<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%81/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>สกู๊ปพิเศษ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/835</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/835#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2014 02:39:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ยูไนเต็ด]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=835</guid>
		<description><![CDATA[เกมใน สัปดาห์นี้ แฟนๆของทั้ง ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล คงจะเซ็งไปตามๆกัน เนื่องจากทั้งสองทีม ต่างโดนทีมเล็กกว่าอัดซะเละไม่แพ้กัน เลยกลายเป็นว่าทั้งสองทีมต่างก็แพ้เป็นเพื่อนกันซะงั้น หลังเกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ นี้ มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย ระหว่างที่เขียนการแข่งขัน ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี กำลังเริ่มขึ้น เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นแต่ เรามาพูดถึงความพ่ายแพ้ของ &#8220;ปีศาจแดง&#8221; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3 ซึ่งก่อนหน้าเกมนี้ เมื่อวัน เสาร์ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล คู่แค้นตลอดชาติของ แมน ฯ ยูไนเต็ด ก็พลาดท่า บุกไปโดน &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม ทุบซะเละ 3-1 ถือเป็นการพ่ายแพ้ นัดที่ 3 แล้ว ในฤดูกาลนี้ ทั้งที่เพิ่งเปิดฤดูกาลไปแค่ 5 นัดเท่านั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดๆในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หงส์แดง&#8221; คือ แนวรับที่อ่อนอย่างกับหยวกกล้วย โดนบอมมากๆเข้าออกอาการเป๋ ให้เห็นกันตลอด อย่างในเกมที่ พวกเขาพ่ายต่อ แอสตัน วิลล่า ประตูชัยของวิลล่า ก็มาจากจังหวะเตะมุม ในเกมที่พวกเขาพ่าย เวสต์แฮม ฯ เพียงแค่ 10 นาทีแรกโดน &#8220;ขุนค้อน&#8221; ทะลวงไป 2 ลูก นี่เป็นจุดอ่อนของลูกทีม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ยังแก้ไม่หายซักที ช่วงซื้อ-ขาย ตลาดนักเตะซัมเมอร์พวกเขา เจียด 20 ล้านปอนด์ ดึง เดยัน ลอฟเลน มาปักหลักแนวรับให้กับทีม แต่ดูเหมือนว่า ลอฟเลน ยังไม่เข้าขากับ คู่เซ็นเตอร์แบ็คของ ลิเวอร์พูล ทั้ง มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล เกมรุกของพวกเขา ที่มี มาริโอ บาโลเตลลี่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นตัวชูโรงในช่วงที่ แดเนียลสเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บ ก็ยังประสานงานกันไม่ดี กองกลางยิงแล้วเข้าไปใหญ่ ทั้ง อดัม ลาลาน่า, ลาร์ซ่า มาร์โควิช, ฟิลิปเป้ คูตินโญ, ลูคัส เลว่า, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน ยังประสานงานกันได้ไม่ดี บอลไปถึงกองหน้าน้อยมาก ต้องอาศัยเจาะเข้าด้านข้างแล้วเปิดเข้ากลางมาลุ้นประตู สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ ร็อดเจอร์ส ต้องปรับแก้ไขอย่างเร่งด่วน ข้ามฝากมาดู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมในวัน อาทิตย์ เป็นเหมือนฝันร้ายของลูกทีม หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อพวกเขาทำประตูหนีห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ไปถึงสองครั้งสองคราแต่ก็โดนลูกทีมของ ไนเจล เพียร์สัน ไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่จะเร่งเครื่องในช่วงท้ายแซงชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 5-3 ซึ่งถือเป็นชัยชนะต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในรอบ 29 ปี อีกด้วย ไฮไลท์เกมนี้คงหนีไม่พ้น 2 จุดโทษ ที่ มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก เป่าให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ จุดโทษแรก ราฟาเอล พลาดไปโดน เจมี่ วาร์ดี้ กระแทกแล้วฉกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ราฟาเอล วิ่งตามไปกดเจ้าตัวล้มลงในเขตโทษแล้วโดนจุดโทษ หลังจากนั้นไม่นาน แมนฯ ยูไนเต็ด โดน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ ยิงตีเสมอ แล้วแนวรับพวกเขาก็รวนปั่นป่วน การตรึงเกมไว้เพื่อที่จะจู่โจม เลสเตอร์ ทำได้ไม่ดี ฆวน มาต้า โดนฉกบอลไปแล้ว โดน วาร์ดี้ ลงโทษทันที หลังจากโดนนำ ดูเหมือน ยูไนเต็ด จะช็อกไม่หายแล้ว เลสเตอร์ อาสัยจังหวะสวนกลับเร็ว มาเข้าทาง วาร์ดี้ อีกครั้ง แล้ว ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ก็ไปเสียบสกัด วาร์ดี้ ล้มลงในกรอบเขตโทษแบล็คเก็ตต์ โดนใบแดงทันที อูยัว สังหารจุดโทษไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้อีกครั้งและ ชนะ เพียงแค่เกมเดียว ใน 5 เกมแรกของฤดูกาลนี้ สิ่งที่เห็นจากทั้ง 2 ทีม ไม่ว่าจะ ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการประสานงานของแข้งเก่าและใหม่ที่ยังไม่เนียนสนิท และเกมรับที่อ่อนหลวมโดนบอมไม่นานก็เสียประตู แม้ว่า ซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะใช้เงินไปกว่า ซื้อผู้เล่น : 157.7 ล้านปอนด์ ซื้อผู้เล่นตัวดีๆเข้ามาเสริมทีมมากมาย แต่ก็ยังต้องการเวลาปรับจูนอีกมาก เช่นเดียวกับทีมดังฝั่ง เมอร์ซี่ไซด์ ที่ยังต้องการเวลาปรับจูนเข้าหากันของแข้งเก่าและใหม่อีกซักพัก พรีเมียร์ลีก ยังเป็นลีกที่แข็งแกร่ง ทุกทีมสามารถชนะกันได้ทุกทีม ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new112.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-836" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/new112.jpg" alt="new" width="620" height="372" /></a></p>
<p>เกมใน สัปดาห์นี้ แฟนๆของทั้ง ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล คงจะเซ็งไปตามๆกัน เนื่องจากทั้งสองทีม ต่างโดนทีมเล็กกว่าอัดซะเละไม่แพ้กัน เลยกลายเป็นว่าทั้งสองทีมต่างก็แพ้เป็นเพื่อนกันซะงั้น</p>
<p>หลังเกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ นี้ มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย ระหว่างที่เขียนการแข่งขัน ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี กำลังเริ่มขึ้น เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นแต่ เรามาพูดถึงความพ่ายแพ้ของ &#8220;ปีศาจแดง&#8221; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3</p>
<p>ซึ่งก่อนหน้าเกมนี้ เมื่อวัน เสาร์ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล คู่แค้นตลอดชาติของ แมน ฯ ยูไนเต็ด ก็พลาดท่า บุกไปโดน &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม ทุบซะเละ 3-1 ถือเป็นการพ่ายแพ้ นัดที่ 3 แล้ว ในฤดูกาลนี้ ทั้งที่เพิ่งเปิดฤดูกาลไปแค่ 5 นัดเท่านั้น</p>
<p><img src="http://pe1.s1sf.com/sp/0/ud/20/100925/x_man3.jpg" alt="" /></p>
<p>สิ่งที่เห็นได้ชัดๆในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หงส์แดง&#8221; คือ แนวรับที่อ่อนอย่างกับหยวกกล้วย โดนบอมมากๆเข้าออกอาการเป๋ ให้เห็นกันตลอด อย่างในเกมที่ พวกเขาพ่ายต่อ แอสตัน วิลล่า ประตูชัยของวิลล่า ก็มาจากจังหวะเตะมุม</p>
<p>ในเกมที่พวกเขาพ่าย เวสต์แฮม ฯ เพียงแค่ 10 นาทีแรกโดน &#8220;ขุนค้อน&#8221; ทะลวงไป 2 ลูก นี่เป็นจุดอ่อนของลูกทีม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ยังแก้ไม่หายซักที ช่วงซื้อ-ขาย ตลาดนักเตะซัมเมอร์พวกเขา เจียด 20 ล้านปอนด์ ดึง เดยัน ลอฟเลน มาปักหลักแนวรับให้กับทีม แต่ดูเหมือนว่า ลอฟเลน ยังไม่เข้าขากับ คู่เซ็นเตอร์แบ็คของ ลิเวอร์พูล ทั้ง มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล</p>
<p><img src="http://pe1.s1sf.com/sp/0/ud/20/100925/x_man4.jpg" alt="" /></p>
<p>เกมรุกของพวกเขา ที่มี มาริโอ บาโลเตลลี่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นตัวชูโรงในช่วงที่ แดเนียลสเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บ ก็ยังประสานงานกันไม่ดี กองกลางยิงแล้วเข้าไปใหญ่ ทั้ง อดัม ลาลาน่า, ลาร์ซ่า มาร์โควิช, ฟิลิปเป้ คูตินโญ, ลูคัส เลว่า, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน ยังประสานงานกันได้ไม่ดี บอลไปถึงกองหน้าน้อยมาก ต้องอาศัยเจาะเข้าด้านข้างแล้วเปิดเข้ากลางมาลุ้นประตู สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ ร็อดเจอร์ส ต้องปรับแก้ไขอย่างเร่งด่วน</p>
<p>ข้ามฝากมาดู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมในวัน อาทิตย์ เป็นเหมือนฝันร้ายของลูกทีม หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อพวกเขาทำประตูหนีห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ไปถึงสองครั้งสองคราแต่ก็โดนลูกทีมของ ไนเจล เพียร์สัน ไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่จะเร่งเครื่องในช่วงท้ายแซงชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 5-3 ซึ่งถือเป็นชัยชนะต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในรอบ 29 ปี อีกด้วย</p>
<p><img src="http://pe1.s1sf.com/sp/0/ud/20/100925/x_man1.jpg" alt="" /></p>
<p>ไฮไลท์เกมนี้คงหนีไม่พ้น 2 จุดโทษ ที่ มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก เป่าให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ จุดโทษแรก ราฟาเอล พลาดไปโดน เจมี่ วาร์ดี้ กระแทกแล้วฉกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ราฟาเอล วิ่งตามไปกดเจ้าตัวล้มลงในเขตโทษแล้วโดนจุดโทษ</p>
<p>หลังจากนั้นไม่นาน แมนฯ ยูไนเต็ด โดน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ ยิงตีเสมอ แล้วแนวรับพวกเขาก็รวนปั่นป่วน การตรึงเกมไว้เพื่อที่จะจู่โจม เลสเตอร์ ทำได้ไม่ดี ฆวน มาต้า โดนฉกบอลไปแล้ว โดน วาร์ดี้ ลงโทษทันที</p>
<p>หลังจากโดนนำ ดูเหมือน ยูไนเต็ด จะช็อกไม่หายแล้ว เลสเตอร์ อาสัยจังหวะสวนกลับเร็ว มาเข้าทาง วาร์ดี้ อีกครั้ง แล้ว ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ก็ไปเสียบสกัด วาร์ดี้ ล้มลงในกรอบเขตโทษแบล็คเก็ตต์ โดนใบแดงทันที อูยัว สังหารจุดโทษไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้อีกครั้งและ ชนะ เพียงแค่เกมเดียว ใน 5 เกมแรกของฤดูกาลนี้</p>
<p>สิ่งที่เห็นจากทั้ง 2 ทีม ไม่ว่าจะ ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการประสานงานของแข้งเก่าและใหม่ที่ยังไม่เนียนสนิท และเกมรับที่อ่อนหลวมโดนบอมไม่นานก็เสียประตู</p>
<p><img src="http://pe1.s1sf.com/sp/0/ud/20/100925/x_man2.jpg" alt="" /></p>
<p>แม้ว่า ซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะใช้เงินไปกว่า ซื้อผู้เล่น : 157.7 ล้านปอนด์ ซื้อผู้เล่นตัวดีๆเข้ามาเสริมทีมมากมาย แต่ก็ยังต้องการเวลาปรับจูนอีกมาก</p>
<p>เช่นเดียวกับทีมดังฝั่ง เมอร์ซี่ไซด์ ที่ยังต้องการเวลาปรับจูนเข้าหากันของแข้งเก่าและใหม่อีกซักพัก พรีเมียร์ลีก ยังเป็นลีกที่แข็งแกร่ง ทุกทีมสามารถชนะกันได้ทุกทีม ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/835/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขุนค้อนเปิดรัง ทุบหงส์ปีกหัก 3-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/811</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/811#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2014 01:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวหงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[เวสต์แฮม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=811</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล สนาม : โบลีน กราวด์ ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล เริ่มเกมครึ่งแรก ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้ ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น น.13 เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2 น.40 เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1 เริ่มเกมครึ่งหลัง น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น 3-1 จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg" alt="hk" width="600" height="360" class="alignnone size-full wp-image-812" /></a></p>
<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557</p>
<p>เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล</p>
<p>สนาม : โบลีน กราวด์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล </p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ</p>
<p>และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้  ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น</p>
<p>น.13  เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป</p>
<p>น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้  ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2</p>
<p>น.40  เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก  แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน</p>
<p>ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น  เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p>น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา  แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย </p>
<p>น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก</p>
<p>น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป</p>
<p>น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ  ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น  3-1</p>
<p>จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม</p>
<p>เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย</p>
<p>ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/811/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผีโชว์โหด ถล่มคิวพีอาร์ 4-0</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/658</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/658#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2014 01:16:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ควีนส์ปาร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีกอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=658</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ควีนส์ปาร์ค สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์ ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 โดยเป็นเกมที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่างทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;คิวพีอาร์&#8221; ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส เริ่มเกมครึ่งแรก ผ่านไปได้ 7 นาที เจ้าถิ่น แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นก่อน จาก อันเดร เอร์เรร่า จ่ายบอลเข้ากลางให้ ฆวน มาต้า ได้ซัดด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานไป น.15 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสอีกครั้ง เมื่อ มาร์กอส โรโฮ โยนบอลจากริมเส้นมาหน้าประตู ฟาน เพอร์ซี่ เกี่ยวบอลลงได้ แต่ไปกั๊กจังหวะกับ เอร์เรร่า ทำให้เสียโอกาสยิง ก่อนถูกแนวรับ ควีนส์ปาร์ค สกัดทิ้งออกไป และน.24 เจ้าถิ่น แมนฯ ยูฯ ก็มาได้ประตูจนได้ จากฟรีคิกทางด้านขวา อังเคล ดิ มาเรีย เปิดไปหน้าประตู แต่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายโหม่งไม่โดน แต่ทำให้ โรเบิร์ต กรีน เสียจังหวะ ก่อนบอลกระดอนเข้าเสาไกล ทำให้ แมนฯยูฯ ออกนำ 1-0 น.30 อังเคล ดิ มาเรีย เปิดบอลจากริมสนามฝั่งซ้ายให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้โหม่ง แต่บอลโด่งออกหลังไป น.32 ควีนส์ปาร์ค เกือบตีเสมอได้ เมื่อ ดาบิด เด เคอา ออกมาเตะบอลพลาด บอลมาตกที่ แมตต์ ฟิลลิปส์ ยิงสวนตรงกรอบ แต่ จอนนี่ อีแวนส์ ยังตามมาบล็อกได้ทัน และนาทีที่36 &#8220;ปีศาจแดง&#8221; มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จาก อังเคล ดิ มาเรีย พาบอลมาจากแดนตัวเอง ก่อนจ่ายให้ รูนี่ย์ ยิงติดแนวรับทีมเยือน แต่บอลกระเด้งกลับมาที่ รูนี่ย์ อีกครั้ง แต่เลือกจ่ายให้ อันเดร เอร์เรร่า วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย ช่วงท้ายเกม แมนฯ ยูฯ ขยับหนีห่างเป็น 3-0 จาก อันเดร เอร์เรร่า จ่ายให้ เวย์น รูนี่ย์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนกดด้วยขวาเบียดเสาแรกเข้าไป และจบครึ่งแรกไปด้วสกอร์นี้ เริ่มเกมครึ่งหลัง มาได้ 3 นาที ทีมเยือน ควีนส์ปาร์ค ได้ลุ้นก่อน เมื่อ อาร์มองด์ ตราโอเร่ ลากบอลขึ้นมา ก่อนดีดเข้ากลางให้ ซานโดร ได้ซัดเน้นๆ แต่ ดาบิด เด เคอา ยังเหนียวใช้ขาเซฟไว้ได้ น.58 อังเคล ดิ มาเรีย จ่ายบอลเรียดให้ ฆวน มาต้า วิ่งสอดมารับบอลในเขตโทษ ก่อนกดด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย แมนฯ ยูไนเต็ด นำขาดเป็น 4-0 น.65 &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ครองเกมมากกว่าและเกือบได้ประตูเพิ่ม เมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย ดีดบอลข้ามแนวรับ ทีมเยือน ให้ อาร์วีพี วิ่งมายิงแต่บอลไปตรงตัว โรเบิร์ต กรีน น.71 ยังคงเป็นเจ้าถิ่น ที่มีลุ้นต่อเนื่อง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เปิดบอลไปหน้าประตู บอลโค้งไปชนคานกะเด้งออกมา เกือบเป็นประตูที่5 ให้ทัพ&#8221;ปีศาจแดง&#8221;อีก น.77 ทีมเยือน มีลุ้นทำประตู จากการส่งบอลคืนหลังพลาดของแนวรับเจ้าถิ่น บอลมาเข้าทาง เอดูอาร์โด วาร์กัส ก่อนแตะหลบ ไทเลอร์ แบล็คเค็ตต์ หลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ยิงได้ไม่ดีบอลหลุดเสาสองออกไป น.84 ดาลี่ย์ บลินด์ ลองส่องไกล โรเบิร์ต กรีน ปัดได้ แต่ไม่พ้นอันตราย ราดาเมล ฟัลเกา วิ่งมาซ้ำ แต่ถูก โรเบิร์ต กรีน ใช้ขาเซฟไว้ได้อีกครั้ง ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้ จบ90นาที เจ้าถิ่น แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ไปแบบสบายๆ 4-0 ถือเป็นการคว้าชัยชนะนัดแรกในลีกของฤดูกาลนี้ รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม แมนฯ ยูไนเต็ด (ระะบบ 4-4-2) : ดาบิด เด เคอา , ราฟาเอล,ไทเลอร์ แบล็คเค็ตต์, จอนนี่ อีแวนส์, มาร์กอส โรโฮ,อันเดร เอร์เรร่า,ดาลี่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย,ฆวน มาต้า,เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ควีนส์ปาร์ค (ระบบ 4-4-1-1) : โรเบิร์ต กรีน,เมาริซิโอ อิสล่า, สตีเว่น คอลเกอร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, คลิ้นท์ ฮิลล์ ,ซานโดร,นิโก้ ครานชาร์,แมตต์ ฟิลลิปส์, จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ , ลีรอย เฟอร์, ชาร์ลี ออสติน]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/mm.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/mm.jpg" alt="mm" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-659" /></a></p>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ</p>
<p>วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557</p>
<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ควีนส์ปาร์ค</p>
<p>สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด</p>
<p>ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 โดยเป็นเกมที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่างทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;คิวพีอาร์&#8221; ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ผ่านไปได้ 7 นาที เจ้าถิ่น แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นก่อน จาก อันเดร เอร์เรร่า จ่ายบอลเข้ากลางให้ ฆวน มาต้า ได้ซัดด้วยขวา แต่บอลเหินข้ามคานไป</p>
<p>น.15 แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสอีกครั้ง  เมื่อ มาร์กอส โรโฮ โยนบอลจากริมเส้นมาหน้าประตู ฟาน เพอร์ซี่ เกี่ยวบอลลงได้ แต่ไปกั๊กจังหวะกับ เอร์เรร่า ทำให้เสียโอกาสยิง ก่อนถูกแนวรับ ควีนส์ปาร์ค สกัดทิ้งออกไป</p>
<p>และน.24 เจ้าถิ่น  แมนฯ ยูฯ ก็มาได้ประตูจนได้ จากฟรีคิกทางด้านขวา อังเคล ดิ มาเรีย เปิดไปหน้าประตู แต่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายโหม่งไม่โดน  แต่ทำให้ โรเบิร์ต กรีน เสียจังหวะ ก่อนบอลกระดอนเข้าเสาไกล ทำให้ แมนฯยูฯ ออกนำ 1-0 </p>
<p>น.30 อังเคล ดิ มาเรีย เปิดบอลจากริมสนามฝั่งซ้ายให้  โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้โหม่ง แต่บอลโด่งออกหลังไป</p>
<p>น.32  ควีนส์ปาร์ค  เกือบตีเสมอได้  เมื่อ ดาบิด เด เคอา ออกมาเตะบอลพลาด บอลมาตกที่ แมตต์ ฟิลลิปส์ ยิงสวนตรงกรอบ แต่ จอนนี่ อีแวนส์ ยังตามมาบล็อกได้ทัน</p>
<p>และนาทีที่36 &#8220;ปีศาจแดง&#8221; มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จาก อังเคล ดิ มาเรีย พาบอลมาจากแดนตัวเอง ก่อนจ่ายให้ รูนี่ย์ ยิงติดแนวรับทีมเยือน แต่บอลกระเด้งกลับมาที่ รูนี่ย์ อีกครั้ง แต่เลือกจ่ายให้ อันเดร เอร์เรร่า วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย</p>
<p>ช่วงท้ายเกม  แมนฯ ยูฯ ขยับหนีห่างเป็น 3-0  จาก อันเดร เอร์เรร่า จ่ายให้ เวย์น รูนี่ย์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนกดด้วยขวาเบียดเสาแรกเข้าไป และจบครึ่งแรกไปด้วสกอร์นี้</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p> มาได้ 3 นาที ทีมเยือน ควีนส์ปาร์ค ได้ลุ้นก่อน เมื่อ อาร์มองด์ ตราโอเร่ ลากบอลขึ้นมา ก่อนดีดเข้ากลางให้ ซานโดร ได้ซัดเน้นๆ  แต่ ดาบิด เด เคอา ยังเหนียวใช้ขาเซฟไว้ได้</p>
<p>น.58 อังเคล ดิ มาเรีย จ่ายบอลเรียดให้ ฆวน มาต้า วิ่งสอดมารับบอลในเขตโทษ ก่อนกดด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย แมนฯ ยูไนเต็ด นำขาดเป็น 4-0</p>
<p>น.65 &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ครองเกมมากกว่าและเกือบได้ประตูเพิ่ม เมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย ดีดบอลข้ามแนวรับ ทีมเยือน ให้ อาร์วีพี วิ่งมายิงแต่บอลไปตรงตัว โรเบิร์ต กรีน</p>
<p>น.71 ยังคงเป็นเจ้าถิ่น ที่มีลุ้นต่อเนื่อง  โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เปิดบอลไปหน้าประตู บอลโค้งไปชนคานกะเด้งออกมา เกือบเป็นประตูที่5 ให้ทัพ&#8221;ปีศาจแดง&#8221;อีก</p>
<p>น.77 ทีมเยือน มีลุ้นทำประตู จากการส่งบอลคืนหลังพลาดของแนวรับเจ้าถิ่น  บอลมาเข้าทาง เอดูอาร์โด วาร์กัส ก่อนแตะหลบ ไทเลอร์ แบล็คเค็ตต์ หลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ยิงได้ไม่ดีบอลหลุดเสาสองออกไป</p>
<p>น.84 ดาลี่ย์ บลินด์ ลองส่องไกล โรเบิร์ต กรีน ปัดได้ แต่ไม่พ้นอันตราย ราดาเมล ฟัลเกา วิ่งมาซ้ำ แต่ถูก โรเบิร์ต กรีน  ใช้ขาเซฟไว้ได้อีกครั้ง</p>
<p>ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้ จบ90นาที เจ้าถิ่น แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ไปแบบสบายๆ 4-0 ถือเป็นการคว้าชัยชนะนัดแรกในลีกของฤดูกาลนี้</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม</p>
<p>แมนฯ ยูไนเต็ด (ระะบบ 4-4-2) : ดาบิด เด เคอา , ราฟาเอล,ไทเลอร์ แบล็คเค็ตต์, จอนนี่ อีแวนส์, มาร์กอส โรโฮ,อันเดร เอร์เรร่า,ดาลี่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย,ฆวน มาต้า,เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่</p>
<p>ควีนส์ปาร์ค (ระบบ 4-4-1-1) : โรเบิร์ต กรีน,เมาริซิโอ อิสล่า, สตีเว่น คอลเกอร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, คลิ้นท์ ฮิลล์ ,ซานโดร,นิโก้ ครานชาร์,แมตต์ ฟิลลิปส์, จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ , ลีรอย เฟอร์, ชาร์ลี ออสติน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/658/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรือใบไล่เจ๊าปืนใหญ่ 2-2</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/655</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/655#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2014 02:27:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ผลบอลเมื่อคืน]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=655</guid>
		<description><![CDATA[ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวัน เสาร์ ที่ 13 กันยายน 57 เป็นคู่บิ๊กแมตช์ ระหว่าง เจ้าบ้าน &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซน่อล เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ก่อนเตะคืนนี้ อยู่อันดับที่ 7 ของตาราง แข่ง 3 นัดมี 5 แต้ม โดยวันนี้เตรียมส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ศูนย์หน้าทีมชาติ อังกฤษ ลงประเดิมเป็นตัวจริงในสีเสื้อ &#8220;เดอะ กันเนอร์ส&#8221; อีกด้วย ด้าน ทีมเยือน &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; จัดทัพใหญ่ลงสนาม แม้จะไม่มี ยาย่า ตูเร่ และ สเตฟานโยเวติช ลงเล่นในเกมนี้ เริ่มเกมการแข่งขัน รูปเกมเจ้าบ้านเน้นทำเกมเร็วเข้าโจมตี คู่ต่อสู้ นาทีที่ 6 อเล็กซิส ซานเชซ ได้โอกาสส่องไกล นอกกรอบเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว โจ ฮาร์ท รับไว้ได้สบายๆ นาทีที่ 11 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะผิดพลาดของ ดาบิด ซิลบา จ่ายคืนหลังพลาดถูก แดนนี่ เวลเบ็ค โฉบมาขโมยบอลไปได้ก่อนชิพบอลข้ามตัว โจ ฮาร์ท แต่บอลเจ้ากรรมดันไปชนเสากระดอนออกมา เวลเบ็ค พลาดโอกาสทำประตูเปิดตัวในสีเสื้อ อาร์เซน่อล ไปอย่างน่าเสียดายสุดๆ เกมโดยรวมของทั้ง 2 ทีม เต็มไปด้วยความรวดเร็ว เปิดแลกกันสนุก เพียงแต่โอกาสยังไม่เป็นใจเท่านั้น ผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่วันนี้แดนกลางของ อาร์เซน่อล ดูจะคุมเกมได้ดีกว่าทางทีมเยือน แต่การเร่งเกมเร็วทำให้บางครั้งจังหวะจึงมีขาดๆเกินๆไปบ้างทั้งสองทีม นาทีที่ 25 เจมส์ มิลเนอร์ ทำชิ่งกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ มิลเนอร์ จะยิงทันทีบอลเหินข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น นาทีที่ 27 กองเชียร์ &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; ได้เฮกันลั่นสนาม จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส สปีดพาบอลขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจ่ายถวายพานเข้ามาตรงกลางให้ เซร์คิโอ &#8220;กุน&#8221; อเกวโร่ เข้าชาร์จแปบอลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำ อาร์เซน่อล 1-0 นาทีที่ 36 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะ ฟรีคิก หน้ากรอบเขตโทษ แต่ อเล็กซิส ซานเชซ ยิงข้ามคานออกไปไกล ช่วงท้ายเกม เจ้าบ้าน &#8220;เดอะ กันเนอร์ส&#8221; พยายามเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน แต่จังหวะสุดท้ายพวกเขายังไม่สามารถทำสกอร์ได้อย่างที่หวัง แดนนี่ เวลเบ็ค วันนี้ช่วงต้นเกมดูจะวูบวาบ แต่หลังจากนั้นบอลไปถึงเขาน้อยมาก ดูจะยังไม่สามารถคุกคาม สร้างความยากลำบากให้แนวรับของ ซิตี้ ได้ซักเท่าไหร่ จบเกมการ แข่งขันในครึ่งแรก อาร์เซน่อล เปิดบ้านตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เริ่มเกมครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนเอา ซาเมียร์ นาสรี่ ลงไปแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด นาทีที่ 54 ซิตี้ ได้ลุ้นก่อน กุน วนหาช่องอยู่ ก่อนจะตัดสินใจยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดไปไกล นาทีที่ 58 &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษของ กาแอล กลิชี่ เจ้าตัวดีดบอลสวนตัว วอจเซียค เซสนี่ ที่ผวาออกมาปิดมุม บอล หลุดออกข้างเสาไปนิดเดียว ซิตี้ พลาดโอกาสทำประตูหนีห่างออกไป นาทีที่ 63 กองเชียร์ &#8220;เดอะ กันเนอร์ส&#8221; มาได้เฮกันลั่นบ้าน จากจังหวะทำชิ่งกันบอลมาถึง แจ็ก วิลเชียร์ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติ อังกฤษ จะชิพบอลข้ามตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปช่วยให้ อาร์เซน่อล ไล่ตามตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 นาทีที่ 66 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนเอา เอดิน เซโก้ ลงไปแทนที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ นาทีที่ 73 กองเชียร์ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ได้เฮกันลั่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จากจังหวะที่ อารอน แรมซีย์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแนวรับ ซิตี้ เคลียร์บอลไม่ขาด แจ็ก วิลเชียร์ โหม่งหนุนเข้าไปบอลมาถึง อเล็กซิส ซานเชซ เอี้ยวตัวซัดสุดสวยส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ อาร์เซน่อล พลิกขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ทันที นาทีที่ 76 &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; เปลี่ยนสำรองคนสุดท้ายส่ง อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ลงไปแทนที่ แฟร์นันดินโญ นาทีที่ 80 อาร์เซน่อล เปลี่ยน คาลัม แชมเบอร์ส ลงไปแทน มาติเยอ เดอบุซซี ที่ได้รับบาดเจ็บต้องหามออกจากสนามไป นาทีที่ 82 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเตะมุม มาร์ติน เดมิเคลิส ขึ้นโหม่งเต็มๆหัว วอจเซียค เซสนี่ พุ่งปัดไม่พ้นบอลไปชนเสาเข้าประตูไป ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ตามตีเสมอ อาร์เซน่อล ได้สำเร็จ 2-2 นาทีที่ 85 แดนนี่ เวลเบ็ค ได้โอกาสส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งออกนอกกรอบไปนิดเดียว นาทีที่ 87 อาร์เซน่อล เปลี่ยนสำรองส่ง อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงแทนที่ แดนนี่ เวลเบ็ค ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูชัย จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา ชิพบอลข้ามแนวรับ อาร์เซน่อล มาให้ เอดิน เซโก้ วิ่งเบียดกับ โลรองต์ กอสเซียลนี่ ก่อนดีดบอลลอยข้ามหัว เซสนี่ ไปชนเสาก่อนที่ เซสนี่ จะตามไปเก็บเอาไว้ได้ ช่วงท้ายเกม อาร์เซน่อล เปลี่ยน มิเกล อาร์เตต้า ลงไปแทน มาติเยอ ฟลามินี่ ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้จบเกมการแข่งขัน อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 แบ่งไปคนละ 1 คะแนน รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง อาร์เซน่อล : วอจเซียค เซสนี่, มาติเยอ เดอบุซซี ( คาลัม แชมเบอร์ส น.80 ), เเพร์ เมอร์เตซักเกอร์, โลรองต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, มาติเยอ ฟลามินี่ ( มิเกล อาร์เตต้า น.90 ), อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, แจ็ก วิลเชียร์, เมซุต โอซิล, แดนนี่ เวลเบ็ค ( อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.87 ) สำรอง : คีแรน กิบส์, ลูคัส โพโดลสกี้, ดาวิด ออสปิน่า, ซานติ กาซอร์ล่า รายชื่อ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, แวงซองต์ กัมปานี, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันดินโญ ( อเล็กซานดาร์ โคลารอฟน.76 ), แฟร้งค์ แลมพาร์ด ( ซาเมียร์ นาสรี่ น.45 ), เฆซุส นาบาส, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ &#8220;กุน&#8221; อเกวโร่ ( เอดิน เซโก้ น.66 ) สำรอง : บาการี่ ซาญ่า, สกอตต์ ซินแคลร์, วิลลี่ กาบาเยโร่, เอเลียเควียม ม็องกาลา ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/dm.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/dm.jpg" alt="dm" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-656" /></a></p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวัน เสาร์ ที่ 13 กันยายน 57 เป็นคู่บิ๊กแมตช์ ระหว่าง เจ้าบ้าน &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซน่อล เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ก่อนเตะคืนนี้ อยู่อันดับที่ 7 ของตาราง แข่ง 3 นัดมี 5 แต้ม โดยวันนี้เตรียมส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ศูนย์หน้าทีมชาติ อังกฤษ ลงประเดิมเป็นตัวจริงในสีเสื้อ &#8220;เดอะ กันเนอร์ส&#8221; อีกด้วย ด้าน ทีมเยือน &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; จัดทัพใหญ่ลงสนาม แม้จะไม่มี ยาย่า ตูเร่ และ สเตฟานโยเวติช ลงเล่นในเกมนี้</p>
<p>เริ่มเกมการแข่งขัน รูปเกมเจ้าบ้านเน้นทำเกมเร็วเข้าโจมตี คู่ต่อสู้ นาทีที่ 6 อเล็กซิส ซานเชซ ได้โอกาสส่องไกล นอกกรอบเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว โจ ฮาร์ท รับไว้ได้สบายๆ</p>
<p>นาทีที่ 11 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะผิดพลาดของ ดาบิด ซิลบา จ่ายคืนหลังพลาดถูก แดนนี่ เวลเบ็ค โฉบมาขโมยบอลไปได้ก่อนชิพบอลข้ามตัว โจ ฮาร์ท แต่บอลเจ้ากรรมดันไปชนเสากระดอนออกมา เวลเบ็ค พลาดโอกาสทำประตูเปิดตัวในสีเสื้อ อาร์เซน่อล ไปอย่างน่าเสียดายสุดๆ</p>
<p>เกมโดยรวมของทั้ง 2 ทีม เต็มไปด้วยความรวดเร็ว เปิดแลกกันสนุก เพียงแต่โอกาสยังไม่เป็นใจเท่านั้น ผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่วันนี้แดนกลางของ อาร์เซน่อล ดูจะคุมเกมได้ดีกว่าทางทีมเยือน แต่การเร่งเกมเร็วทำให้บางครั้งจังหวะจึงมีขาดๆเกินๆไปบ้างทั้งสองทีม</p>
<p>นาทีที่ 25 เจมส์ มิลเนอร์ ทำชิ่งกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ มิลเนอร์ จะยิงทันทีบอลเหินข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น</p>
<p>นาทีที่ 27 กองเชียร์ &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; ได้เฮกันลั่นสนาม จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส สปีดพาบอลขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจ่ายถวายพานเข้ามาตรงกลางให้ เซร์คิโอ &#8220;กุน&#8221; อเกวโร่ เข้าชาร์จแปบอลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำ อาร์เซน่อล 1-0</p>
<p>นาทีที่ 36 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะ ฟรีคิก หน้ากรอบเขตโทษ แต่ อเล็กซิส ซานเชซ ยิงข้ามคานออกไปไกล</p>
<p>ช่วงท้ายเกม เจ้าบ้าน &#8220;เดอะ กันเนอร์ส&#8221; พยายามเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน แต่จังหวะสุดท้ายพวกเขายังไม่สามารถทำสกอร์ได้อย่างที่หวัง แดนนี่ เวลเบ็ค วันนี้ช่วงต้นเกมดูจะวูบวาบ แต่หลังจากนั้นบอลไปถึงเขาน้อยมาก ดูจะยังไม่สามารถคุกคาม สร้างความยากลำบากให้แนวรับของ ซิตี้ ได้ซักเท่าไหร่ จบเกมการ</p>
<p>แข่งขันในครึ่งแรก อาร์เซน่อล เปิดบ้านตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนเอา ซาเมียร์ นาสรี่ ลงไปแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด</p>
<p>นาทีที่ 54 ซิตี้ ได้ลุ้นก่อน กุน วนหาช่องอยู่ ก่อนจะตัดสินใจยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดไปไกล</p>
<p>นาทีที่ 58 &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษของ กาแอล กลิชี่ เจ้าตัวดีดบอลสวนตัว วอจเซียค เซสนี่ ที่ผวาออกมาปิดมุม บอล<br />
หลุดออกข้างเสาไปนิดเดียว ซิตี้ พลาดโอกาสทำประตูหนีห่างออกไป</p>
<p>นาทีที่ 63 กองเชียร์ &#8220;เดอะ กันเนอร์ส&#8221; มาได้เฮกันลั่นบ้าน จากจังหวะทำชิ่งกันบอลมาถึง แจ็ก วิลเชียร์ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติ อังกฤษ จะชิพบอลข้ามตัว โจ ฮาร์ท เข้าไปช่วยให้ อาร์เซน่อล ไล่ตามตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1</p>
<p>นาทีที่ 66 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนเอา เอดิน เซโก้ ลงไปแทนที่ เซร์คิโอ อเกวโร่</p>
<p>นาทีที่ 73 กองเชียร์ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ได้เฮกันลั่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จากจังหวะที่ อารอน แรมซีย์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแนวรับ ซิตี้ เคลียร์บอลไม่ขาด แจ็ก วิลเชียร์ โหม่งหนุนเข้าไปบอลมาถึง อเล็กซิส ซานเชซ เอี้ยวตัวซัดสุดสวยส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ อาร์เซน่อล พลิกขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ 2-1 ทันที</p>
<p>นาทีที่ 76 &#8220;เรือใบสีฟ้า&#8221; เปลี่ยนสำรองคนสุดท้ายส่ง อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ลงไปแทนที่ แฟร์นันดินโญ</p>
<p>นาทีที่ 80 อาร์เซน่อล เปลี่ยน คาลัม แชมเบอร์ส ลงไปแทน มาติเยอ เดอบุซซี ที่ได้รับบาดเจ็บต้องหามออกจากสนามไป</p>
<p>นาทีที่ 82 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะเตะมุม มาร์ติน เดมิเคลิส ขึ้นโหม่งเต็มๆหัว วอจเซียค เซสนี่ พุ่งปัดไม่พ้นบอลไปชนเสาเข้าประตูไป ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ตามตีเสมอ อาร์เซน่อล ได้สำเร็จ 2-2</p>
<p>นาทีที่ 85 แดนนี่ เวลเบ็ค ได้โอกาสส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งออกนอกกรอบไปนิดเดียว</p>
<p>นาทีที่ 87 อาร์เซน่อล เปลี่ยนสำรองส่ง อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงแทนที่ แดนนี่ เวลเบ็ค</p>
<p>ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูชัย จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา ชิพบอลข้ามแนวรับ อาร์เซน่อล มาให้ เอดิน เซโก้ วิ่งเบียดกับ โลรองต์ กอสเซียลนี่<br />
ก่อนดีดบอลลอยข้ามหัว เซสนี่ ไปชนเสาก่อนที่ เซสนี่ จะตามไปเก็บเอาไว้ได้ ช่วงท้ายเกม อาร์เซน่อล เปลี่ยน มิเกล อาร์เตต้า ลงไปแทน มาติเยอ ฟลามินี่</p>
<p>ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้จบเกมการแข่งขัน อาร์เซน่อล เปิดบ้านเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 แบ่งไปคนละ 1 คะแนน</p>
<p>รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง อาร์เซน่อล : วอจเซียค เซสนี่, มาติเยอ เดอบุซซี ( คาลัม แชมเบอร์ส น.80 ), เเพร์ เมอร์เตซักเกอร์, โลรองต์ กอสเซียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, มาติเยอ ฟลามินี่ ( มิเกล อาร์เตต้า น.90 ), อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, แจ็ก วิลเชียร์, เมซุต โอซิล, แดนนี่ เวลเบ็ค ( อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.87 )</p>
<p>สำรอง : คีแรน กิบส์, ลูคัส โพโดลสกี้, ดาวิด ออสปิน่า, ซานติ กาซอร์ล่า</p>
<p>รายชื่อ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, แวงซองต์ กัมปานี, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันดินโญ ( อเล็กซานดาร์ โคลารอฟน.76 ), แฟร้งค์ แลมพาร์ด ( ซาเมียร์ นาสรี่ น.45 ), เฆซุส นาบาส, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ &#8220;กุน&#8221; อเกวโร่ ( เอดิน เซโก้ น.66 )</p>
<p>สำรอง : บาการี่ ซาญ่า, สกอตต์ ซินแคลร์, วิลลี่ กาบาเยโร่, เอเลียเควียม ม็องกาลา</p>
<p>ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/655/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปืนฮึด ตีเจ๊าท้ายเกม 2-2</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/266</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/266#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 Aug 2014 03:18:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ทอฟฟี่สีน้ำเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปืนใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เซน่อล]]></category>
		<category><![CDATA[เอฟเวอร์ตัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 เอฟเวอร์ตัน 2 &#8211; 2 อาร์เซน่อล สนาม : กูดิสัน พาร์ค ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์ การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 เจ้าบ้าน &#8220;ทอฟฟี่สีน้ำเงิน&#8221; เอฟเวอร์ตัน เปิดสนาม กูดิสัน พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซน่อล เริ่มเกมได้ 9 นาที เอฟเวอร์ตัน โชคร้ายต้องมาเสีย สตีเว่น พีนาร์ ที่มีอาการบาดเจ็บที่เข่าจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง ลีออน ออสแมน ลงสนามแทน ผ่านมาถึงนาที 19 อาร์เซน่อล ที่พยายามบุกมากกว่ากลับต้องมาพลาดเสียบประตูจนได้เมื่อ เลห์ตัน เบนส์ เปิดข้ามจากฝั่งซ้ายไปเสาไกล โดยที่ เชมัส โคลแมน วิ่งหนีการประกบของ เมซุต โอซิล ก่อนได้โขกจ่อๆ ผ่านมือ วอยเชค เซสนี่ เข้าไป เอฟเวอร์ตัน ขึ้นนำก่อน 1-0 น.29 มีใบเหลืองแรกของเกม โดยเป็นของ เบนส์ หลังเจ้าตัวพุ่งเข้าไปกระแทกใส่ มาติเยอ เดอบูชี่ แบบน่าเกลียด น.43 ใบเหลืองสองตามมาติดๆ คราวนี้เป็นทาง แพร์ แมร์แตซัคเกอร์ ที่โดนบ้างจากการเข้าไปสอย สตีเว่น เนย์สมิธ ช่วงท้ายทางฝั่ง &#8220;ทอฟฟี่&#8221; มาบวกประตูที่สองได้สำเร็จ จากการเล่นสวนกลับ โรเมลู ลูกากู ลากจากครึ่งสนามพร้อมกับหลบการสกัดของผู้เล่น &#8220;ปืนใหญ่&#8221; สองคนไปจนถึงหน้าเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะจ่ายทะลุแนวรับ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ให้ สตีเว่น เนย์สมิธ หลุดไปซัดลอดขา เซสนี่ เข้าประตูให้ทีมนำเพิ่ม 2-0 และจากนั้นก็หมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ กลับมาช่วงครึ่งหลัง อาร์เซน่อล รีบแก้เกมทันทีด้วยการถอด อเล็กซิส ซานเชส ออกไป แล้วให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงมาเล่นในแดนหน้าแทน น.54 แจ็ค วิลเชียร์ ต้องมารับใบเหลือง หลังเจตนาพุ่งไปเสียบสองเท้าใส่ แกเร็ธ แบร์รี่ จนตัวลอย น.69 &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ชวดโอกาสไล่ตามตีไข่แตก เมื่อ ชิรูด์ ได้จังหวะวอลเล่ย์ด้วยซ้ายระยะ 20 หลา แต่บอลก็พุ่งไปถูก ทิม ฮาวเวิร์ด ล้มตัวบล็อกไว้ได้ ก่อนที่สุดท้ายแนวรับเจ้าถิ่นจะเคลียร์บอลออกไปได้สำเร็จ น.74 อาร์เซน่อล จัดการเปลี่ยนสองคนรวด เอา ซานติ กาซอร์ล่า กับ โจเอล แคมป์เบลล์ ลงสนามเพื่อลุ้นประตูคืน และเป็น แจ็ค วิลเชียร์ กับ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ถูกถอดออกไป น.76 เอฟเวอร์ตัน เปลี่ยนบ้างถอด ลูกากู ออกไปพัก แล้วให้ ไอเดน แม็คเกียดี้ ลงเล่นแทน ในที่สุดความพยายามของทีมเยือนก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 83 ซานติ กาซอร์ล่า รับบอลจากเพื่อน ก่อนล็อกหลอกแล้วเปิดเรียดไปหน้าประตู และเป็น อารอน แรมซี่ย์ ที่วิ่งสอดมาชาร์จจ่อๆ หน้าประตูได้สำเร็จทั้งที่มีตัวประกบติดถึงสองคนเข้าไป &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ไล่ตาม 1-2 หลังเสียประตู &#8220;ทอฟฟี่&#8221; ตัดสินใจถอด เควิน มิราลาส ออกไป แล้วให้ คริสเตียน อัตซู ลงสนามมาเสริมเกมรุกไปอีกคน แต่แล้วนาทีที่ 90 แฟนๆ เจ้าถิ่นถึงกับเซ็งเป็นแถบ เมื่อ แรมซี่ย์ เปิดไกลจากฝั่งขวา ลูกเลยข้ามไปทางฝั่งซ้าย โดยที่ นาโช่ มอนเรอัล อาศัยความขยันวิ่งตามไปเก็บบอลที่เส้นหลัง ก่อนจะเปิดกลับไปที่หน้าประตูให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เทกตัวขึ้นโขกเน้นๆ บอลลอยเสียบเสาแรกเข้าไปชนิดที่ ทิม ฮาวเวิร์ด ได้แต่ป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น ช่วงทดเจ็บไม่ประตูเพิ่มเติม หมดเวลา เอฟเวอร์ตัน ทำได้แค่เสมอกับ อาร์เซน่อล ไป 2-2 ส่งผลให้ทีมอยู่อันดับ 10 ของตารางมีอยู่ 2 คะแนน ส่วน &#8220;ปืนใหญ่&#8221; มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางได้สำเร็จ รายชื่อผู้เล่น เอฟเวอร์ตัน (4-2-3-1) : ทิม ฮาวเวิร์ด &#8211; เชมัส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์ &#8211; เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่ &#8211; เควิน มิราลาส (คริสเตียน อัตซู น.84), สตีเว่น เนย์สมิธ, สตีเว่น พีนาร์ (ลีออน ออสแมน น.9) &#8211; โรเมลู ลูกากู (ไอเดน แม็คเกียดี้ น.76) ผู้เล่นสำรอง โจเอล โรเบิ้ล &#8211; มูฮาเหม็ด เบสิช &#8211; จอห์น สโตน &#8211; อันโตลิน อัลการาซ รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (4-1-4-1) : วอยเชค เซสนี่ &#8211; มาติเยอ เดอบูชี่, แพร์ แมร์แตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชลนี่, นาโช่ มอนเรอัล &#8211; มาติเยอ ฟลามินี่ &#8211; เมซุต โอซิล, อารอน แรมซี่ย์, แจ็ค วิลเชียร์ (ซานติ กาซอร์ล่า น.74), อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (โจเอล แคมป์เบลล์ น.74) &#8211; อเล็กซิส ซานเชส (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.46) ผู้เล่นสำรอง ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ &#8211; คาลั่ม แชมเบอร์ส &#8211; เฮคเตอร์ เบลเลริน &#8211; โทมัส โรซิคกี้ sanook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/ar1.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/ar1.jpg" alt="ar" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-267" /></a></p>
<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557</p>
<p>เอฟเวอร์ตัน 2 &#8211; 2   อาร์เซน่อล</p>
<p>สนาม : กูดิสัน พาร์ค</p>
<p>ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์</p>
<p>การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 เจ้าบ้าน &#8220;ทอฟฟี่สีน้ำเงิน&#8221; เอฟเวอร์ตัน เปิดสนาม กูดิสัน พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซน่อล</p>
<p>เริ่มเกมได้ 9 นาที เอฟเวอร์ตัน โชคร้ายต้องมาเสีย สตีเว่น พีนาร์ ที่มีอาการบาดเจ็บที่เข่าจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง ลีออน ออสแมน ลงสนามแทน</p>
<p>ผ่านมาถึงนาที 19 อาร์เซน่อล ที่พยายามบุกมากกว่ากลับต้องมาพลาดเสียบประตูจนได้เมื่อ เลห์ตัน เบนส์ เปิดข้ามจากฝั่งซ้ายไปเสาไกล โดยที่ เชมัส โคลแมน วิ่งหนีการประกบของ เมซุต โอซิล ก่อนได้โขกจ่อๆ ผ่านมือ วอยเชค เซสนี่ เข้าไป เอฟเวอร์ตัน ขึ้นนำก่อน 1-0</p>
<p>น.29 มีใบเหลืองแรกของเกม โดยเป็นของ เบนส์ หลังเจ้าตัวพุ่งเข้าไปกระแทกใส่ มาติเยอ เดอบูชี่ แบบน่าเกลียด</p>
<p>น.43 ใบเหลืองสองตามมาติดๆ คราวนี้เป็นทาง แพร์ แมร์แตซัคเกอร์ ที่โดนบ้างจากการเข้าไปสอย สตีเว่น เนย์สมิธ</p>
<p>ช่วงท้ายทางฝั่ง &#8220;ทอฟฟี่&#8221; มาบวกประตูที่สองได้สำเร็จ จากการเล่นสวนกลับ โรเมลู ลูกากู ลากจากครึ่งสนามพร้อมกับหลบการสกัดของผู้เล่น &#8220;ปืนใหญ่&#8221; สองคนไปจนถึงหน้าเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะจ่ายทะลุแนวรับ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ให้ สตีเว่น เนย์สมิธ หลุดไปซัดลอดขา เซสนี่ เข้าประตูให้ทีมนำเพิ่ม 2-0 และจากนั้นก็หมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้</p>
<p>กลับมาช่วงครึ่งหลัง อาร์เซน่อล รีบแก้เกมทันทีด้วยการถอด อเล็กซิส ซานเชส ออกไป แล้วให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงมาเล่นในแดนหน้าแทน</p>
<p>น.54 แจ็ค วิลเชียร์ ต้องมารับใบเหลือง หลังเจตนาพุ่งไปเสียบสองเท้าใส่ แกเร็ธ แบร์รี่ จนตัวลอย</p>
<p>น.69 &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ชวดโอกาสไล่ตามตีไข่แตก เมื่อ ชิรูด์ ได้จังหวะวอลเล่ย์ด้วยซ้ายระยะ 20 หลา แต่บอลก็พุ่งไปถูก ทิม ฮาวเวิร์ด ล้มตัวบล็อกไว้ได้ ก่อนที่สุดท้ายแนวรับเจ้าถิ่นจะเคลียร์บอลออกไปได้สำเร็จ</p>
<p>น.74 อาร์เซน่อล จัดการเปลี่ยนสองคนรวด เอา ซานติ กาซอร์ล่า กับ โจเอล แคมป์เบลล์ ลงสนามเพื่อลุ้นประตูคืน และเป็น แจ็ค วิลเชียร์ กับ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ถูกถอดออกไป</p>
<p>น.76 เอฟเวอร์ตัน เปลี่ยนบ้างถอด ลูกากู ออกไปพัก แล้วให้ ไอเดน แม็คเกียดี้ ลงเล่นแทน</p>
<p>ในที่สุดความพยายามของทีมเยือนก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 83 ซานติ กาซอร์ล่า รับบอลจากเพื่อน ก่อนล็อกหลอกแล้วเปิดเรียดไปหน้าประตู และเป็น อารอน แรมซี่ย์ ที่วิ่งสอดมาชาร์จจ่อๆ หน้าประตูได้สำเร็จทั้งที่มีตัวประกบติดถึงสองคนเข้าไป &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ไล่ตาม 1-2</p>
<p>หลังเสียประตู &#8220;ทอฟฟี่&#8221; ตัดสินใจถอด เควิน มิราลาส ออกไป แล้วให้ คริสเตียน อัตซู ลงสนามมาเสริมเกมรุกไปอีกคน</p>
<p>แต่แล้วนาทีที่ 90 แฟนๆ เจ้าถิ่นถึงกับเซ็งเป็นแถบ เมื่อ แรมซี่ย์ เปิดไกลจากฝั่งขวา ลูกเลยข้ามไปทางฝั่งซ้าย โดยที่ นาโช่ มอนเรอัล อาศัยความขยันวิ่งตามไปเก็บบอลที่เส้นหลัง ก่อนจะเปิดกลับไปที่หน้าประตูให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เทกตัวขึ้นโขกเน้นๆ บอลลอยเสียบเสาแรกเข้าไปชนิดที่ ทิม ฮาวเวิร์ด ได้แต่ป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น</p>
<p>ช่วงทดเจ็บไม่ประตูเพิ่มเติม หมดเวลา เอฟเวอร์ตัน ทำได้แค่เสมอกับ อาร์เซน่อล ไป 2-2 ส่งผลให้ทีมอยู่อันดับ 10 ของตารางมีอยู่ 2 คะแนน ส่วน &#8220;ปืนใหญ่&#8221; มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางได้สำเร็จ</p>
<p>รายชื่อผู้เล่น เอฟเวอร์ตัน (4-2-3-1) :<br />
ทิม ฮาวเวิร์ด &#8211; เชมัส โคลแมน, ฟิล จากีลก้า, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์ &#8211; เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แกเร็ธ แบร์รี่ &#8211; เควิน มิราลาส (คริสเตียน อัตซู น.84), สตีเว่น เนย์สมิธ, สตีเว่น พีนาร์ (ลีออน ออสแมน น.9) &#8211; โรเมลู ลูกากู (ไอเดน แม็คเกียดี้ น.76)<br />
ผู้เล่นสำรอง<br />
โจเอล โรเบิ้ล &#8211; มูฮาเหม็ด เบสิช &#8211; จอห์น สโตน &#8211; อันโตลิน อัลการาซ</p>
<p>รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (4-1-4-1) :<br />
วอยเชค เซสนี่ &#8211; มาติเยอ เดอบูชี่, แพร์ แมร์แตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชลนี่, นาโช่ มอนเรอัล &#8211; มาติเยอ ฟลามินี่ &#8211; เมซุต โอซิล, อารอน แรมซี่ย์, แจ็ค วิลเชียร์ (ซานติ กาซอร์ล่า น.74), อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (โจเอล แคมป์เบลล์ น.74) &#8211; อเล็กซิส ซานเชส (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.46)<br />
ผู้เล่นสำรอง<br />
ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ &#8211; คาลั่ม แชมเบอร์ส &#8211; เฮคเตอร์ เบลเลริน &#8211; โทมัส โรซิคกี้</p>
<p>sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/266/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผีแดงทุ่มงบ หวังกระชากดิมาเรีย ให้ได้</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/95</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/95#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2014 07:11:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ดิ มาเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[ดิมาเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[ผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[อังเคล ดิ มาเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[เดลี่เมล]]></category>
		<category><![CDATA[เรอัล มาดริด]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เมล&#8221; ลือกระหน่ำ &#8220;ผีแดง&#8221; ตั้งงบ 5.5 พันล้านบ.ทำทุกวิถีทางหวังกระชาก &#8220;ดิ มาเรีย&#8221; เสริมทัพให้ได้ เชื่อค่าตัวอย่างเดียว 2.75 พันล้านบ.ที่เหลือเป็นค่าจ้าง 11 ล้านบ./สัปดาห์ ตลอดระยะสัญญายาว 5 ปี เดลี่เมล สื่อชื่อดังรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมจะจ่ายเงินสูงถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 5.5 พันล้านบาท) เพื่อหวังดึงตัว อังเคล ดิ มาเรีย ปีก เรอัล มาดริด โคตรทีมใน ลา ลีกา สเปน มาเสริมทัพให้ได้ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; แจ้งกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอคนดังให้ทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าตัวดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่ามาร่วมทีมให้ได้ พวกเขาจึงเดินหน้าทาบทาม ดิ มาเรีย อย่างหนักด้วยสัญญายาว 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึงสัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์ (ราว 11 ล้านบาท) โดยเมื่อรวมกับค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 2.75 พันล้านบาท) ก็ทำให้ต้องใช้เงินในการซื้อตัวซูเปอร์สตาร์รายนี้ถึง 100 ล้านปอนด์ ยังเป็นที่เชื่อด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมจะเพิ่มข้อเสนอทุกอย่างเพื่อเกทับคู่แข่งอื่นๆ ที่หวังจะคว้าตัว ดิ มาเรีย ไปร่วมทีมเหมือนกัน หลังรู้ดีว่าการพลาดโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ต้องล่อใจนักเตะระดับโลกด้วยเรื่องเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/manu.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/manu.jpg" alt="manu" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-96" /></a></p>
<p>&#8220;เมล&#8221; ลือกระหน่ำ &#8220;ผีแดง&#8221; ตั้งงบ 5.5 พันล้านบ.ทำทุกวิถีทางหวังกระชาก &#8220;ดิ มาเรีย&#8221; เสริมทัพให้ได้ เชื่อค่าตัวอย่างเดียว 2.75 พันล้านบ.ที่เหลือเป็นค่าจ้าง 11 ล้านบ./สัปดาห์ ตลอดระยะสัญญายาว 5 ปี</p>
<p>เดลี่เมล สื่อชื่อดังรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมจะจ่ายเงินสูงถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 5.5 พันล้านบาท) เพื่อหวังดึงตัว อังเคล ดิ มาเรีย ปีก เรอัล มาดริด โคตรทีมใน ลา ลีกา สเปน มาเสริมทัพให้ได้</p>
<p>หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; แจ้งกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอคนดังให้ทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าตัวดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่ามาร่วมทีมให้ได้ พวกเขาจึงเดินหน้าทาบทาม ดิ มาเรีย อย่างหนักด้วยสัญญายาว 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึงสัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์ (ราว 11 ล้านบาท) โดยเมื่อรวมกับค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 2.75 พันล้านบาท) ก็ทำให้ต้องใช้เงินในการซื้อตัวซูเปอร์สตาร์รายนี้ถึง 100 ล้านปอนด์</p>
<p>ยังเป็นที่เชื่อด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมจะเพิ่มข้อเสนอทุกอย่างเพื่อเกทับคู่แข่งอื่นๆ ที่หวังจะคว้าตัว ดิ มาเรีย ไปร่วมทีมเหมือนกัน หลังรู้ดีว่าการพลาดโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ต้องล่อใจนักเตะระดับโลกด้วยเรื่องเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/95/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปืนเฮท้ายเกม แรมซี่ย์เชือดพาเลซหวิว 2-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/87</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/87#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2014 08:54:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[คริสตัล พาเลซ]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เซน่อล]]></category>
		<category><![CDATA[แรมซี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[โจนาธาน มอสส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=87</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2557 อาร์เซน่อล 2-1 คริสตัล พาเลซ สนาม : เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์ การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เป็นเจอกันระหว่าง &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซน่อล ลงสนามเกมนัดแรกของฤดูกาลพบ &#8220;ปราสาทเรือนแก้ว&#8221; คริสตัล พาเลซ เกมในช่วง 15 นาที แรก เป็นทางฝั่ง อาร์เซน่อล ที่มีโอกาสบุกใส่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เปลี่ยนให้เป็นประตูได้ ส่วน คริสตัล พาเลซ ก็มีลุ้นบ้างแต่ก็ทำไม่ได้เช่นกัน ผ่านมาถึงนาทีที่ 29 เจ้าถิ่นมีโอกาสจะๆ หนแรก จากการบุกทางฝั่งขวา อเล็กซิส ซานเชส ไหลมาให้ แจ็ค วิลเชียร์ รับบอลหน้าเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยซ้าย 25 หลา แบบเน้นๆ แต่ก็ยังไปถูก จูเลี่ยน สเปโรนี่ ปัดออกหลังไปได้อย่างรวดเร็ว น.34 แฟนๆ ใน เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ต้องเซ็งกันเป็นแถบ เมื่อ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ต้องมาเสียประตูไปก่อนจากลูกเตะมุม เจสัน พันเชี่ยน โยนเข้าไปให้ เบรเด้ ฮัลเกลันด์ ที่วิ่งมารอตรงจุดนัดพบ ก่อนจะโถมขึ้นโขกได้ก่อน โลร็องต์ กอสเชลนี่ ที่ตามมาป้องกัน บอลลอยเข้าเสาสองเสียบตาข่ายเข้าไป &#8220;พาเลซ&#8221; ขึ้นนำ 1-0 น.44 ใบเหลืองแรกของเกมเกิดขึ้น เมื่อ คาลั่ม แชมเบอร์ส ไปดึงใส่ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ที่เตรียมจะเล่นลูกสวนกลับแบบน่าเกลียด ช่วงทดเจ็บ อาร์เซน่อล มาได้ประตูคืนสำเร็จจากลูกฟรีคิก อเล็กซิส โยนเข้าไปที่หน้าประตู และเป็น โลร็องต์ กอสเชลนี่ ที่หนีการประกบของคู่แข่ง ก่อนจะโฉบมาโขกบอลตัดหน้า เบรเด้ ฮัลเกลันด์ เข้าไปช่วยให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1 และจากนั้นก็หมดครึ่งแรกทันที กลับมาช่วงครึ่งหลังได้ 4 นาที เจสัน พันเชี่ยน มาโดนเหลืองบ้าง หลังทำฟาวล์ใส่ผู้เล่น &#8220;ปืนใหญ่&#8221; น.53 &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ต้องเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก หลัง คีแรน กิ๊บสส์ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง นาโช่ มอนเรอัล ลงมาประจำการตรงแบ็กซ้ายแทน น.60 ซานติ กาซอร์ล่า มารับใบเหลืองไปอีกคน ฐานไปเสียบใส่ โจ เลดลี่ย์ ที่กำลังเลี้ยงบอลหนี น.62 อาร์เซน่อล ไม่อยู่เฉยส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงสนามมาเพิ่มเป็นคนที่สอง โดยถอดเอา ยาย่า ซาโนโก้ ที่แทบไม่ได้ช่วยทีมมากเท่าที่ควรออกไป อีก 6 นาทีต่อมา ทีมตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาเล่นแทน แจ็ค วิลเชียร์ ผ่านมาถึงนาทีที่ 71 เจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้น เมื่อ &#8220;อเล็กซิส&#8221; ไหลให้ อารอน แรมซี่ย์ ได้ลองซัดนอกกรอบ แต่บอลก็ยังไปถูก จูเลี่ยน สเปโรนี่ เซฟไว้ได้อีกครั้ง น.74 ทีมเยือนต้องส่ง ดาเมี่ยน เดลานี่ ลงสนามมาช่วยคุมเกมรับ หลัง สก็อต แดนน์ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไปไม่ไหว น.77 มาร์ติน เคลลี่ รับเหลืองเช่นกัน หลังไปสไลด์ใส่ อเล็กซิส ซานเชส ที่ยกบอลหนีไปได้แล้วจนล้มลง น.85 &#8220;พาเลซ&#8221; ส่ง ดไวท์ เกย์ล ลงสนามมาเพิ่มเป็นคนที่สอง โดยเปลี่ยนเอา เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ออกไป มาถึงนาทีที่ 89 &#8220;พาเลซ&#8221; ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เจสัน พันเชี่ยน ที่โดนเหลืองก่อนแล้ว ไปสไลด์ใส่ นาโช่ มอนเรอัล แบบน่าเกลียด ผู้ตัดสินไม่รอช้าชักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที หลังมีผู้เล่นน้อยกว่าทีมเยือนก็ส่ง สจ๊วต โอเคเฟ่ ลงสนามมาแทน ยานนิค โบลาสซี่ แต่ช่วงทดเจ็บท้ายเกม แฟนๆ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ก็ได้เฮกันสุดเสียง จากจังหวะบอลโด่งไปมาในเขตโทษ ก่อนที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โหม่งตั้งมาให้ มาติเยอ เดอบูชี่ วอลเล่ย์จ่อๆ ด้วยขวาเต็มข้อไปถูก จูเลี่ยน สเปโรนี่ เซฟไว้ได้ ก่อนที่ลูกจะกระดอนไปเข้าทาง อารอน แรมซี่ย์ ที่ยืนอยู่โล่งชาร์จจ่อๆ เข้าไปแบบง่ายๆ ให้ทีมกลับมานำ 2-1 จากนั้นทีมเยือนพยายามบุกเพื่อหวังตีเสมอให้ได้แต่ไม่สำเร็จ หมดเวลา อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-1 ส่งผลให้ทีมขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตารางได้สำเร็จ โดยมี 3 คะแนน เท่ากับ สอวนซี ที่เอาชนะไปได้ก่อนหน้านี้ รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : วอยเชค เซสนี่ &#8211; มาติเยอ เดอบูชี่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, โลร็องต์ กอสเชลนี่, คีแรน กิ๊บสส์ (นาโช่ มอนเรอัล น.53) &#8211; แจ็ค วิลเชียร์ (อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.69), มิเกล อาร์เตต้า &#8211; อเล็กซิส ซานเชส, อารอน แรมซี่ย์, ซานติ กาซอร์ล่า &#8211; ยาย่า ซาโนโก้ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.62) ผู้เล่นสำรอง ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ &#8211; โทมัส โรซิคกี้ &#8211; โจเอล แคมป์เบลล์ &#8211; ฟรองซิส โกโกแล็ง รายชื่อผู้เล่น คริสตัล พาเลซ (4-4-1-1) : จูเลี่ยน สเปโรนี่ &#8211; มาร์ติน เคลลี่, สก็อต แดนน์ (ดาเมี่ยน เดลานี่ น.74), เบรเด้ ฮัลเกลันด์, โจเอล วอร์ด &#8211; เจสัน พันเชี่ยน, ไมล์ เยดินัค, โจ เลดลี่ย์, ยานนิค โบลาสซี่ (สจ๊วต โอเคเฟ่ น.90) &#8211; มารูยาน ชามัคส์ &#8211; เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ (ดไวท์ เกย์ล น.85) ผู้เล่นสำรอง เวย์น เฮเนสซี่ &#8211; พาทริก แม็คคาร์ธี่ &#8211; แบร์รี่ แบนแนน &#8211; เกล็น เมอร์เรย์ ประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาร์เซน่อล 2-1 คริสตัล พาเลซ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/ar.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/ar.jpg" alt="ar" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-88" /></a></p>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2557 </p>
<p>อาร์เซน่อล 2-1 คริสตัล พาเลซ</p>
<p>สนาม : เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม</p>
<p>ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์</p>
<p>การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เป็นเจอกันระหว่าง &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซน่อล ลงสนามเกมนัดแรกของฤดูกาลพบ &#8220;ปราสาทเรือนแก้ว&#8221; คริสตัล พาเลซ</p>
<p>เกมในช่วง 15 นาที แรก เป็นทางฝั่ง อาร์เซน่อล ที่มีโอกาสบุกใส่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เปลี่ยนให้เป็นประตูได้ ส่วน คริสตัล พาเลซ ก็มีลุ้นบ้างแต่ก็ทำไม่ได้เช่นกัน</p>
<p>ผ่านมาถึงนาทีที่ 29 เจ้าถิ่นมีโอกาสจะๆ หนแรก จากการบุกทางฝั่งขวา อเล็กซิส ซานเชส ไหลมาให้ แจ็ค วิลเชียร์ รับบอลหน้าเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยซ้าย 25 หลา แบบเน้นๆ แต่ก็ยังไปถูก จูเลี่ยน สเปโรนี่ ปัดออกหลังไปได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>น.34 แฟนๆ ใน เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ต้องเซ็งกันเป็นแถบ เมื่อ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ต้องมาเสียประตูไปก่อนจากลูกเตะมุม เจสัน พันเชี่ยน โยนเข้าไปให้ เบรเด้ ฮัลเกลันด์ ที่วิ่งมารอตรงจุดนัดพบ ก่อนจะโถมขึ้นโขกได้ก่อน โลร็องต์ กอสเชลนี่ ที่ตามมาป้องกัน บอลลอยเข้าเสาสองเสียบตาข่ายเข้าไป &#8220;พาเลซ&#8221; ขึ้นนำ 1-0</p>
<p>น.44 ใบเหลืองแรกของเกมเกิดขึ้น เมื่อ คาลั่ม แชมเบอร์ส ไปดึงใส่ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ที่เตรียมจะเล่นลูกสวนกลับแบบน่าเกลียด</p>
<p>ช่วงทดเจ็บ อาร์เซน่อล มาได้ประตูคืนสำเร็จจากลูกฟรีคิก อเล็กซิส โยนเข้าไปที่หน้าประตู และเป็น โลร็องต์ กอสเชลนี่ ที่หนีการประกบของคู่แข่ง ก่อนจะโฉบมาโขกบอลตัดหน้า เบรเด้ ฮัลเกลันด์ เข้าไปช่วยให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1 และจากนั้นก็หมดครึ่งแรกทันที</p>
<p>กลับมาช่วงครึ่งหลังได้ 4 นาที เจสัน พันเชี่ยน มาโดนเหลืองบ้าง หลังทำฟาวล์ใส่ผู้เล่น &#8220;ปืนใหญ่&#8221;</p>
<p>น.53 &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ต้องเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก หลัง คีแรน กิ๊บสส์ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง นาโช่ มอนเรอัล ลงมาประจำการตรงแบ็กซ้ายแทน</p>
<p>น.60 ซานติ กาซอร์ล่า มารับใบเหลืองไปอีกคน ฐานไปเสียบใส่ โจ เลดลี่ย์ ที่กำลังเลี้ยงบอลหนี</p>
<p>น.62 อาร์เซน่อล ไม่อยู่เฉยส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงสนามมาเพิ่มเป็นคนที่สอง โดยถอดเอา ยาย่า ซาโนโก้ ที่แทบไม่ได้ช่วยทีมมากเท่าที่ควรออกไป อีก 6 นาทีต่อมา ทีมตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาเล่นแทน แจ็ค วิลเชียร์</p>
<p>ผ่านมาถึงนาทีที่ 71 เจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้น เมื่อ &#8220;อเล็กซิส&#8221; ไหลให้ อารอน แรมซี่ย์ ได้ลองซัดนอกกรอบ แต่บอลก็ยังไปถูก จูเลี่ยน สเปโรนี่ เซฟไว้ได้อีกครั้ง</p>
<p>น.74 ทีมเยือนต้องส่ง ดาเมี่ยน เดลานี่ ลงสนามมาช่วยคุมเกมรับ หลัง สก็อต แดนน์ โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไปไม่ไหว</p>
<p>น.77 มาร์ติน เคลลี่ รับเหลืองเช่นกัน หลังไปสไลด์ใส่ อเล็กซิส ซานเชส ที่ยกบอลหนีไปได้แล้วจนล้มลง</p>
<p>น.85 &#8220;พาเลซ&#8221; ส่ง ดไวท์ เกย์ล ลงสนามมาเพิ่มเป็นคนที่สอง โดยเปลี่ยนเอา เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ออกไป</p>
<p>มาถึงนาทีที่ 89 &#8220;พาเลซ&#8221; ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เจสัน พันเชี่ยน ที่โดนเหลืองก่อนแล้ว ไปสไลด์ใส่ นาโช่ มอนเรอัล แบบน่าเกลียด ผู้ตัดสินไม่รอช้าชักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที</p>
<p>หลังมีผู้เล่นน้อยกว่าทีมเยือนก็ส่ง สจ๊วต โอเคเฟ่ ลงสนามมาแทน ยานนิค โบลาสซี่</p>
<p>แต่ช่วงทดเจ็บท้ายเกม แฟนๆ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; ก็ได้เฮกันสุดเสียง จากจังหวะบอลโด่งไปมาในเขตโทษ ก่อนที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โหม่งตั้งมาให้ มาติเยอ เดอบูชี่ วอลเล่ย์จ่อๆ ด้วยขวาเต็มข้อไปถูก จูเลี่ยน สเปโรนี่ เซฟไว้ได้ ก่อนที่ลูกจะกระดอนไปเข้าทาง อารอน แรมซี่ย์ ที่ยืนอยู่โล่งชาร์จจ่อๆ เข้าไปแบบง่ายๆ ให้ทีมกลับมานำ 2-1</p>
<p>จากนั้นทีมเยือนพยายามบุกเพื่อหวังตีเสมอให้ได้แต่ไม่สำเร็จ หมดเวลา อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-1 ส่งผลให้ทีมขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตารางได้สำเร็จ โดยมี 3 คะแนน เท่ากับ สอวนซี ที่เอาชนะไปได้ก่อนหน้านี้</p>
<p>รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (4-2-3-1) :<br />
วอยเชค เซสนี่ &#8211; มาติเยอ เดอบูชี่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, โลร็องต์ กอสเชลนี่, คีแรน กิ๊บสส์ (นาโช่ มอนเรอัล น.53) &#8211; แจ็ค วิลเชียร์ (อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.69), มิเกล อาร์เตต้า &#8211; อเล็กซิส ซานเชส, อารอน แรมซี่ย์, ซานติ กาซอร์ล่า &#8211; ยาย่า ซาโนโก้ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.62)</p>
<p>ผู้เล่นสำรอง<br />
ดาเมี่ยน มาร์ติเนซ &#8211; โทมัส โรซิคกี้ &#8211; โจเอล แคมป์เบลล์ &#8211; ฟรองซิส โกโกแล็ง</p>
<p>รายชื่อผู้เล่น คริสตัล พาเลซ (4-4-1-1) :<br />
จูเลี่ยน สเปโรนี่ &#8211; มาร์ติน เคลลี่, สก็อต แดนน์ (ดาเมี่ยน เดลานี่ น.74), เบรเด้ ฮัลเกลันด์, โจเอล วอร์ด &#8211; เจสัน พันเชี่ยน, ไมล์ เยดินัค, โจ เลดลี่ย์, ยานนิค โบลาสซี่ (สจ๊วต โอเคเฟ่ น.90) &#8211; มารูยาน ชามัคส์ &#8211; เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ (ดไวท์ เกย์ล น.85)</p>
<p>ผู้เล่นสำรอง<br />
เวย์น เฮเนสซี่ &#8211; พาทริก แม็คคาร์ธี่ &#8211; แบร์รี่ แบนแนน &#8211; เกล็น เมอร์เรย์<br />
ประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาร์เซน่อล 2-1 คริสตัล พาเลซ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/87/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ได้ทีขี่แพะไล่! เอ็นริเก้ อัพทวีตเตอร์ เย้ยผลการแข่งขัน ผีแดง คู่แค้น</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/58</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/58#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2014 07:11:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[สวอนซี]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>
		<category><![CDATA[โฆเซ่ เอ็นริเก้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[คู่รักคู่แค้นแบบ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมออกตัวด้วยความพ่ายแพ้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อพ่ายให้กับ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ 1-2 มีหรือ กองแช่งจะยอมอยู่เฉยๆ ว่าแล้ว โฆเซ่ เอ็นริเก้ แบ็คซ้ายชาวสเปนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ขอเจิมด้วยการ โพสทวีตเตอร์ รูปรายละเอียดผลการแข่งขัน นัดดังกล่าว พร้อมกับ ข้อความว่า “ข่าวดีข่าวแรกของฤดูกาล” งานนี้แฟนๆที่ ตามฟอลโล่วอยู่ต่างเข้ามาตามน้ำกันอย่างสนุกสนาน แต่งานนี้ต้องระวัง เพราะ ลิเวอร์พูล มีคิวจะลงเล่นนัดเปิดสนามกับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ ถ้าแพ้มาระวังโดนล้อกลับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/enrig.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/enrig.jpg" alt="ข่าวกีฬา" width="594" height="567" class="alignnone size-full wp-image-306" /></a></p>
<p>คู่รักคู่แค้นแบบ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมออกตัวด้วยความพ่ายแพ้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อพ่ายให้กับ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ 1-2 มีหรือ กองแช่งจะยอมอยู่เฉยๆ ว่าแล้ว โฆเซ่ เอ็นริเก้ แบ็คซ้ายชาวสเปนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ขอเจิมด้วยการ โพสทวีตเตอร์ รูปรายละเอียดผลการแข่งขัน นัดดังกล่าว พร้อมกับ ข้อความว่า “ข่าวดีข่าวแรกของฤดูกาล” งานนี้แฟนๆที่ ตามฟอลโล่วอยู่ต่างเข้ามาตามน้ำกันอย่างสนุกสนาน</p>
<p>แต่งานนี้ต้องระวัง เพราะ ลิเวอร์พูล มีคิวจะลงเล่นนัดเปิดสนามกับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ ถ้าแพ้มาระวังโดนล้อกลับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/58/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.431 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-25 23:52:48 -->
