<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%8d/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>พ่อแม่หายสาบสูญ พี่ชายวัย 16 หาเลี้ยงน้องอีก 3 ชีวิต อาศัยอยู่กันตามลำพัง</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/5899</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/5899#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Jun 2018 02:19:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววันนี้]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อแม่หายสาบสูญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=5899</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ที่โรงเรียนบ้านสันติสุข ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย มีเด็กชายและหญิง 3 คนพี่น้อง คือ เด็กชายรามพิรุณ แก้วบุรี หรือ น้องโบ๊ต อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 เด็กชายธีระพงษ์ แก้วบุรี หรือ น้องป่าน อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.4 และเด็กหญิงจันทร์ฉาย แก้วบุรี หรือ น้องจ้า อายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2 โดยทั้ง 3 ใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพังในบ้านเลขที่ 108 ม.2 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล น้องโบ๊ตเล่าว่า โตมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีอาชีพรับจ้าง ต้องเร่ร่อนเดินทางไปทำงานก่อสร้างตามที่ต่างๆ จนเป็นสาเหตุให้ตนเองเรียนช้ากว่าเกณฑ์ อีกทั้งในช่วงหลังจะเห็นพ่อและแม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำจากการดื่มสุรา ในที่สุดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แม่ก็พามาอาศัยกับลุง โดยปู่ยกบ้านที่ว่างให้พักพิง เห็นหน้าแม่ครั้งหลังสุดเมื่อปีที่แล้วตอนแม่มาหา จากนั้นก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย น้องโบ๊ตยังบอกว่าคิดถึงพี่ชายที่ชื่อ นายตะวัน แก้วบุรี ที่มีอายุมากกว่าตน 2 ปี แต่ตอนนี้พี่ตะวันต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวทั้งๆที่อายุเพียง 16 ปี ต้องออกจากโรงเรียน แล้วไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่พี่ชายจะส่งเงินผ่านมาทางคุณครูที่โรงเรียนบ้านสันติสุข ซึ่งจะมีสมุดบัญชีให้ตนเบิกจ่ายเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าน้ำค่าไฟ ครั้งหนึ่งตนเองไม่มีเงินไปจ่ายค่าไฟฟ้า เคยถูกยกมิเตอร์ไฟต้องเสียค่าปรับ จากนั้นคุณครูเลยเป็นภาระจัดการเรื่องต่างๆให้ โดยคุณครูวริสรา ศรีสำโรง และคุณครูจุฑารัตน์ พันธ์เขียว คุณครูอัตราจ้างที่คอยใส่ใจ คอยดูแล คอยตักเตือนสั่งสอน จนถึงแบ่งภาระหน้าที่ในบ้านให้เด็กๆ ทั้ง 3 ทำ อีกทั้งจัดทำสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายที่บางส่วนได้จากการสนับสนุนจากคนที่รู้จักและชาวบ้านใกล้เคียงที่สงสาร ช่วยเหลือมาเป็นครั้งคราว โดยแต่ละวันน้องโบ๊ต และน้องป่านต้องตื่นแต่เช้า มาหุงข้าวทำกับข้าวส่วนใหญ่ก็จะทอดไข่ หรือยำปลากระป๋องที่มีผู้บริจาคมา เตรียมเสื้อผ้าชุดนักเรียนและถุงเท้าที่มีคนละชุด อาบน้ำให้น้องและขี่จักรยานที่มีผู้ใจบุญบริจาคให้ไปโรงเรียนที่ห่างกับบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร หลังเลิกเรียนก็จะกลับมาแบ่งหน้าที่กัน 2 คน หุงหาอาหาร ซักผ้า ล้างจาน สอนน้องทำการบ้าน และพาน้องๆ เข้านอนจนกลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำประจำทุกวัน โชคดีที่เรื่องค่าเทอม และค่าอาหารกลางวันได้รับการสนันสนุนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัยเขต 2 และแม่ครัวของโรงเรียนก็จะแบ่งปันอาหารจากมื้อกลางวันเก็บใส่ถุงไว้ให้เด็กไปกินตอนเย็น แต่ถึงอย่างไรก็ตามเด็กๆก็ยังขาดในส่วนความจำเป็นด้านความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดความอบอุ่นจากพ่อและแม่ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ สร้างความเวทนาสงสารแก่ชาวบ้านที่พบเห็น จนกลายเป็นความรัก ความใส่ใจที่เพื่อนบ้านมีให้กับเด็กทั้ง 3 คน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วันนี้น้องโบ๊ต น้องป่าน น้องจ้า จะมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง พี่ชายคนโตก็ต้องตระเวนรับจ้างไปเรื่อย แต่เด็กทั้ง 3 คน เป็นเด็กขยัน เชื่อฟังผู้ใหญ่ และช่วยเหลืองานของโรงเรียนเสมอมา แต่สิ่งที่น้องโบ๊ตอยากได้มากที่สุดในเวลานี้เพื่อน้องสาว น้องจ้า ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย นั่นคืออยากมีห้องน้ำอยู่หลังบ้าน เพราะห้องน้ำที่ใช้อยู่อยู่ห่างตัวบ้านประมาณ 20 เมตร เวลากลางคืนน้องต้องออกมาเข้าห้องน้ำ ก็กลัวอันตราย และสัตว์มีพิษ อีกทั้งในอนาคตน้องก็ต้องโตขึ้น เมื่อน้องเป็นสาวจะได้กั้นห้องให้น้องได้อยู่เป็นสัดส่วน และที่สำคัญอยากมีทุนการศึกษาสำหรับตนเอง และน้องทั้ง 2 คน เพื่อจะได้เรียนสูงๆ ตามความฝันของป่านที่อยากเป็นตำรวจเพราะเป็นอาชีพที่มั่นคง ส่วนตัวน้องโบ๊ตเองอยากเรียนด้านช่าง เพราะมีความสามารถด้านนี้ มีความรู้ในการซ่อม และสามารถซ่อมใบพัดพัดลมโดยใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดแทน เพื่อให้น้องได้ใช้ในเวลาอากาศร้อน ทางด้านคุณครูศรีนวล ดีประเสริฐ คุณครูประจำชั้น ป.4 ที่สอนน้องป่าน บอกว่า ป่านเป็นเด็กความจำดี และห่วงน้องสาว ซึ่งก็มีความคิดเช่นเดียวกับครู เพราะน้องจันทร์ฉายหรือน้องจ้า เป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า และการเป็นอยู่ค่อนข้างล่อแหลมสำหรับเด็กผู้หญิง หากมีผู้มีจิตศรัทธาก็อยากบอกบุญให้ช่วยกันทำห้องน้ำ ด้วยการเทพื้นปูนในที่ด้านหลัง ทำห้องน้ำและพื้นโล่งเพื่อประกอบอาหารและซักล้าง และมั่นใจว่าเด็กทั้ง 3 คนจะสำนึกในสิ่งที่มีคนมอบให้ และใช้เป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคม เพราะสังคมไม่ได้ทิ้งเด็กๆไว้ตามลำพัง โดยสามารถสมทบทุนได้ที่ ชื่อบัญชี ทุนการศึกษา ด.ช.ธีรพงษ์ แก้วบุรี เลขที่บัญชี 618-0-34956-8 ธนาคารกรุงไทย สาขาศรีสำโรง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2018/06/news38.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5900" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2018/06/news38.jpg" alt="news" width="700" height="420" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่โรงเรียนบ้านสันติสุข ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย มีเด็กชายและหญิง 3 คนพี่น้อง คือ เด็กชายรามพิรุณ แก้วบุรี หรือ น้องโบ๊ต อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 เด็กชายธีระพงษ์ แก้วบุรี หรือ น้องป่าน อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.4 และเด็กหญิงจันทร์ฉาย แก้วบุรี หรือ น้องจ้า อายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2 โดยทั้ง 3 ใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพังในบ้านเลขที่ 108 ม.2 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล</p>
<p>น้องโบ๊ตเล่าว่า โตมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีอาชีพรับจ้าง ต้องเร่ร่อนเดินทางไปทำงานก่อสร้างตามที่ต่างๆ จนเป็นสาเหตุให้ตนเองเรียนช้ากว่าเกณฑ์ อีกทั้งในช่วงหลังจะเห็นพ่อและแม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำจากการดื่มสุรา ในที่สุดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แม่ก็พามาอาศัยกับลุง โดยปู่ยกบ้านที่ว่างให้พักพิง เห็นหน้าแม่ครั้งหลังสุดเมื่อปีที่แล้วตอนแม่มาหา จากนั้นก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย</p>
<p>น้องโบ๊ตยังบอกว่าคิดถึงพี่ชายที่ชื่อ นายตะวัน แก้วบุรี ที่มีอายุมากกว่าตน 2 ปี แต่ตอนนี้พี่ตะวันต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวทั้งๆที่อายุเพียง 16 ปี ต้องออกจากโรงเรียน แล้วไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่พี่ชายจะส่งเงินผ่านมาทางคุณครูที่โรงเรียนบ้านสันติสุข ซึ่งจะมีสมุดบัญชีให้ตนเบิกจ่ายเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าน้ำค่าไฟ ครั้งหนึ่งตนเองไม่มีเงินไปจ่ายค่าไฟฟ้า เคยถูกยกมิเตอร์ไฟต้องเสียค่าปรับ จากนั้นคุณครูเลยเป็นภาระจัดการเรื่องต่างๆให้ โดยคุณครูวริสรา ศรีสำโรง และคุณครูจุฑารัตน์ พันธ์เขียว คุณครูอัตราจ้างที่คอยใส่ใจ คอยดูแล คอยตักเตือนสั่งสอน จนถึงแบ่งภาระหน้าที่ในบ้านให้เด็กๆ ทั้ง 3 ทำ อีกทั้งจัดทำสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายที่บางส่วนได้จากการสนับสนุนจากคนที่รู้จักและชาวบ้านใกล้เคียงที่สงสาร ช่วยเหลือมาเป็นครั้งคราว</p>
<p>โดยแต่ละวันน้องโบ๊ต และน้องป่านต้องตื่นแต่เช้า มาหุงข้าวทำกับข้าวส่วนใหญ่ก็จะทอดไข่ หรือยำปลากระป๋องที่มีผู้บริจาคมา เตรียมเสื้อผ้าชุดนักเรียนและถุงเท้าที่มีคนละชุด อาบน้ำให้น้องและขี่จักรยานที่มีผู้ใจบุญบริจาคให้ไปโรงเรียนที่ห่างกับบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร หลังเลิกเรียนก็จะกลับมาแบ่งหน้าที่กัน 2 คน หุงหาอาหาร ซักผ้า ล้างจาน สอนน้องทำการบ้าน และพาน้องๆ เข้านอนจนกลายเป็นหน้าที่ที่ต้องทำประจำทุกวัน โชคดีที่เรื่องค่าเทอม และค่าอาหารกลางวันได้รับการสนันสนุนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัยเขต 2 และแม่ครัวของโรงเรียนก็จะแบ่งปันอาหารจากมื้อกลางวันเก็บใส่ถุงไว้ให้เด็กไปกินตอนเย็น</p>
<p>แต่ถึงอย่างไรก็ตามเด็กๆก็ยังขาดในส่วนความจำเป็นด้านความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดความอบอุ่นจากพ่อและแม่ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ สร้างความเวทนาสงสารแก่ชาวบ้านที่พบเห็น จนกลายเป็นความรัก ความใส่ใจที่เพื่อนบ้านมีให้กับเด็กทั้ง 3 คน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วันนี้น้องโบ๊ต น้องป่าน น้องจ้า จะมีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง พี่ชายคนโตก็ต้องตระเวนรับจ้างไปเรื่อย แต่เด็กทั้ง 3 คน เป็นเด็กขยัน เชื่อฟังผู้ใหญ่ และช่วยเหลืองานของโรงเรียนเสมอมา แต่สิ่งที่น้องโบ๊ตอยากได้มากที่สุดในเวลานี้เพื่อน้องสาว น้องจ้า ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย นั่นคืออยากมีห้องน้ำอยู่หลังบ้าน เพราะห้องน้ำที่ใช้อยู่อยู่ห่างตัวบ้านประมาณ 20 เมตร เวลากลางคืนน้องต้องออกมาเข้าห้องน้ำ ก็กลัวอันตราย และสัตว์มีพิษ อีกทั้งในอนาคตน้องก็ต้องโตขึ้น เมื่อน้องเป็นสาวจะได้กั้นห้องให้น้องได้อยู่เป็นสัดส่วน และที่สำคัญอยากมีทุนการศึกษาสำหรับตนเอง และน้องทั้ง 2 คน เพื่อจะได้เรียนสูงๆ ตามความฝันของป่านที่อยากเป็นตำรวจเพราะเป็นอาชีพที่มั่นคง ส่วนตัวน้องโบ๊ตเองอยากเรียนด้านช่าง เพราะมีความสามารถด้านนี้ มีความรู้ในการซ่อม และสามารถซ่อมใบพัดพัดลมโดยใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดแทน เพื่อให้น้องได้ใช้ในเวลาอากาศร้อน</p>
<p>ทางด้านคุณครูศรีนวล ดีประเสริฐ คุณครูประจำชั้น ป.4 ที่สอนน้องป่าน บอกว่า ป่านเป็นเด็กความจำดี และห่วงน้องสาว ซึ่งก็มีความคิดเช่นเดียวกับครู เพราะน้องจันทร์ฉายหรือน้องจ้า เป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า และการเป็นอยู่ค่อนข้างล่อแหลมสำหรับเด็กผู้หญิง หากมีผู้มีจิตศรัทธาก็อยากบอกบุญให้ช่วยกันทำห้องน้ำ ด้วยการเทพื้นปูนในที่ด้านหลัง ทำห้องน้ำและพื้นโล่งเพื่อประกอบอาหารและซักล้าง และมั่นใจว่าเด็กทั้ง 3 คนจะสำนึกในสิ่งที่มีคนมอบให้ และใช้เป็นพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคม เพราะสังคมไม่ได้ทิ้งเด็กๆไว้ตามลำพัง โดยสามารถสมทบทุนได้ที่ ชื่อบัญชี ทุนการศึกษา ด.ช.ธีรพงษ์ แก้วบุรี เลขที่บัญชี 618-0-34956-8 ธนาคารกรุงไทย สาขาศรีสำโรง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/5899/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.192 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-25 23:58:03 -->
