราะต่อให้ได้ สเตอร์ริดจ์ กลับมา และต่อให้นักเตะใหม่ปรับตัวได้เร็วทีมก็ยังขาด 3 สิ่งสำคัญ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>คนเรามักจะรู้ “คุณค่า” ของสิ่งที่สูญเสียไปเมื่อสิ่งนั้นไม่ได้อยู่กับเราแล้ว</p>
<p>เรื่องนี้เป็นสัจธรรมของชีวิตครับ เพราะผมเองก็เคยผ่านความรู้สึกเช่นนั้นมา และรู้สึกได้อีกครั้งเมื่อได้เห็นถ้อยคำของน้องชายคนหนึ่งที่รำพึงถึงสิ่งที่สูญเสียไปด้วยความอาดูร</p>
<p>ณ เข็มนาฬิกาเดินไป ผมเชื่อว่าแฟนบอลลิเวอร์พูล จำนวนหนึ่งเองคงคิดถึง หลุยส์ ซัวเรซ ขึ้นมาจับใจ</p>
<p>มากบ้างน้อยบ้าง หากมีดาวยิงฟันกระต่ายอยู่ในสนาม คงมีสิ่งที่เรียกว่า “ความหวัง” อยู่บ้าง</p>
<p>ไม่ใช่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้เหมือนในเกมที่แอนฟิลด์เมื่อคืนที่ผ่านมา</p>
<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new79.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-716" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new79.jpg" alt="new" width="620" height="372" /></a></p>
<p>90 นาที เมื่อช่วงดึกของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เล่นกันได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงฟอร์มในวันที่บุกไป “คั่วไก่” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วนั้น มันทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นวันนั้นเป็น “ภาพลวงตา”</p>
<p>อันที่จริงสิ่งที่เห็นในเกมกับสเปอร์สนั้นไม่ใช่ภาพลวงตาครับ นั่นคือประสิทธิภาพ และศักยภาพที่แท้จริงของลิเวอร์พูล เพียงแต่ความแตกต่างระหว่างเกมที่เดอะ เลน กับที่แอนฟิลด์ นั้นมีอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน</p>
<p>ประการแรกเกมที่เดอะ เลน นั้นลิเวอร์พูล ค่อนข้างเล่นได้ตามเกมของตัวเอง บวกกับสเปอร์ส เองเปิดพื้นที่ให้เล่นค่อนข้างมาก เมื่อแนวรุก 3 ประสาน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ อยู่กันครบ จิ๊กซอว์จึงลงตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประการต่อมา สภาพทีมในวันนั้นกับเมื่อคืนที่แอนฟิลด์แตกต่างกัน แม้ไม่มากแต่สำคัญ เพราะการขาด สเตอร์ริดจ์ ทำให้ทีมไม่มีกองหน้าซึ่งสามารถ “ขู่” กองหลังได้ด้วยความเร็ว ความแพรวพราว และอีซ้ายที่ประมาทไม่ได้ เช่นกันกับ โจ อัลเลน ที่ถึงดูไม่เด่นแต่เป็นคนปิดทองหลังพระ ด้วยความขยัน พลังไดนามิค และการออกบอลที่ทำให้ทีมขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง</p>
<p>สองเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่ความปราชัยคาแอนฟิลด์ตั้งแต่เกมที่ 2 ของฤดูกาล</p>
<p>แน่นอนครับว่าต้องให้เครดิตกับ แอสตัน วิลล่า ของ พอล แลมเบิร์ต ที่ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา พวกเขาเล่นได้ตามแผนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับให้เหนียวแน่นหนึบ การฉกฉวยโอกาสเท่าที่มีให้ได้ ซึ่งทำได้สำเร็จตั้งแต่ต้นเกมและทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น</p>
<p>และอีกสิ่งที่สำคัญคือการพยายามทำให้ลิเวอร์พูล เสียจังหวะ ต้องเล่นภายใต้ความรู้สึก “อึดอัด” ตลอดทั้งเกม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เซาธ์แฮมป์ตันเองก็เล่นในลักษณะนี้เมื่อเกมเปิดฤดูกาล และทำให้ลิเวอร์พูลแทบเอาตัวไม่รอด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะทีมในระดับรองลงมา “จับทาง” ได้หมดแล้วว่าหากมามุกนี้ หงส์แดงไปไม่เป็นแน่</p>
<p>เพราะประสิทธิภาพในเกมรุกของรองแชมป์พรีเมียร์ลีกลดลงไปจากเดิมมาก ประตูที่เคยยิงได้เป็นกอบเป็นกำนั้นแลดูเกิดขึ้นยากและพูดตามตรงว่ามันดูไม่มีความหวังเอาเสียเลย</p>
<p>เราอาจให้ความยุติธรรมบ้างว่า 3 ประสานแนวรุกนั้นล้วนเป็นหน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช หรือ อดัม ลัลลาน่า ขณะที่ตัวสำรองอย่าง ริคกี้ แลมเบิร์ต หรือ ฟาบิโอ บอรินี่ ก็ยังปักหลักกับสโมสรใหม่ไม่ได้</p>
<p>ครั้นจะฝากความหวังกับเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นักเตะที่ดีที่สุดของทีมเวลานี้ ร็อดเจอร์สก็กลัวจะช้ำเกินไปจนเก็บเข้าซุ้มม้านั่งสำรอง และต้องยอมส่งมาในช่วง 30 นาทีสุดท้าย โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากปัญหาที่เห็น ถึงมันจะเร็วแต่ต้องบอกให้เดอะ ค็อป เผื่อใจครับว่าปีนี้ “หนัก” แน่ เพราะต่อให้ได้ สเตอร์ริดจ์ กลับมา และต่อให้นักเตะใหม่ปรับตัวได้เร็วทีมก็ยังขาด 3 สิ่งสำคัญ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/715/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หงส์เซ็ง วิลล่าบุกเชือดคาถิ่น 1-0</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/645</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/645#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2014 01:51:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีกอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ผงาด]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[แอนฟิลด์]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตัน วิลล่า]]></category>
		<category><![CDATA[แอสตันวิลล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=645</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557 ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;สิงห์ผงาด&#8221; แอสตัน วิลล่า เริ่มเกมครึ่งแรก ได้ 3 นาที เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้นก่อน จาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้าเขตโทษมาถึง ลาซาร์ มาร์โควิช ได้วอลเล่ย์ด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป น.7 ฆาเบียร์ มานกีโย่ โยนบอลจากริมเส้นด้านขวาให้ มาร์โควิช ขึ้นโขกในเขตโทษ แต่หลุดเสาสองออกไปนิดเดียว และ 2นาที ต่อมา แฟนทีมเยือน แอสตัน วิลล่า ก็ได้เฮก่อน จากลูกเตะมุม ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ขึ้นโขกไปติด กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ พวกเดียวกัน ก่อน อักบอนลาฮอร์ จะหวดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ แอสตัน วิลล่า บุกนำ ลิเวอร์พูล 1-0 น.12 ทีมเยือน เกือบได้ลูกที่2 จากลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูลิเวอร์พูล ก่อนเป็น ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ที่ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย น.32 ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นทำประตู เมื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยกบอลให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่วิ่งสอดขึ้นมารับบอล ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่กำลังง้างเท้า ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว 2นาทีถัดมา เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะสับไกในเขตโทษของ ลาซาร์ มาร์โควิช แต่ไปติดบล็อก ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ตามมาช่วยใว้ได้ทัน ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลบุกหนัก ได้ลุ้นจาก อดัม ลัลลาน่า มีจังหวะกดด้วยซ้าย ระยะ 25 หลา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไป และอีกครั้งเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ลากบอลจากริมเส้นด้านซ้าย ตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวา บอลแฉลบแนวรับ ทีมเยือนเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู และทำให้จบเกมครึ่งแรก ทีมเยือน วิลล่า บุกนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-0 เริ่มเกมครึ่งหลัง ผ่านไป 6 นาที เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกทันที เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดลูกเตะมุมให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขึ้นโขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป น.63 อลัน ฮัตตัน ได้รับใบเหลือง เมื่อไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เพิ่งลงสนามได้ไม่นาน จนตัวลอย น.80 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะ ฟิลิปเป้ คูปเป้ คูตินโญ่ เลี้ยงหลบ แนวรับ วิลล่า ก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาเต็มๆ บอลกระดอนมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ตามซ้ำอีกครั้ง แต่ดันไปติด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันเสียอีก ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถ ทำประตูเพิ่มเติมกันได้ ทำให้จบเกม 90 นาที แอสตัน วิลล่า บุกมาเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ รายชื่อ11ผู้เล่นแรกของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-3-3) : ซิมง มิโญเลต์ &#8211; ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ &#8211; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ฟิลิปเป้คูตินโญ่ &#8211; อดัม ลัลลาน่า , มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช แอสตัน วิลล่า (ระบบ 4-4-2) : แบร็ด กูซาน &#8211; อลัน ฮัตตัน, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, นาธาน เบเกอร์, อาลี ซิสโซโก้ &#8211; คีแรน ริชาร์ดสัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์,ทอม เคลฟเวอร์รี่ &#8211; อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hs.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hs.jpg" alt="hs" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-646" /></a></p>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557</p>
<p>ลิเวอร์พูล 0-1 แอสตัน วิลล่า</p>
<p>สนาม : แอนฟิลด์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 โดยเป็นเกมที่สนามแอนฟิลด์ ระหว่างทีม &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;สิงห์ผงาด&#8221; แอสตัน วิลล่า</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ได้ 3 นาที เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มีจังหวะลุ้นก่อน จาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้าเขตโทษมาถึง ลาซาร์ มาร์โควิช ได้วอลเล่ย์ด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานออกไป</p>
<p>น.7 ฆาเบียร์ มานกีโย่ โยนบอลจากริมเส้นด้านขวาให้ มาร์โควิช ขึ้นโขกในเขตโทษ แต่หลุดเสาสองออกไปนิดเดียว</p>
<p>และ 2นาที ต่อมา  แฟนทีมเยือน แอสตัน วิลล่า ก็ได้เฮก่อน จากลูกเตะมุม ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ขึ้นโขกไปติด กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ พวกเดียวกัน ก่อน อักบอนลาฮอร์ จะหวดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้  แอสตัน วิลล่า บุกนำ  ลิเวอร์พูล 1-0</p>
<p>น.12 ทีมเยือน เกือบได้ลูกที่2 จากลูกฟรีคิกเข้าไปหน้าประตูลิเวอร์พูล ก่อนเป็น ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ที่ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>น.32  ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นทำประตู เมื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยกบอลให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่วิ่งสอดขึ้นมารับบอล ก่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่กำลังง้างเท้า  ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว</p>
<p>2นาทีถัดมา เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะสับไกในเขตโทษของ ลาซาร์ มาร์โควิช  แต่ไปติดบล็อก ฟิลิปป์ เซนเดอรอส ตามมาช่วยใว้ได้ทัน</p>
<p>ช่วงท้ายเกม ลิเวอร์พูลบุกหนัก ได้ลุ้นจาก อดัม ลัลลาน่า มีจังหวะกดด้วยซ้าย ระยะ 25 หลา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไป และอีกครั้งเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ลากบอลจากริมเส้นด้านซ้าย ตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวา บอลแฉลบแนวรับ ทีมเยือนเกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู และทำให้จบเกมครึ่งแรก ทีมเยือน วิลล่า บุกนำ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-0</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p>ผ่านไป 6 นาที เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกทันที เมื่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดลูกเตะมุมให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน  ขึ้นโขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป</p>
<p>น.63 อลัน ฮัตตัน ได้รับใบเหลือง เมื่อไปเสียบ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เพิ่งลงสนามได้ไม่นาน จนตัวลอย</p>
<p>น.80 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะ ฟิลิปเป้ คูปเป้ คูตินโญ่ เลี้ยงหลบ แนวรับ วิลล่า ก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาเต็มๆ บอลกระดอนมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ตามซ้ำอีกครั้ง แต่ดันไปติด จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทีมเดียวกันเสียอีก</p>
<p>ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่สามารถ ทำประตูเพิ่มเติมกันได้ ทำให้จบเกม 90 นาที  แอสตัน วิลล่า บุกมาเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกของทั้งสองทีม</p>
<p>ลิเวอร์พูล (ระบบ 4-3-3) : ซิมง มิโญเลต์ &#8211; ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ &#8211; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ฟิลิปเป้คูตินโญ่ &#8211; อดัม ลัลลาน่า , มาริโอ บาโลเตลลี่, ลาซาร์ มาร์โควิช</p>
<p>แอสตัน วิลล่า (ระบบ 4-4-2) : แบร็ด กูซาน &#8211; อลัน ฮัตตัน, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, นาธาน เบเกอร์, อาลี ซิสโซโก้ &#8211; คีแรน ริชาร์ดสัน, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, ฟาเบียน เดลฟ์,ทอม เคลฟเวอร์รี่ &#8211; อันเดรียส ไวมันน์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/645/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมนยู คิดล่า ซัวเรซ หรือ โรนัลโด้ คืนถิ่น</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/543</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/543#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2014 02:50:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[คริสเตียโน่ โรนัลโด้]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีฟ่า บัลลงดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราชันชุดขาว]]></category>
		<category><![CDATA[รีล มาดริด]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[หลุยส์ ซัวเรซ]]></category>
		<category><![CDATA[อาดิดาส]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>
		<category><![CDATA[โอลด์แทรฟฟอร์ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=543</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ&#8221; สื่อดังประเทศอังกฤษเผยข่าววงในจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เพิ่งระเบิดกองคลังตัวเองในการซื้อนักเตะตลาดรอบแรกถึง 150 ล้านปอนด์ (7,950 ล้านบาท) ยังมีโครงการไล่ล่าบรรดาแข้งระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างต่อเนื่อง หลังทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; เพิ่งได้รับการสนับสนุนรายได้มหาศาลจากการเซ็นสัญญาชุดแข่งกับ &#8220;อาดิดาส&#8221; ผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่ถึง 750 ล้านปอนด์ (39,750 ล้านบาท) ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นเวลานานถึง 1 ทศวรรษ ส่งผลให้บอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมล่าตัวหลุยส์ ซัวเรซ อดีตหัวหอกทีมคู่แค้นตลอดกาลอย่าง &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งขายให้กับบาร์เซโลน่า 75 ล้านปอนด์ (3,975 ล้านบาท) กลับมายังศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้ แต่หากไม่ประสบความสำเร็จ ปีศาจแดงยังมีอีกหนึ่ง &#8220;ไม้เด็ด&#8221; ในการกระชากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตศิษย์เก่ากลับมาจากรีล มาดริด หลังเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม &#8220;ฟีฟ่า บัลลงดอร์&#8221; ครั้งล่าสุดรายนี้ เริ่มตกเป็นข่าวความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกับบอร์ดบริหาร &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; บ่อยครั้ง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/12.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/12.jpg" alt="1" width="600" height="360" class="alignnone size-full wp-image-544" /></a></p>
<p>&#8220;<em>เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ</em>&#8221; สื่อดังประเทศอังกฤษเผยข่าววงในจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เพิ่งระเบิดกองคลังตัวเองในการซื้อนักเตะตลาดรอบแรกถึง 150 ล้านปอนด์ (7,950 ล้านบาท) ยังมีโครงการไล่ล่าบรรดาแข้งระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หลังทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; เพิ่งได้รับการสนับสนุนรายได้มหาศาลจากการเซ็นสัญญาชุดแข่งกับ &#8220;อาดิดาส&#8221; ผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่ถึง 750 ล้านปอนด์ (39,750 ล้านบาท) ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นเวลานานถึง 1 ทศวรรษ</p>
<p>ส่งผลให้บอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมล่าตัวหลุยส์ ซัวเรซ อดีตหัวหอกทีมคู่แค้นตลอดกาลอย่าง &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งขายให้กับบาร์เซโลน่า 75 ล้านปอนด์ (3,975 ล้านบาท) กลับมายังศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้</p>
<p>แต่หากไม่ประสบความสำเร็จ ปีศาจแดงยังมีอีกหนึ่ง &#8220;ไม้เด็ด&#8221; ในการกระชากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตศิษย์เก่ากลับมาจากรีล มาดริด หลังเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม &#8220;ฟีฟ่า บัลลงดอร์&#8221; ครั้งล่าสุดรายนี้ เริ่มตกเป็นข่าวความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกับบอร์ดบริหาร &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; บ่อยครั้ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/543/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หงส์แดง เปิดตัว มาริโอ บาโลเตลลี เบอร์45 เซ็น 3 ปี</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/316</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/316#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Aug 2014 03:07:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[มาริโอ บาโลเตลลี]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=316</guid>
		<description><![CDATA[สโมสรลิเวอร์พูล ยืนยันว่าได้เซ็นสัญญาคว้าตัว มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าทีมชาติอิตาลี มาร่วมทีมเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 16 ล้านปอนด์ นักเตะวัย 24 ปี รายนี้ ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล จากทีมเอซี มิลาน หลังจากผ่านการตรวจร่างกายและข้อตกลงในการเซ็นสัญญาระยะยาว และกลายเป็นนักเตะลำดับที่เก้าที่ลิเวอร์พูล คว้ามาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้ บาโลเตลลี ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล หลังจากใช้เวลาลงเล่นให้เอซี มิลาน เป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง โดยทำไป 30 ประตูในการลงเล่น 54 นัด บาโลเตลลี คว้าเหรียญรางวัลมากมายในอาชีพการค้าแข้ง โดยรวมถึงแชมป์รายการแชมเปียนส์ลีก, แชมป์ซีรีย์ อา 3 สมัย และถ้วยเอฟเอ คัพ นอกจากนี้ บาโลเตลลี ยังติดทีมชาติมาแล้ว 33 ครั้งและยิงไป 13 ประตูให้ทีมชาติอิตาลี มีการยืนยันอย่างทันทีว่านักเตะวัย 24 ปี จะเลือกใส่เสื้อเบอร์เดิม ที่เขาเคยใส่ร่วมทีมทั้งมิลาน, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอินเตอร์ มิลาน คือเบอร์ 45]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/new42.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-317" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/new42.jpg" alt="new" width="620" height="372" /></a></p>
<p>สโมสรลิเวอร์พูล ยืนยันว่าได้เซ็นสัญญาคว้าตัว มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าทีมชาติอิตาลี มาร่วมทีมเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 16 ล้านปอนด์</p>
<p>นักเตะวัย 24 ปี รายนี้ ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล จากทีมเอซี มิลาน หลังจากผ่านการตรวจร่างกายและข้อตกลงในการเซ็นสัญญาระยะยาว และกลายเป็นนักเตะลำดับที่เก้าที่ลิเวอร์พูล คว้ามาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้</p>
<p>บาโลเตลลี ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล หลังจากใช้เวลาลงเล่นให้เอซี มิลาน เป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง โดยทำไป 30 ประตูในการลงเล่น 54 นัด</p>
<p>บาโลเตลลี คว้าเหรียญรางวัลมากมายในอาชีพการค้าแข้ง โดยรวมถึงแชมป์รายการแชมเปียนส์ลีก, แชมป์ซีรีย์ อา 3 สมัย และถ้วยเอฟเอ คัพ นอกจากนี้ บาโลเตลลี ยังติดทีมชาติมาแล้ว 33 ครั้งและยิงไป 13 ประตูให้ทีมชาติอิตาลี</p>
<p>มีการยืนยันอย่างทันทีว่านักเตะวัย 24 ปี จะเลือกใส่เสื้อเบอร์เดิม ที่เขาเคยใส่ร่วมทีมทั้งมิลาน, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอินเตอร์ มิลาน คือเบอร์ 45</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/316/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.281 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-30 18:53:35 -->
