<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3-2016/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>เผยสถิติ ยูโร 2016 ก่อนรอบ 8 ทีมสุดท้ายระเบิดศึกพรุ่งนี้</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/4471</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/4471#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2016 14:21:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโร 2016]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=4471</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้ายของยูโร 2016 และวันพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) ก็จะเริ่มดวลกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย นั่นหมายความว่าเหลืออีกเพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น เราก็จะได้ &#8220;แชมป์ยุโรป&#8221; ประจำปีนี้แล้ว ลองมาดูว่า ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบ 16 ทีมที่จบไป มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง &#8211; มีการแข่งขันเกิดขึ้นทั้งหมด 44 นัด ยิงกันไป 88 ประตู เฉลี่ยแค่นัดละ 2 ลูก &#8211; ช่วงเวลาที่ยิงกันมาที่สุดมี 3 ช่วงเวลา คือนาทีที่ 31-45, 46-60 และ 76-90 ที่ 16 ประตูเท่ากัน &#8211; แต่ที่น่าสนใจคือ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง หรือ นาที 90+ มีการยิงประตูกันมากถึง 9 ลูก แตกต่างจากช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกซึ่งไม่มีการทำประตูกันได้เลย &#8211; เยอรมัน, สเปน และ สวิตเซอร์แลนด์ คือ 3 ทีมที่มี % ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุด เท่ากันที่ 91% รองลงมาเป็น อังกฤษ 88% และ ฝรั่งเศส 87% &#8211; เยอรมัน ยังเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยครองบอลมากที่สุดที่ 64% สเปน ตามมาเป็นอันดับสองที่ 61% อังกฤษ รั้งที่สาม 59% &#8211; เบลเยียม เป็นทีมที่สร้างโอกาสทำประตูได้มากที่สุด 4 นัดที่ผ่านมามีมากถึง 84 ครั้ง ไม่ตรงกรอบ 31 ครั้ง ตรงกรอบ 31 ครั้ง ถูกบล็อก 22 ครั้ง อันดับ 2-5 เป็น อังกฤษ, เยอรมัน, โปรตุเกส และ ฝรั่งเศส ตามลำดับ &#8211; เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮังการี และ ไอซ์แลนด์ คือ 5 ทีมที่มีค่าเฉลี่ยยิงประตูต่อนัดดีที่สุด คือนัดละ 2 ประตู &#8211; ดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์ตอนนี้มีร่วมกัน 3 คนคือ แกเร็ธ เบล ของเวลส์, อองตวน กรีซมันน์ ของฝรั่งเศส และ อัลบาโร่ โมราต้า ของสเปน แต่รายหลังคงหมดโอกาสเพิ่มสกอร์แล้ว เนื่องจากแชมป์เก่าพ่ายอิตาลีตกรอบเรียบร้อย &#8211; เอเด็น อาซาร์ จอมทัพเบลเยียม รั้งอันดับหนึ่งของผู้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ที่ 3 ประตู &#8211; แข้งฝีเท้าจัดที่สุดของทัวร์นาเม้นต์นี้ยังเป็น คิงส์เลย์ โกม็อง ปีกดาวรุ่งของฝรั่งเศส ที่ 33 กม./ชม. &#8211; นายทวารที่เซฟมากที่สุดคือ ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน ของไอซ์แลนด์ 4 นัดที่ผ่านมาป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูมากถึง 23 ครั้ง อันดับสองตามมาด้วย ไมเคิ่ล แม็คโกเวิร์น ของไอร์แลนด์เหนือ และ กาบอร์ คิราลี่ ของฮังการี ที่ 17 ครั้งเท่ากัน แต่ทีมชาติของทั้งคู่ก็ตกรอบไปเรียบร้อยแล้ว]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/06/news60.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-4472" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/06/news60.jpg" alt="news" width="700" height="420" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้ายของยูโร 2016 และวันพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) ก็จะเริ่มดวลกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย นั่นหมายความว่าเหลืออีกเพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น เราก็จะได้ &#8220;แชมป์ยุโรป&#8221; ประจำปีนี้แล้ว</p>
<p>ลองมาดูว่า ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบ 16 ทีมที่จบไป มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง</p>
<p><img src="http://pe2.s1sf.com/sp/0/rp/r/w680/ya0xa0m1w0/aHR0cDovL3BlMi5zMXNmLmNvbS9zcC8wL3VkLzQ5LzI0ODc4OS8xLmpwZw==.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8211; มีการแข่งขันเกิดขึ้นทั้งหมด 44 นัด ยิงกันไป 88 ประตู เฉลี่ยแค่นัดละ 2 ลูก<br />
&#8211; ช่วงเวลาที่ยิงกันมาที่สุดมี 3 ช่วงเวลา คือนาทีที่ 31-45, 46-60 และ 76-90 ที่ 16 ประตูเท่ากัน<br />
&#8211; แต่ที่น่าสนใจคือ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง หรือ นาที 90+ มีการยิงประตูกันมากถึง 9 ลูก แตกต่างจากช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกซึ่งไม่มีการทำประตูกันได้เลย</p>
<p><img src="http://pe2.s1sf.com/sp/0/rp/r/w600/ya0xa0m1w0/aHR0cDovL3BlMi5zMXNmLmNvbS9zcC8wL3VkLzQ5LzI0ODc4OS8yLmpwZw==.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8211; เยอรมัน, สเปน และ สวิตเซอร์แลนด์ คือ 3 ทีมที่มี % ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุด เท่ากันที่ 91% รองลงมาเป็น อังกฤษ 88% และ ฝรั่งเศส 87%<br />
&#8211; เยอรมัน ยังเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยครองบอลมากที่สุดที่ 64% สเปน ตามมาเป็นอันดับสองที่ 61% อังกฤษ รั้งที่สาม 59%</p>
<p><img src="http://pe2.s1sf.com/sp/0/rp/r/w600/ya0xa0m1w0/aHR0cDovL3BlMi5zMXNmLmNvbS9zcC8wL3VkLzQ5LzI0ODc4OS8zLmpwZw==.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8211; เบลเยียม เป็นทีมที่สร้างโอกาสทำประตูได้มากที่สุด 4 นัดที่ผ่านมามีมากถึง 84 ครั้ง ไม่ตรงกรอบ 31 ครั้ง ตรงกรอบ 31 ครั้ง ถูกบล็อก 22 ครั้ง อันดับ 2-5 เป็น อังกฤษ, เยอรมัน, โปรตุเกส และ ฝรั่งเศส ตามลำดับ<br />
&#8211; เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮังการี และ ไอซ์แลนด์ คือ 5 ทีมที่มีค่าเฉลี่ยยิงประตูต่อนัดดีที่สุด คือนัดละ 2 ประตู</p>
<p><img src="http://pe2.s1sf.com/sp/0/rp/r/w600/ya0xa0m1w0/aHR0cDovL3BlMi5zMXNmLmNvbS9zcC8wL3VkLzQ5LzI0ODc4OS80LmpwZw==.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8211; ดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์ตอนนี้มีร่วมกัน 3 คนคือ แกเร็ธ เบล ของเวลส์, อองตวน กรีซมันน์ ของฝรั่งเศส และ อัลบาโร่ โมราต้า ของสเปน แต่รายหลังคงหมดโอกาสเพิ่มสกอร์แล้ว เนื่องจากแชมป์เก่าพ่ายอิตาลีตกรอบเรียบร้อย<br />
&#8211; เอเด็น อาซาร์ จอมทัพเบลเยียม รั้งอันดับหนึ่งของผู้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ที่ 3 ประตู</p>
<p><img src="http://pe2.s1sf.com/sp/0/rp/r/w600/ya0xa0m1w0/aHR0cDovL3BlMi5zMXNmLmNvbS9zcC8wL3VkLzQ5LzI0ODc4OS81LmpwZw==.jpg" alt="" /></p>
<p>&#8211; แข้งฝีเท้าจัดที่สุดของทัวร์นาเม้นต์นี้ยังเป็น คิงส์เลย์ โกม็อง ปีกดาวรุ่งของฝรั่งเศส ที่ 33 กม./ชม.<br />
&#8211; นายทวารที่เซฟมากที่สุดคือ ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน ของไอซ์แลนด์ 4 นัดที่ผ่านมาป้องกันไม่ให้ทีมเสียประตูมากถึง 23 ครั้ง อันดับสองตามมาด้วย ไมเคิ่ล แม็คโกเวิร์น ของไอร์แลนด์เหนือ และ กาบอร์ คิราลี่ ของฮังการี ที่ 17 ครั้งเท่ากัน แต่ทีมชาติของทั้งคู่ก็ตกรอบไปเรียบร้อยแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/4471/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลิป ยักษ์เขียว ไล่เจ๊า อินทรีเหล็ก1-1ทดเจ็บ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/1360</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/1360#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2014 04:25:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2016]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโร 2016]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=1360</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; แผ่วปลาย แม้ว่าจะได้ โทนี่ โครส ยิงประตูให้ทีมนำก่อน นาที 71 แต่โดน จอห์น โอเชซัดประตูให้ &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ไล่เจ๊า 1-1 ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย แบ่งแต้มกันไป ในศึก &#8220;ยูโร 2016&#8243; รอบคัดเลือก กลุ่มดี เมื่อ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป &#8220;ยูโร 2016&#8243; รอบคัดเลือก กลุ่มดี แข่งขันคืนวันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2557 เป็นการพบกันระหว่าง &#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; ทีมชาติเยอรมัน แข่งไปแล้ว 2 นัด มี 3 คะแนน รั้งอันดับ 4 ของกลุ่ม เปิดสนาม เฟลตินส์ อารีน่า รับการมาเยือนของ &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ทีมชาติไอร์แลนด์ ทีมอันดับ 2 มีอยู่ 6 คะแนนเต็ม จากการลงสนาม 2 นัด เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 5 เยอรมัน เกือบได้ประตูออกนำ มัทธีอัส กินเทอร์ ง้างเท้าวอลเลย์ด้วยขวาระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งแหวกอากาศย้อยไปชนคาน ก่อนที่แนวรับทีมเยือนจะเคลียร์ทิ้ง น.14 เยอรมัน มีโอกาสอีกครั้ง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ โหม่งชงต่อให้กับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ขึ่นโหม่งจากระยะ 7 หลา แต่บอลหลุดกรอบ น.26 เกมรับของ ไอร์แลนด์ ยังเล่นได้อย่างเหนียวแน่น หาช่องเจาะได้ยาก โทนี่ โครส เลยจัดการส่องไกลจากหน้าเขตโทษ แต่บอลโด่งข้ามคาน น.40 โอกาสลุ้นของ เยอรมัน ช่วงท้ายครึ่งแรก โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกจากฝั่งขวาโค้งเข้าเขตโทษ เอริค ดวร์ม ได้โหม่ง บอลเปลี่ยนทางข้ามคานไปนิดเดียว ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก โธมัส มุลเลอร์ จ่ายทะลุช่องให้ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบ แต่ไปติดเซฟ เดวิด ฟอร์ด ทำให้หมดครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เยอรมัน ปรับทัพ ส่ง ลูคัส โพดอลสกี้ ลงมาเสริมเกมรุก แทนที่ มัทธีอัส กินเทอร์ น.49 โพดอลสกี้ ที่เพิ่งถูกส่งลงสนาม เกือบแผลงฤทธิ์ เมื่อลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงด้วยซ้ายระยะร่วม 30 หลา บอลแฉลบขาแนวรับทีมเยือนเกือบเสียบมุม เดวิด ฟอร์ด ต้องออกแรงปัดออกหลัง น.54 ไอร์แลนด์ จำเป็นต้องเปลี่ยน เกล็นน์ วีแลน ออกหลังโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ส่ง เจฟฟรี่ย์ เฮนดริค ลงสนามแทน น.71 เยอรมัน เปิดเกมบุกหนักเป็นพายุ กระทั่งมาประสบผลสำเร็จ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ โทนี่ โครส ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนสบช่องสับไกด้วยขวา 22 หลา บอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด น.80 &#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; พลาดโอกาสได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย โธมัส มุลเลอร์ ไหลบอลทะลุช่องให้ มาริโอ เกิทเซ่ หลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้า แต่ยิงไปติดบล็อก เดวิด ฟอร์ด ออกหลัง น.85 ไอร์แลนด์ ที่แม้เป็นรองแทบทั้งเกม เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ เจมส์ แม็คคลีน เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษให้ เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน กองหน้าสำรอง แปด้วยซ้ายเน้นๆ แค่ 6 หลา แต่โดน เอริค ดวร์ม สไลด์ตัวบล็อกได้ทัน 90+4 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีสุดท้าย &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ฮืดสู้เฮือกสุดท้าย จนมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน เปิดบอลข้ามไปที่เสาสองให้ เจมส์ แม็คคลีน ตวัดกลับเข้ากลางให้ จอห์น โอเช เข้าชาร์จจ่อๆ บอลเปลี่ยนทางเสียบมุม จบเกม เยอรมัน ทำได้แค่เสมอกับ ไอร์แลนด์ 0-0 แบ่งไปทีมละ 1 คะแนน ทำให้ &#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ยังรั้งอันดับ 4 ของกลุ่ม ขณะที่ &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ยังคงอันดับ 2 มีเพิ่มเป็น 7 คะแนน รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติเยอรมัน มานูเอล นอยเออร์ &#8211; อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เยโรม บัวเต็ง, มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์, เอริค ดวร์ม &#8211; มัทธีอัส กินเทอร์ (ลูคัส โพดอลสกี้ น.46), โทนี่ โครส &#8211; คาริม เบลลาราบี้ (เซบาสเตียน รูดี้ น.87), มาริโอ เกิทเซ่, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ (มักซ์ ครูส น.70) &#8211; โธมัส มุลเลอร์ สำรองไม่ได้ใช้ โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์, รอน โรเบิร์ต ซีกเลอร์ &#8211; สโคดราน มุสตาฟี่ รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติไอร์แลนด์ เดวิด ฟอร์ด &#8211; เดวิด เมย์เลอร์, จอห์น โอเช, มาร์ค วิลสัน, สตีเฟ่น วอร์ด &#8211; ไอเดน แม็คเกียดี้, สตีเฟ่น ควินน์ (เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน น.76), เกล็นน์ วีแลน (เจฟฟรี่ย์ เฮนดริค น.54), เจมส์ แม็คคลีน &#8211; โจนาธาน วอลเตอร์ส, ร็อบบี้ คีน (ดาร์รอน กิ๊บสัน น.63) สำรองไม่ได้ใช้ ร็อบ เอลเลียต, คีแรน เวสต์วู้ด &#8211; เคียแรน คลาร์ก, อเล็กซ์ เพียร์ซ, แอนโธนี่ พิลคิงตัน, ร็อบบี้ เบรดี้, เชน ลอง, แอนโธนี่ สโตคส์, เควิน ดอยล์ ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโกมิน่า (สโลวิเนีย)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news88.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-1361" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/10/news88.jpg" alt="news" width="620" height="372" /></a></p>
<p>&#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; แผ่วปลาย แม้ว่าจะได้ โทนี่ โครส ยิงประตูให้ทีมนำก่อน นาที 71 แต่โดน จอห์น โอเชซัดประตูให้ &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ไล่เจ๊า 1-1 ในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย แบ่งแต้มกันไป ในศึก &#8220;ยูโร 2016&#8243; รอบคัดเลือก กลุ่มดี เมื่อ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา</p>
<p>ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป &#8220;ยูโร 2016&#8243; รอบคัดเลือก กลุ่มดี แข่งขันคืนวันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2557 เป็นการพบกันระหว่าง &#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; ทีมชาติเยอรมัน แข่งไปแล้ว 2 นัด มี 3 คะแนน รั้งอันดับ 4 ของกลุ่ม เปิดสนาม เฟลตินส์ อารีน่า รับการมาเยือนของ &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ทีมชาติไอร์แลนด์ ทีมอันดับ 2 มีอยู่ 6 คะแนนเต็ม จากการลงสนาม 2 นัด</p>
<p>เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 5 เยอรมัน เกือบได้ประตูออกนำ มัทธีอัส กินเทอร์ ง้างเท้าวอลเลย์ด้วยขวาระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งแหวกอากาศย้อยไปชนคาน ก่อนที่แนวรับทีมเยือนจะเคลียร์ทิ้ง</p>
<p>น.14 เยอรมัน มีโอกาสอีกครั้ง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ โหม่งชงต่อให้กับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ขึ่นโหม่งจากระยะ 7 หลา แต่บอลหลุดกรอบ</p>
<p>น.26 เกมรับของ ไอร์แลนด์ ยังเล่นได้อย่างเหนียวแน่น หาช่องเจาะได้ยาก โทนี่ โครส เลยจัดการส่องไกลจากหน้าเขตโทษ แต่บอลโด่งข้ามคาน</p>
<p>น.40 โอกาสลุ้นของ เยอรมัน ช่วงท้ายครึ่งแรก โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกจากฝั่งขวาโค้งเข้าเขตโทษ เอริค ดวร์ม ได้โหม่ง บอลเปลี่ยนทางข้ามคานไปนิดเดียว</p>
<p>ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก โธมัส มุลเลอร์ จ่ายทะลุช่องให้ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบ แต่ไปติดเซฟ เดวิด ฟอร์ด ทำให้หมดครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0</p>
<p>ครึ่งหลัง เยอรมัน ปรับทัพ ส่ง ลูคัส โพดอลสกี้ ลงมาเสริมเกมรุก แทนที่ มัทธีอัส กินเทอร์</p>
<p>น.49 โพดอลสกี้ ที่เพิ่งถูกส่งลงสนาม เกือบแผลงฤทธิ์ เมื่อลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงด้วยซ้ายระยะร่วม 30 หลา บอลแฉลบขาแนวรับทีมเยือนเกือบเสียบมุม เดวิด ฟอร์ด ต้องออกแรงปัดออกหลัง</p>
<p>น.54 ไอร์แลนด์ จำเป็นต้องเปลี่ยน เกล็นน์ วีแลน ออกหลังโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ส่ง เจฟฟรี่ย์ เฮนดริค ลงสนามแทน</p>
<p>น.71 เยอรมัน เปิดเกมบุกหนักเป็นพายุ กระทั่งมาประสบผลสำเร็จ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ โทนี่ โครส ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนสบช่องสับไกด้วยขวา 22 หลา บอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด</p>
<p>น.80 &#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; พลาดโอกาสได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย โธมัส มุลเลอร์ ไหลบอลทะลุช่องให้ มาริโอ เกิทเซ่ หลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้า แต่ยิงไปติดบล็อก เดวิด ฟอร์ด ออกหลัง</p>
<p>น.85 ไอร์แลนด์ ที่แม้เป็นรองแทบทั้งเกม เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ เจมส์ แม็คคลีน เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษให้ เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน กองหน้าสำรอง แปด้วยซ้ายเน้นๆ แค่ 6 หลา แต่โดน เอริค ดวร์ม สไลด์ตัวบล็อกได้ทัน</p>
<p>90+4 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีสุดท้าย &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ฮืดสู้เฮือกสุดท้าย จนมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน เปิดบอลข้ามไปที่เสาสองให้ เจมส์ แม็คคลีน ตวัดกลับเข้ากลางให้ จอห์น โอเช เข้าชาร์จจ่อๆ บอลเปลี่ยนทางเสียบมุม</p>
<p>จบเกม เยอรมัน ทำได้แค่เสมอกับ ไอร์แลนด์ 0-0 แบ่งไปทีมละ 1 คะแนน ทำให้ &#8220;อินทรีเหล็ก&#8221; มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ยังรั้งอันดับ 4 ของกลุ่ม ขณะที่ &#8220;ยักษ์เขียว&#8221; ยังคงอันดับ 2 มีเพิ่มเป็น 7 คะแนน</p>
<p>รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติเยอรมัน</p>
<p>มานูเอล นอยเออร์ &#8211; อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เยโรม บัวเต็ง, มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์, เอริค ดวร์ม &#8211; มัทธีอัส กินเทอร์ (ลูคัส โพดอลสกี้ น.46), โทนี่ โครส &#8211; คาริม เบลลาราบี้ (เซบาสเตียน รูดี้ น.87), มาริโอ เกิทเซ่, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ (มักซ์ ครูส น.70) &#8211; โธมัส มุลเลอร์</p>
<p>สำรองไม่ได้ใช้<br />
โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์, รอน โรเบิร์ต ซีกเลอร์ &#8211; สโคดราน มุสตาฟี่</p>
<p>รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติไอร์แลนด์</p>
<p>เดวิด ฟอร์ด &#8211; เดวิด เมย์เลอร์, จอห์น โอเช, มาร์ค วิลสัน, สตีเฟ่น วอร์ด &#8211; ไอเดน แม็คเกียดี้, สตีเฟ่น ควินน์ (เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน น.76), เกล็นน์ วีแลน (เจฟฟรี่ย์ เฮนดริค น.54), เจมส์ แม็คคลีน &#8211; โจนาธาน วอลเตอร์ส, ร็อบบี้ คีน (ดาร์รอน กิ๊บสัน น.63)</p>
<p>สำรองไม่ได้ใช้<br />
ร็อบ เอลเลียต, คีแรน เวสต์วู้ด &#8211; เคียแรน คลาร์ก, อเล็กซ์ เพียร์ซ, แอนโธนี่ พิลคิงตัน, ร็อบบี้ เบรดี้, เชน ลอง, แอนโธนี่ สโตคส์, เควิน ดอยล์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโกมิน่า (สโลวิเนีย)</p>
<p><object width="560" height="315"><param name="movie" value="//www.youtube.com/v/ui7uqk4hLwY?hl=th_TH&amp;version=3&amp;rel=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="//www.youtube.com/v/ui7uqk4hLwY?hl=th_TH&amp;version=3&amp;rel=0" type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="315" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/1360/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิงโตจัดรูน พบสวิสคัดยูโร</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/546</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/546#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2014 03:06:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีวิวศึกยูโร]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโร 2016]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=546</guid>
		<description><![CDATA[กระทิงดุ&#8221; วาง &#8220;เชส ฟาเบรกาส&#8221; ปั้นเกม พร้อมส่ง &#8220;ปาโก อัลกาเซร์&#8221; ล่าตาข่ายแทน &#8220;ดีเอโก คอสตา&#8221; ที่เดี้ยงจับเกมดวล &#8220;มาซิโดเนีย&#8221; ศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้าน &#8220;สิงโตคำราม&#8221; วาง &#8220;เวย์น รูนีย์&#8221; ลั่นไกคู่ &#8220;แดนนี เวลเบ็ค&#8221; เกมบุกรัง &#8220;สวิตเซอร์แลนด์&#8221; ที่จัดตัวทีเด็ดอย่าง &#8220;กรานิต ชากา&#8221; และ &#8220;เซอร์ดาน ชากิรี&#8221; สู้ ปรีวิวศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก วันจันทร์ที่ 8 ก.ย. กลุ่ม C สเปน &#8211; มาซิโดเนีย (01.45 น.) ศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ทีมชาติสเปน แชมป์ยูโร 2012 มีคิวเปิดบ้านดวล มาซิโดเนีย สำหรับคู่นี้เคยพบกันมา 3 ครั้ง ปรากฏว่า &#8220;กระทิงดุ&#8221; เอาชนะไปได้ทั้ง 3 ครั้ง โดยยิงได้ 8 ประตู และเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ความพร้อมล่าสุด บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือทีมชาติสเปน ต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่หลังแกนหลักอย่าง คาร์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดซ, ชาบี อลอนโซ และดาวิด บีญา ประกาศลาทีมชาติกันไปหมดแล้ว ส่วน เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ เคราร์ด ปิเก มีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นจนไม่ถูกเรียกมาติดทีมชุดนี้ ขณะที่ อันเดรส อิเนียสตา บาดเจ็บหัวเข่าไม่สามารถลงช่วยทีมได้เช่นเดียวกับ ดีเอโก คอสตา ที่เจ็บจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกันทำให้ มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี กองหน้าดาวรุ่งจากบาร์เซโลนา ถูกเรียกเข้ามาเสริมแทน เกมนี้ &#8220;กระทิงดุ&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-3-3 โดยตำแหน่งนายทวาร ดาวิด เด เคอา อาจจะเบียด อิเคร์ กาซิยาส ขึ้นมาเป็นตัวจริงเหมือนในเกมอุ่นเครื่องกับฝรั่งเศส แนวรับวาง เซร์คิโอ รามอส ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มิเกล ซาน โฆเซ แดนกลางจัด เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และโกเก คุมเกม ขณะที่ 3 แนวรุกเป็น ซานติ กาซอร์ลา, ปาโก อัลกาเซร์ และดาวิด ซิลบา ด้าน บอสโก ยูรอฟสกี เทรนเนอร์ทีมชาติมาซิโดเนีย ซึ่งไม่ชนะ และยิงประตูใครไม่ได้เลยตลอด 4 เกมหลังสุด จะไม่มี โกรัน ปานเดฟ ดาวเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดตลอดกาลของประเทศ ซึ่งประกาศลาทีมชาติไปแล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องฝากความหัวงในการล่าตาข่ายเอาไว้กับ อาดิส ยาโฮวิช ดาวยิงจาก ครีลยา โซเวตอฟ และโยวาน คอสตอฟสกี จาก โอช ลูเวน แทน กลุ่มE สวิตเซอร์แลนด์ &#8211; อังกฤษ (01.45 น.) ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จะประเดิมสนามศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้วยการเปิดบ้านรับมือกระดูกชิ้นโตอย่าง อังกฤษ โดยคู่นี้พบกันมาแล้ว 22 ครั้งเป็น &#8220;สิงโตคำราม&#8221; ที่ทำได้ดีกว่าคว้าชัยไป 14 ครั้ง เสมอ 5 ครั้ง ขณะที่ &#8220;ทีมเมืองนาฬิกา&#8221; ชนะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ความพร้อมล่าสุด วลาดิเมียร์ เพตโควิช เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ตัดสินใจเรียก ปาจ์ติม คาซามี และฟาเบียน ฟราย ที่ชวดติดทีมไปลุย ฟุตบอลโลก 2014 กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง ขณะที่ มาร์วิน ฮิทซ์ นายทวารจากเอาก์สบวร์ก, ลอริส เบนิโต กองหลังจากเบนฟิกา และซิลแวง วิดแมร์ กองหลังจากอูดิเนเซ ก็ถูกเรียกมาติดธงเป็นครั้งแรกเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, โกคาน อินเลอร์, กรานิต ชากา และเซอร์ดาน ชากิรี ยังฟิตเต็มถังทั้งหมด โดย สวิตเซอร์แลนด์ จะลงเล่นในระบบ 4-2-3-1 แดนหลังวาง โยฮัน ฌูรู ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส แดนกลางใช้ กรานิต ชากา, เซอร์ดาน ชากิรี และอัดเมียร์ เมห์เมดี ขึ้นเกมรุก ขณะที่หน้าเป้าเป็น โจซิป เดอร์มิช ด้าน รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ มีปัญหาในการจัดทัพเยอะทีเดียว เมื่อจะไม่มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจากลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บต้นขา ขณะที่ แจ๊ค คอลแบ๊ก และเบน ฟอสเตอร์ ก็โดนปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง แกรี เคฮิลล์, เลห์ตัน เบนส์, ราฮีม สเตอร์ลิง, แจ๊ค วิลเชียร์ และเวย์น รูนีย์ ยังฟิตเต็มถังทุกคน โดย &#8220;สิงโตคำราม&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-4-2 มี โจ ฮาร์ท เฝ้าเสา แนวรับวาง ฟิล โจนส์ ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ แกรี เคฮิลล์ แดนกลางใช้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด เชมเบอร์เลน และราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นเกมริมเส้นขวา-ซ้าย ขณะที่คู่หัวหอกเป็น เวย์น รูนีย์ กับ แดนนี เวลเบ็ค โปรแกรมคู่อื่น กลุ่ม C ลักเซมเบิร์ก-เบลารุส, ยูเครน -สโลวาเกีย (01.45 น.), กลุ่ม E ซานมารีโน &#8211; ลิทัวเนีย , เอสโตเนีย &#8211; สโลวีเนีย (01.45 น.), กลุ่ม G 23:00 น.รัสเซีย -ลิกเตนสไตน์ (23.00 น.) , มอนเตเนโกร -มอลโดวา, ออสเตรีย -สวีเดน (01.45 น.)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/21.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/21.jpg" alt="2" width="500" height="366" class="alignnone size-full wp-image-547" /></a></p>
<p>กระทิงดุ&#8221; วาง &#8220;เชส ฟาเบรกาส&#8221; ปั้นเกม พร้อมส่ง &#8220;ปาโก อัลกาเซร์&#8221; ล่าตาข่ายแทน &#8220;ดีเอโก คอสตา&#8221; ที่เดี้ยงจับเกมดวล &#8220;มาซิโดเนีย&#8221; ศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้าน &#8220;สิงโตคำราม&#8221; วาง &#8220;เวย์น รูนีย์&#8221; ลั่นไกคู่ &#8220;แดนนี เวลเบ็ค&#8221; เกมบุกรัง &#8220;สวิตเซอร์แลนด์&#8221; ที่จัดตัวทีเด็ดอย่าง &#8220;กรานิต ชากา&#8221; และ &#8220;เซอร์ดาน ชากิรี&#8221; สู้</p>
<p>ปรีวิวศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก วันจันทร์ที่ 8 ก.ย.</p>
<p>กลุ่ม C</p>
<p>สเปน &#8211; มาซิโดเนีย (01.45 น.)</p>
<p>ศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ทีมชาติสเปน แชมป์ยูโร 2012 มีคิวเปิดบ้านดวล มาซิโดเนีย สำหรับคู่นี้เคยพบกันมา 3 ครั้ง ปรากฏว่า &#8220;กระทิงดุ&#8221; เอาชนะไปได้ทั้ง 3 ครั้ง โดยยิงได้ 8 ประตู และเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น</p>
<p>ความพร้อมล่าสุด บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือทีมชาติสเปน ต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่หลังแกนหลักอย่าง คาร์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดซ, ชาบี อลอนโซ และดาวิด บีญา ประกาศลาทีมชาติกันไปหมดแล้ว ส่วน เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ เคราร์ด ปิเก มีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นจนไม่ถูกเรียกมาติดทีมชุดนี้ ขณะที่ อันเดรส อิเนียสตา บาดเจ็บหัวเข่าไม่สามารถลงช่วยทีมได้เช่นเดียวกับ ดีเอโก คอสตา ที่เจ็บจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกันทำให้ มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี กองหน้าดาวรุ่งจากบาร์เซโลนา ถูกเรียกเข้ามาเสริมแทน เกมนี้ &#8220;กระทิงดุ&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-3-3 โดยตำแหน่งนายทวาร ดาวิด เด เคอา อาจจะเบียด อิเคร์ กาซิยาส ขึ้นมาเป็นตัวจริงเหมือนในเกมอุ่นเครื่องกับฝรั่งเศส แนวรับวาง เซร์คิโอ รามอส ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มิเกล ซาน โฆเซ แดนกลางจัด เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และโกเก คุมเกม ขณะที่ 3 แนวรุกเป็น ซานติ กาซอร์ลา, ปาโก อัลกาเซร์ และดาวิด ซิลบา</p>
<p>ด้าน บอสโก ยูรอฟสกี เทรนเนอร์ทีมชาติมาซิโดเนีย ซึ่งไม่ชนะ และยิงประตูใครไม่ได้เลยตลอด 4 เกมหลังสุด จะไม่มี โกรัน ปานเดฟ ดาวเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดตลอดกาลของประเทศ ซึ่งประกาศลาทีมชาติไปแล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องฝากความหัวงในการล่าตาข่ายเอาไว้กับ อาดิส ยาโฮวิช ดาวยิงจาก ครีลยา โซเวตอฟ และโยวาน คอสตอฟสกี จาก โอช ลูเวน แทน</p>
<p>กลุ่มE</p>
<p>สวิตเซอร์แลนด์ &#8211; อังกฤษ (01.45 น.)</p>
<p>    ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จะประเดิมสนามศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้วยการเปิดบ้านรับมือกระดูกชิ้นโตอย่าง อังกฤษ โดยคู่นี้พบกันมาแล้ว 22 ครั้งเป็น &#8220;สิงโตคำราม&#8221; ที่ทำได้ดีกว่าคว้าชัยไป 14 ครั้ง เสมอ 5 ครั้ง ขณะที่ &#8220;ทีมเมืองนาฬิกา&#8221; ชนะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น</p>
<p>ความพร้อมล่าสุด วลาดิเมียร์ เพตโควิช เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ตัดสินใจเรียก ปาจ์ติม คาซามี และฟาเบียน ฟราย ที่ชวดติดทีมไปลุย ฟุตบอลโลก 2014 กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง ขณะที่ มาร์วิน ฮิทซ์ นายทวารจากเอาก์สบวร์ก, ลอริส เบนิโต กองหลังจากเบนฟิกา และซิลแวง วิดแมร์ กองหลังจากอูดิเนเซ ก็ถูกเรียกมาติดธงเป็นครั้งแรกเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, โกคาน อินเลอร์, กรานิต ชากา และเซอร์ดาน ชากิรี ยังฟิตเต็มถังทั้งหมด โดย สวิตเซอร์แลนด์ จะลงเล่นในระบบ 4-2-3-1 แดนหลังวาง โยฮัน ฌูรู ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส แดนกลางใช้ กรานิต ชากา, เซอร์ดาน ชากิรี และอัดเมียร์ เมห์เมดี ขึ้นเกมรุก ขณะที่หน้าเป้าเป็น โจซิป เดอร์มิช</p>
<p>ด้าน รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ มีปัญหาในการจัดทัพเยอะทีเดียว </p>
<p>เมื่อจะไม่มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจากลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บต้นขา ขณะที่ แจ๊ค คอลแบ๊ก และเบน ฟอสเตอร์ ก็โดนปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง แกรี เคฮิลล์, เลห์ตัน เบนส์, ราฮีม สเตอร์ลิง, แจ๊ค วิลเชียร์ และเวย์น รูนีย์ ยังฟิตเต็มถังทุกคน โดย &#8220;สิงโตคำราม&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-4-2 มี โจ ฮาร์ท เฝ้าเสา แนวรับวาง ฟิล โจนส์ ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ แกรี เคฮิลล์ แดนกลางใช้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด เชมเบอร์เลน และราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นเกมริมเส้นขวา-ซ้าย ขณะที่คู่หัวหอกเป็น เวย์น รูนีย์ กับ แดนนี เวลเบ็ค</p>
<p>โปรแกรมคู่อื่น กลุ่ม C ลักเซมเบิร์ก-เบลารุส, ยูเครน -สโลวาเกีย (01.45 น.), กลุ่ม E ซานมารีโน &#8211; ลิทัวเนีย , เอสโตเนีย &#8211; สโลวีเนีย (01.45 น.), กลุ่ม G  23:00 น.รัสเซีย -ลิกเตนสไตน์ (23.00 น.) , มอนเตเนโกร -มอลโดวา, ออสเตรีย -สวีเดน (01.45 น.)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/546/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 1.196 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-29 11:38:47 -->
