<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/3935</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/3935#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2016 16:05:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=3935</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2015-16 (นัดที่ 22) วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559 ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2 เวลาเตะ : 21.05 น. เริ่มเกมมานาที 10 ลิเวอร์พูล มีลุ้นจากลูกโหม่งของ อดัม ลัลลาน่า ไปติด ดาบิด เด เคอา ก่อนมีโอกาสอีกทีจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่องไกลหลุดกรอบไปนิดเดียว ถัดมา 2 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วางบอลยาวให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะยิงแรงข้ามคานไปเสีย นาที 30 แมนฯยู มีลุ้นบ้างจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ยิงไกล แต่บอลก็ไม่ตรงประตู จากนั้นโอกาสเป็นของ &#8220;หงส์แดง&#8221; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กึ่งยิงกึ่งผ่านจากด้านขวาไปหน้าประตูก่อนเลยเสาไกลออกหลัง หมด 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0 กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปแฉลบขา ดาบิด เด เคอา ผ่านหน้าประตูจนออกหลังไป นาที 55 โอกาสลุ้นใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือนจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล กดในเขตโทษด้านซ้ายเลยหน้าปากประตูออกหลัง นาที 65 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดบอลออกไปได้ นาที 71 เจ้าบ้านมีลุ้นต่อ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่ไปโดนใต้บอลเสียทำให้ลอยโด่งข้ามคานไปไกล นาที 78 กลายเป็น แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โหม่งบอลไปชนคานเด้งเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อตุงตาข่าย 1-0 ช่วงท้ายเกม &#8220;หงส์แดง&#8221; เปิดเกมแลกต้องการประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถยิงผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ &#8220;ผีแดง&#8221; ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู : ซิมง มิโยเล่ต์ กองหลัง : นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอมเร่ ชาน กองหน้า : อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เจมส์ มิลเนอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด : ระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน กองกลาง : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี่ – เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3936" style="width: 590px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/01/man-liver.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/01/man-liver.jpg" alt="ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5" width="580" height="389" class="size-full wp-image-3936" /></a><p class="wp-caption-text">ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5</p></div>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2015-16 (นัดที่ 22)<br />
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559<br />
ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</p>
<p>สนาม : แอนฟิลด์<br />
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก<br />
ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2<br />
เวลาเตะ : 21.05 น.</p>
<p>เริ่มเกมมานาที 10 ลิเวอร์พูล มีลุ้นจากลูกโหม่งของ อดัม ลัลลาน่า ไปติด ดาบิด เด เคอา ก่อนมีโอกาสอีกทีจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่องไกลหลุดกรอบไปนิดเดียว</p>
<p>ถัดมา 2 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วางบอลยาวให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะยิงแรงข้ามคานไปเสีย</p>
<p>นาที 30 แมนฯยู มีลุ้นบ้างจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ยิงไกล แต่บอลก็ไม่ตรงประตู</p>
<p>จากนั้นโอกาสเป็นของ &#8220;หงส์แดง&#8221; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กึ่งยิงกึ่งผ่านจากด้านขวาไปหน้าประตูก่อนเลยเสาไกลออกหลัง</p>
<p>หมด 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0</p>
<p>กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปแฉลบขา ดาบิด เด เคอา ผ่านหน้าประตูจนออกหลังไป</p>
<p>นาที 55 โอกาสลุ้นใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือนจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล กดในเขตโทษด้านซ้ายเลยหน้าปากประตูออกหลัง</p>
<p>นาที 65 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดบอลออกไปได้</p>
<p>นาที 71 เจ้าบ้านมีลุ้นต่อ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่ไปโดนใต้บอลเสียทำให้ลอยโด่งข้ามคานไปไกล</p>
<p>นาที 78 กลายเป็น แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โหม่งบอลไปชนคานเด้งเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อตุงตาข่าย 1-0</p>
<p>ช่วงท้ายเกม &#8220;หงส์แดง&#8221; เปิดเกมแลกต้องการประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถยิงผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ &#8220;ผีแดง&#8221; ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว</p>
<p>รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม<br />
ลิเวอร์พูล : ระบบ 4-3-3<br />
ผู้รักษาประตู : ซิมง มิโยเล่ต์<br />
กองหลัง : นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่<br />
กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอมเร่ ชาน<br />
กองหน้า : อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เจมส์ มิลเนอร์</p>
<p>แมนฯ ยูไนเต็ด : ระบบ 4-2-3-1<br />
ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา<br />
กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน<br />
กองกลาง : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี่ – เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล<br />
กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/3935/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผี มีชัย เก็บสามแต้มจาก หงษ์</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2584</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2584#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2015 02:23:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[วันแดงเดือด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2584</guid>
		<description><![CDATA[สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาที เหมือนสิ้นใจเหล่าสาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;&#8230;กับความพ่ายแพ้อันแสนเจ็บปวดที่ถูก &#8220;ปีศาจแดง&#8221; บุกมาย้ำแค้นได้อีกครั้ง!! จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอยกับ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; โดยเฉพาะแฟนคลับ&#8221;หงส์&#8221;ที่อยากเห็นการชำระแค้นคืน..แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นซิครับ! แต่กลับต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เมื่อถูก แมนฯ ยูฯ บุกมาเชือด 2-1 ถึงถิ่น งานนี้เลยเชื่อว่า&#8230;สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;(ทั่วโลก) อาจจะต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว..(เพราะเพื่อนแมรงงงง..ล้อไม่เลิก) ซึ่งสถิติก่อนเกมของเจ้าถิ่น &#8220;หงส์แดง&#8221; ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะนับตั้งแต่พ่ายศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้ทีมใดมา 13 นัดแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด แถม 5 นัด ล่าสุดในลีกก็ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งได้ทั้งหมด ด้วยระบบการเล่นที่ลงตัวทั้งเกมรุกและรับบวกกับความมั่นใจของนักเตะ (พลังหนุ่ม) ที่มีมากขึ้น ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างที่เห็น (และนั้นอาจหมายถึงโอกาศในการลงสนามของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด) และจากที่สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221; เคยส่ายหน้ากลับมา &#8220;เชื่อถือและศรัทธา&#8221; นายใหญ่ชาวไอริชอีกครั้ง ส่วนทางด้านทีมเยือน ยูไนเต็ด ดูน่าเป็นห่วงมากกว่ากับฟอร์มชวนหลอน แถมตอนนี้ยังหา 11 ตัวจริงไม่ได้เลย (จะจบฤดูกาลอยู่ละ) แต่ล่าสุดกับเกมที่เปิดบ้านชนะสเปอร์ส 3-0 นั้นถือว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในซีซันนี้ก็คงไม่ผิด..เพราะทุกคนก็คิดอย่างนั้น (แต่เอาเหอะภาพรวมก็ยังดูดีขึ้นมาเหมือนกัน) ดูจากองค์ประกอบแล้วคงไม่มีใครย่อมใครแน่ &#8220;ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ&#8221; บวกกับการเดิมพันด้วยตั๋วแชมป์เปี้ยนลีกปีหน้า เลยเชื่อว่าจะเป็นเกมที่ร้อนระอุแบบสุดๆ ที่ทั้งสองทีมจะต้องพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยประตูออกนำ 1-0 ของ แมนฯ ยูฯ ได้มาในนาทีที่ 14 จากการจ่ายบอลทะลุช่องของ อันเดร์ เอร์เรร่า ให้ ฆวน มาต้า หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปนั้น เกิดจากแนวรับลิเวอร์พูลประกบตัวห่างเกินไป เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรกพลพรรค &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ทำได้ดีจากการครองบอลที่มากกว่าบวกกับการส่งบอลที่แม่นยำอย่างเห็นได้ชัด แต่ น.34 เจ้าถิ่นกับเสียโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดายไม่น้อย จากลูกวิ่งมาแปเน้นๆ ของ อดัม ลัลลาน่า หลุดกรอบออกไปแบบน่าเขกกระโหลก สรุปครึ่งแรกแมนฯยูฯ เล่นดีกว่าแถมสกอร์ก็นำอยู่ 1-0 ครึ่งหลังถือเป็นงานหนักของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ว่าได้ เลยส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแทนลัลลาน่า หวังแก้อาการปวดหัว แต่กลับต้องกินยาลดความดันเพิ่มอีก เมื่อมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ต่อหน้าต่อตา มาร์ติน แอ็ตกินสัน ทั้งที่เพิ่งเหยียบสนามได้เพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น เล่นทำเอาแฟนหงส์ช็อกไปชั่วขณะกับเหตุการณ์นี้ สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมาเสียประตูที่สอง จากลูกยิงสุดสวยของ ฆวน มาต้า ที่สามารถส่งประกวดได้เลย จากจังหวะกระโดดลอยตัววอลเลย์ในเขตโทษ น.59 แต่ไม่น่าเชื่อหลังจาก &#8220;เดอะค็อป&#8221; เหลือ 10 คนกลับเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตา และมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทงทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไป นาทีที่ 69 หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เล่นเป็นทรงมากขึ้นและโหมบุกใส่ &#8220;ขุนพลผีแดง&#8221; แบบได้น้ำได้เนื้อเหมือนกัน แต่เจ้าถิ่นก็มาพลาดช่วงทดเจ็บอีกจนได้เมื่อมาเสียจุดโทษ แต่โชคยังดีที่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงไม่เข้า จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 2-1 หยุดสถิติของลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครในลีก 13 นัดติดอย่างเจ็บแสบ &#8220;สรุปเกมนี้ที่ผมเห็นในครึ่งแรกลูกทีมของ ฟาน กัล เล่นแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดช่องกว้างในการส่งบอลที่แม่นยำและเล่นด้วยความมั่นใจกว่าเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลน้อยแถมเสียบอลกันง่ายเกินไป&#8221; &#8220;ส่วนครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เล่นแบบชะล่าใจ หลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เลยไม่ค่อยเข้าไปไล่กดดันปล่อยให้ลูกทีม ร็อดเจอร์ กลับมาสู่กลับอีกครั้ง และสร้างโอกาศยิงได้มากกว่า&#8221; แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ &#8220;มันก็คือวันที่ใช่ของ ฆวน มาต้า แต่เป็นวันที่ไม่ใช่ของ เจอร์ราร์ด&#8221; เพราะสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมนี้โดยตรง!! ชัยชนะของ..&#8221;ปีศาจแดง&#8221; ในครั้งนี้ ที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง..ก็ยังเชื่อว่าคงจะไม่ทำให้บัลลังก์จ่าฝูงของทัพ &#8220;สิงห์บลูส์&#8221; เชลซีสั่นคลอนอย่างแน่นอน ยังไงเราคงต้องติดตามลุ้นและคอยเอาใจช่วย ผลงานของพลพรรค &#8220;เร้ดอาร์มี่&#8221; ว่าจะสามารถยึดตำแหน่งท็อปโฟร์คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปฤดูกาลหน้าต่อไป ได้หรือไม่? ให้สมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หลุยส์ ฟาน กัล&#8221; โปรแกรม 8 นัด ที่เหลือของแมนฯ ยูไนเต็ด ดูบอลออนไลน์ คลิก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แอสตัน วิลลา (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน) เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 18 เมษายน) เอฟเวอร์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม) คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม) ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2585" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/ml.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/ml-300x224.jpg" alt="ผี" width="300" height="224" class="size-medium wp-image-2585" /></a><p class="wp-caption-text">ผี</p></div>
<p>สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาที เหมือนสิ้นใจเหล่าสาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;&#8230;กับความพ่ายแพ้อันแสนเจ็บปวดที่ถูก &#8220;ปีศาจแดง&#8221; บุกมาย้ำแค้นได้อีกครั้ง!!</p>
<p>จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอยกับ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; โดยเฉพาะแฟนคลับ&#8221;หงส์&#8221;ที่อยากเห็นการชำระแค้นคืน..แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นซิครับ!</p>
<p>แต่กลับต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เมื่อถูก แมนฯ ยูฯ บุกมาเชือด 2-1 ถึงถิ่น งานนี้เลยเชื่อว่า&#8230;สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;(ทั่วโลก) อาจจะต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว..(เพราะเพื่อนแมรงงงง..ล้อไม่เลิก)</p>
<p>ซึ่งสถิติก่อนเกมของเจ้าถิ่น &#8220;หงส์แดง&#8221; ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะนับตั้งแต่พ่ายศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้ทีมใดมา 13 นัดแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด แถม 5 นัด ล่าสุดในลีกก็ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งได้ทั้งหมด</p>
<p>ด้วยระบบการเล่นที่ลงตัวทั้งเกมรุกและรับบวกกับความมั่นใจของนักเตะ (พลังหนุ่ม) ที่มีมากขึ้น ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างที่เห็น (และนั้นอาจหมายถึงโอกาศในการลงสนามของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด) และจากที่สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221; เคยส่ายหน้ากลับมา &#8220;เชื่อถือและศรัทธา&#8221; นายใหญ่ชาวไอริชอีกครั้ง</p>
<p>ส่วนทางด้านทีมเยือน ยูไนเต็ด ดูน่าเป็นห่วงมากกว่ากับฟอร์มชวนหลอน แถมตอนนี้ยังหา 11 ตัวจริงไม่ได้เลย (จะจบฤดูกาลอยู่ละ) แต่ล่าสุดกับเกมที่เปิดบ้านชนะสเปอร์ส 3-0 นั้นถือว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในซีซันนี้ก็คงไม่ผิด..เพราะทุกคนก็คิดอย่างนั้น (แต่เอาเหอะภาพรวมก็ยังดูดีขึ้นมาเหมือนกัน)</p>
<p>ดูจากองค์ประกอบแล้วคงไม่มีใครย่อมใครแน่ &#8220;ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ&#8221; บวกกับการเดิมพันด้วยตั๋วแชมป์เปี้ยนลีกปีหน้า เลยเชื่อว่าจะเป็นเกมที่ร้อนระอุแบบสุดๆ ที่ทั้งสองทีมจะต้องพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง</p>
<p>โดยประตูออกนำ 1-0 ของ แมนฯ ยูฯ ได้มาในนาทีที่ 14 จากการจ่ายบอลทะลุช่องของ อันเดร์ เอร์เรร่า  ให้ ฆวน มาต้า หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปนั้น เกิดจากแนวรับลิเวอร์พูลประกบตัวห่างเกินไป</p>
<p>เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรกพลพรรค &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ทำได้ดีจากการครองบอลที่มากกว่าบวกกับการส่งบอลที่แม่นยำอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>แต่ น.34 เจ้าถิ่นกับเสียโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดายไม่น้อย จากลูกวิ่งมาแปเน้นๆ ของ อดัม ลัลลาน่า หลุดกรอบออกไปแบบน่าเขกกระโหลก สรุปครึ่งแรกแมนฯยูฯ เล่นดีกว่าแถมสกอร์ก็นำอยู่ 1-0</p>
<p>ครึ่งหลังถือเป็นงานหนักของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ว่าได้ เลยส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแทนลัลลาน่า หวังแก้อาการปวดหัว แต่กลับต้องกินยาลดความดันเพิ่มอีก เมื่อมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม</p>
<p>หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ต่อหน้าต่อตา มาร์ติน แอ็ตกินสัน ทั้งที่เพิ่งเหยียบสนามได้เพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น เล่นทำเอาแฟนหงส์ช็อกไปชั่วขณะกับเหตุการณ์นี้</p>
<p>สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมาเสียประตูที่สอง จากลูกยิงสุดสวยของ  ฆวน มาต้า ที่สามารถส่งประกวดได้เลย จากจังหวะกระโดดลอยตัววอลเลย์ในเขตโทษ น.59</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อหลังจาก &#8220;เดอะค็อป&#8221; เหลือ 10 คนกลับเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตา และมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่  แทงทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไป นาทีที่ 69</p>
<p>หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เล่นเป็นทรงมากขึ้นและโหมบุกใส่ &#8220;ขุนพลผีแดง&#8221; แบบได้น้ำได้เนื้อเหมือนกัน </p>
<p>แต่เจ้าถิ่นก็มาพลาดช่วงทดเจ็บอีกจนได้เมื่อมาเสียจุดโทษ แต่โชคยังดีที่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงไม่เข้า จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 2-1 หยุดสถิติของลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครในลีก 13 นัดติดอย่างเจ็บแสบ</p>
<p>&#8220;สรุปเกมนี้ที่ผมเห็นในครึ่งแรกลูกทีมของ ฟาน กัล เล่นแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดช่องกว้างในการส่งบอลที่แม่นยำและเล่นด้วยความมั่นใจกว่าเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลน้อยแถมเสียบอลกันง่ายเกินไป&#8221;</p>
<p>&#8220;ส่วนครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เล่นแบบชะล่าใจ หลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เลยไม่ค่อยเข้าไปไล่กดดันปล่อยให้ลูกทีม ร็อดเจอร์ กลับมาสู่กลับอีกครั้ง และสร้างโอกาศยิงได้มากกว่า&#8221;</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ &#8220;มันก็คือวันที่ใช่ของ ฆวน มาต้า แต่เป็นวันที่ไม่ใช่ของ เจอร์ราร์ด&#8221; เพราะสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมนี้โดยตรง!!</p>
<p>ชัยชนะของ..&#8221;ปีศาจแดง&#8221; ในครั้งนี้ ที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง..ก็ยังเชื่อว่าคงจะไม่ทำให้บัลลังก์จ่าฝูงของทัพ &#8220;สิงห์บลูส์&#8221; เชลซีสั่นคลอนอย่างแน่นอน</p>
<p>ยังไงเราคงต้องติดตามลุ้นและคอยเอาใจช่วย ผลงานของพลพรรค &#8220;เร้ดอาร์มี่&#8221; ว่าจะสามารถยึดตำแหน่งท็อปโฟร์คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปฤดูกาลหน้าต่อไป ได้หรือไม่?</p>
<p>ให้สมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หลุยส์ ฟาน กัล&#8221;</p>
<p>โปรแกรม 8 นัด ที่เหลือของแมนฯ ยูไนเต็ด <a href="http://www.zabzaa.com/ball/" target="_blank">ดูบอลออนไลน์</a> คลิก</p>
<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs แอสตัน วิลลา (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน)<br />
เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 18 เมษายน)<br />
เอฟเวอร์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม)<br />
คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม)<br />
ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2584/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แดงเดือดครั้งสุดท้าย ของ “สตีวี่ จี”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2572</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2572#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2015 05:51:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[สตีวี่ จี]]></category>
		<category><![CDATA[สตีเว่น เจอร์ราร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[เจอร์ราร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แอนฟิลด์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2572</guid>
		<description><![CDATA[The Last Red War : แดงเดือดครั้งสุดท้ายของ “สตีวี่ จี” สงครามสีแดงครั้งนี้จะเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ &#8220;สตีเว่น เจอร์ราร์ด&#8221; ไม่ว่าผลการแข่งขันใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์ จะจบลงอย่างไร นับจากนี้ตลอดไปสำหรับยอดกัปตันแห่งลิเวอร์พูล เขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะลงเล่นในสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลอีกต่อไป ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกมนัดนี้ย่อมมีความหมายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษนอกเหนือจากคุณค่าดั้งเดิมที่มีอยู่ อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ได้ว่าเจอร์ราร์ด จะมีโอกาสได้ลงสนามหรือไม่ในสถานการณ์นี้ ปฏิเสธได้ยากว่า “หงส์แดง” ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในทีม นักเตะแกนหลักหลายคนเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รองกัปตันผู้ถูกคาดหมายว่าจะรับช่วงต่อ เอ็มเร่ ชาน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเงียบๆ หรือแม้แต่ โจ อัลเลน ก็กลายเป็นห้องเครื่องที่ทีมขาดไม่ได้ ดังนั้นในเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปติดท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยที่มีโอกาสและความสามารถมากพอจะไปได้ไกลกว่านั้นด้วย โดยไม่ว่าจะ “หงส์” หรือ “ผี” ต่างก็แอบฝันถึงอันดับ 2 แล้วด้วยซ้ำ เมื่อคิดถึงแง่นี้จึงเป็นไปได้ที่เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส อาจต้องใจแข็งและคิดถึง “ทีม” มากกว่า “บุคคล” กระนั้นในเกมล่าสุดกับสวอนซี ซิตี้ เจอร์ราร์ดมีส่วนอยู่ไม่น้อยในการทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ในจังหวะของตัวเอง เมื่อรับบทบาทเดิมกับฤดูกาลที่แล้วในฐานะตัวทำเกมจากแนวลึก บัญชาเกมอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้เฮนเดอร์สัน, อัลเลน และคูตินโญ่ สร้างสรรค์เกมอย่างสบาย และทำให้ทีมเก็บชัยชนะจากเวลส์กลับมาได้สำเร็จ “คุณภาพ” ของเจอร์ราร์ดนั้นแน่นอนว่ายังมี “ของ” อยู่ ขณะที่สภาพร่างกายดูแข็งแรงพอสมควร บางครั้งในเกมระดับนี้ “ประสบการณ์” ของเขาอาจช่วยทีมได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างการรับมือคู่ปรับแห่งถนนสาย M62 เพราะแม้เทียบฟอร์มกันตามอารมณ์และความรู้สึก แมนฯ ยูไนเต็ดอาจดูเป็นรอง แต่ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นับตั้งแต่โดนถล่มในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา 3-0 จะเก็บชัยชนะเหนือพวกเขาได้โดยง่ายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ปีศาจแดงใต้การบงการของหลุยส์ ฟาน ฮาล ถึงจะโดนดูแคลนว่ามากับดวงบ้าง เล่นไม่สวยบ้าง แต่ผลงานในภาพรวมของพวกเขาถือว่าน่าพอใจ และดูเหมือนในเกมล่าสุดที่หักคอไก่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 พวกเขาจะค้นพบแนวทางการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเอง อาจไม่ถูกใจแฟนบอลนักแต่สไตล์แบบ Direct football กับการออกปีกแล้วสาดโด่งเข้ามาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กับรูนี่ย์ คอยหาโอกาสนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อย และเหนืออื่นใดไม่ควรมีใครในโลกลูกหนังที่จะประมาทมันสมองของกุนซืออย่างฟาน ฮาล การดวลเกมกลยุทธ์ข้างสนามระหว่างร็อดเจอร์ส และฟาน ฮาล จะเป็นการต่อสู้ที่น่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง “บัญชีแค้น” ที่ร็อดเจอร์ส ยอมกลืนเลือด กดปุ่มรีเซ็ททีมใหม่ในเกมล่าสุดที่พบกัน ยอมให้แมนฯ ยูไนเต็ดถล่ม วันนี้ระบบใหม่ของลิเวอร์พูล พร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะคิดบัญชีกับแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว ยิ่งหากทุกคนลงสนามด้วยความรู้สึกที่ชัดเจนว่า นี่คือสงครามสีแดงนัดสุดท้ายของเจอร์ราร์ด นักเตะลิเวอร์พูล ย่อมพร้อมจะสู้เพื่อความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับกัปตันของพวกเขา เช่นกันกับเจอร์ราร์ด ที่พร้อมจะสู้เพื่ออนาคตของทีม cr sanook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2573" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/dd.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/dd-300x180.jpg" alt="สตีวี่ จี" width="300" height="180" class="size-medium wp-image-2573" /></a><p class="wp-caption-text">สตีวี่ จี</p></div>
<p>The Last Red War : แดงเดือดครั้งสุดท้ายของ “สตีวี่ จี”</p>
<p>สงครามสีแดงครั้งนี้จะเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ &#8220;สตีเว่น เจอร์ราร์ด&#8221;</p>
<p>ไม่ว่าผลการแข่งขันใน 90 นาทีที่แอนฟิลด์ จะจบลงอย่างไร นับจากนี้ตลอดไปสำหรับยอดกัปตันแห่งลิเวอร์พูล เขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะลงเล่นในสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่าง 2 เมืองที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลอีกต่อไป ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกมนัดนี้ย่อมมีความหมายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษนอกเหนือจากคุณค่าดั้งเดิมที่มีอยู่</p>
<p>อย่างไรก็ดีไม่มีใครรู้ได้ว่าเจอร์ราร์ด จะมีโอกาสได้ลงสนามหรือไม่ในสถานการณ์นี้</p>
<p>ปฏิเสธได้ยากว่า “หงส์แดง” ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในทีม นักเตะแกนหลักหลายคนเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รองกัปตันผู้ถูกคาดหมายว่าจะรับช่วงต่อ เอ็มเร่ ชาน ดาวเตะสารพัดประโยชน์ชาวเยอรมันที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเงียบๆ หรือแม้แต่ โจ อัลเลน ก็กลายเป็นห้องเครื่องที่ทีมขาดไม่ได้</p>
<p>ดังนั้นในเกมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปติดท็อปโฟร์อีกครั้ง โดยที่มีโอกาสและความสามารถมากพอจะไปได้ไกลกว่านั้นด้วย  โดยไม่ว่าจะ “หงส์” หรือ “ผี” ต่างก็แอบฝันถึงอันดับ 2 แล้วด้วยซ้ำ</p>
<p>เมื่อคิดถึงแง่นี้จึงเป็นไปได้ที่เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส อาจต้องใจแข็งและคิดถึง “ทีม” มากกว่า “บุคคล”</p>
<p>กระนั้นในเกมล่าสุดกับสวอนซี ซิตี้ เจอร์ราร์ดมีส่วนอยู่ไม่น้อยในการทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ในจังหวะของตัวเอง เมื่อรับบทบาทเดิมกับฤดูกาลที่แล้วในฐานะตัวทำเกมจากแนวลึก บัญชาเกมอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้เฮนเดอร์สัน, อัลเลน และคูตินโญ่ สร้างสรรค์เกมอย่างสบาย และทำให้ทีมเก็บชัยชนะจากเวลส์กลับมาได้สำเร็จ</p>
<p>“คุณภาพ” ของเจอร์ราร์ดนั้นแน่นอนว่ายังมี “ของ” อยู่ ขณะที่สภาพร่างกายดูแข็งแรงพอสมควร บางครั้งในเกมระดับนี้ “ประสบการณ์” ของเขาอาจช่วยทีมได้ โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูงอย่างการรับมือคู่ปรับแห่งถนนสาย M62</p>
<p>เพราะแม้เทียบฟอร์มกันตามอารมณ์และความรู้สึก แมนฯ ยูไนเต็ดอาจดูเป็นรอง แต่ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูล ที่ไม่เคยแพ้ใครในลีกอีกเลย นับตั้งแต่โดนถล่มในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มา 3-0 จะเก็บชัยชนะเหนือพวกเขาได้โดยง่ายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว</p>
<p>ปีศาจแดงใต้การบงการของหลุยส์ ฟาน ฮาล ถึงจะโดนดูแคลนว่ามากับดวงบ้าง เล่นไม่สวยบ้าง แต่ผลงานในภาพรวมของพวกเขาถือว่าน่าพอใจ และดูเหมือนในเกมล่าสุดที่หักคอไก่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3-0 พวกเขาจะค้นพบแนวทางการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเอง</p>
<p>อาจไม่ถูกใจแฟนบอลนักแต่สไตล์แบบ Direct football กับการออกปีกแล้วสาดโด่งเข้ามาให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กับรูนี่ย์ คอยหาโอกาสนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อย</p>
<p>และเหนืออื่นใดไม่ควรมีใครในโลกลูกหนังที่จะประมาทมันสมองของกุนซืออย่างฟาน ฮาล</p>
<p>การดวลเกมกลยุทธ์ข้างสนามระหว่างร็อดเจอร์ส และฟาน ฮาล จะเป็นการต่อสู้ที่น่าสนุก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึง “บัญชีแค้น” ที่ร็อดเจอร์ส ยอมกลืนเลือด กดปุ่มรีเซ็ททีมใหม่ในเกมล่าสุดที่พบกัน ยอมให้แมนฯ ยูไนเต็ดถล่ม วันนี้ระบบใหม่ของลิเวอร์พูล พร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะคิดบัญชีกับแมนฯ ยูไนเต็ดแล้ว</p>
<p>ยิ่งหากทุกคนลงสนามด้วยความรู้สึกที่ชัดเจนว่า นี่คือสงครามสีแดงนัดสุดท้ายของเจอร์ราร์ด</p>
<p>นักเตะลิเวอร์พูล ย่อมพร้อมจะสู้เพื่อความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับกัปตันของพวกเขา</p>
<p>เช่นกันกับเจอร์ราร์ด ที่พร้อมจะสู้เพื่ออนาคตของทีม</p>
<p>cr sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2572/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขุนค้อนเปิดรัง ทุบหงส์ปีกหัก 3-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/811</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/811#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2014 01:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวหงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[เวสต์แฮม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=811</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล สนาม : โบลีน กราวด์ ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล เริ่มเกมครึ่งแรก ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้ ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น น.13 เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2 น.40 เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1 เริ่มเกมครึ่งหลัง น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น 3-1 จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg" alt="hk" width="600" height="360" class="alignnone size-full wp-image-812" /></a></p>
<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557</p>
<p>เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล</p>
<p>สนาม : โบลีน กราวด์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล </p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ</p>
<p>และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้  ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น</p>
<p>น.13  เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป</p>
<p>น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้  ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2</p>
<p>น.40  เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก  แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน</p>
<p>ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น  เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p>น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา  แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย </p>
<p>น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก</p>
<p>น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป</p>
<p>น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ  ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น  3-1</p>
<p>จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม</p>
<p>เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย</p>
<p>ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/811/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจอร์ราร์ด ยิงโทษทดเจ็บ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/721</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/721#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Sep 2014 02:05:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลยูฟ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=721</guid>
		<description><![CDATA[การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ในกลุ่ม B &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล ที่ได้กลับมาเล่นในรายการนี้เป็นหนแรกในรอบ 5 ปี เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมรองบ่อนจากบัลแกเรีย ลูโดโกเรตส์ ที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยเกมนี้ &#8220;บี-ร็อด&#8221; เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ยืนเป็นหน้าเป้า มี ราฮีม สเตอร์ลิง, อดัม ลัลลานา และฟิลิปเป คูตินโญ คอยสนับสนุนเกมรุก แดนกลาง สตีเวน เจอร์ราร์ด คุมเกม แนวรับใช้ มามาดู ซาโก ยืนคู่กับ เดยัน ลอฟเรน รูปเกมเป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่าชัดเจน แต่จังหวะสร้างสรรค์โอกาสในการลุ้นประตูมีน้อยมากในครึ่งแรก เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล สร้างจังหวะได้มากขึ้น แต่ยังยิงไม่ได้ ท้ายเกม ลูโดโกเรตส์ เกือบขึ้นนำไปก่อน ทว่า ซัดไปชนเสา ก่อนที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; จะสวนกลับมาได้ประตูนำจาก มาริโอ บาโลเตลลี นาที 82 อย่างไรก็ตาม นาทีสุดท้าย ลูโดโกเรตส์ ตามตีเสมอได้จาก ดานี อบาโล ทำให้เกมน่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ สตีเวน เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาด หมดเวลา ลิเวอร์พูล เฉือนคว้าชัยไปได้อย่างหวุดหวิด 2-1 ด้าน &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; รีล มาดริด เปิดสนามซานติเอโก เบอร์นาเบว ไล่ต้อนเอาชนะ เอฟซี บาเซิล จากสวิส 5-1 เจ้าถิ่นได้จาก มาเร็ค ซัคฮี ทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 14, แกเรธ เบล นาที 30, คริสเตียโน โรนัลโด นาที 31, เจมส์ โรดริเกซ นาที 37 และคาริม เบนเซมา นาที 79 ฝั่ง บาเซิล ตีไข่แตกได้จาก เดอร์ลิส กอนซาเลซ นาที 38 ส่วนเกมในกลุ่ม D &#8220;เสือเหลือง&#8221; โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เปิดบ้านไล่ขย้ำ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซนอล 2-0 ได้ประตูจาก ซิโร อิมโมบิเล นาที 45, ปิแอร์ เอเมอริค อูบาเมยอง นาที 48 ผลอีกหนึ่งคู่ในกลุ่มนี้ กาลาตาซาราย เสมอ อันเดอร์เลทช์ 1-1 ผลคู่อื่น ๆ กลุ่ม A ยูเวนตุส ชนะ มัลโม 2-0, โอลิมเปียกอส ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2, กลุ่ม C เบนฟิกา แพ้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก 0-2, โมนาโก ชนะ เลเวอร์คูเซน 1-0.]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/231179.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/231179.jpg" alt="231179" width="670" height="490" class="alignnone size-full wp-image-722" /></a></p>
<p>การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ในกลุ่ม B &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล</p>
<p>ที่ได้กลับมาเล่นในรายการนี้เป็นหนแรกในรอบ 5 ปี เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของทีมรองบ่อนจากบัลแกเรีย ลูโดโกเรตส์ ที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยเกมนี้ &#8220;บี-ร็อด&#8221; เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ยืนเป็นหน้าเป้า มี ราฮีม สเตอร์ลิง, อดัม ลัลลานา และฟิลิปเป คูตินโญ คอยสนับสนุนเกมรุก แดนกลาง สตีเวน เจอร์ราร์ด คุมเกม แนวรับใช้ มามาดู ซาโก ยืนคู่กับ เดยัน ลอฟเรน</p>
<p>รูปเกมเป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่าชัดเจน แต่จังหวะสร้างสรรค์โอกาสในการลุ้นประตูมีน้อยมากในครึ่งแรก </p>
<p>เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล สร้างจังหวะได้มากขึ้น แต่ยังยิงไม่ได้ ท้ายเกม ลูโดโกเรตส์ เกือบขึ้นนำไปก่อน ทว่า ซัดไปชนเสา ก่อนที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; จะสวนกลับมาได้ประตูนำจาก มาริโอ บาโลเตลลี นาที 82 อย่างไรก็ตาม นาทีสุดท้าย ลูโดโกเรตส์ ตามตีเสมอได้จาก ดานี อบาโล ทำให้เกมน่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ช่วงทดเจ็บ ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ สตีเวน เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารไม่พลาด หมดเวลา ลิเวอร์พูล เฉือนคว้าชัยไปได้อย่างหวุดหวิด 2-1</p>
<p>ด้าน &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; รีล มาดริด เปิดสนามซานติเอโก เบอร์นาเบว</p>
<p>ไล่ต้อนเอาชนะ เอฟซี บาเซิล จากสวิส 5-1 เจ้าถิ่นได้จาก มาเร็ค ซัคฮี ทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 14, แกเรธ เบล นาที 30, คริสเตียโน โรนัลโด นาที 31, เจมส์ โรดริเกซ นาที 37 และคาริม เบนเซมา นาที 79 ฝั่ง บาเซิล ตีไข่แตกได้จาก เดอร์ลิส กอนซาเลซ นาที 38</p>
<p>ส่วนเกมในกลุ่ม D &#8220;เสือเหลือง&#8221; โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เปิดบ้านไล่ขย้ำ &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซนอล 2-0 ได้ประตูจาก ซิโร อิมโมบิเล นาที 45, ปิแอร์ เอเมอริค อูบาเมยอง นาที 48</p>
<p>ผลอีกหนึ่งคู่ในกลุ่มนี้ กาลาตาซาราย เสมอ อันเดอร์เลทช์ 1-1</p>
<p>ผลคู่อื่น ๆ กลุ่ม A ยูเวนตุส ชนะ มัลโม 2-0, โอลิมเปียกอส ชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-2, กลุ่ม C เบนฟิกา แพ้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก 0-2, โมนาโก ชนะ เลเวอร์คูเซน 1-0. </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/721/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมนยู คิดล่า ซัวเรซ หรือ โรนัลโด้ คืนถิ่น</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/543</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/543#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2014 02:50:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[คริสเตียโน่ โรนัลโด้]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีฟ่า บัลลงดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราชันชุดขาว]]></category>
		<category><![CDATA[รีล มาดริด]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[หลุยส์ ซัวเรซ]]></category>
		<category><![CDATA[อาดิดาส]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>
		<category><![CDATA[โอลด์แทรฟฟอร์ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=543</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ&#8221; สื่อดังประเทศอังกฤษเผยข่าววงในจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เพิ่งระเบิดกองคลังตัวเองในการซื้อนักเตะตลาดรอบแรกถึง 150 ล้านปอนด์ (7,950 ล้านบาท) ยังมีโครงการไล่ล่าบรรดาแข้งระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างต่อเนื่อง หลังทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; เพิ่งได้รับการสนับสนุนรายได้มหาศาลจากการเซ็นสัญญาชุดแข่งกับ &#8220;อาดิดาส&#8221; ผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่ถึง 750 ล้านปอนด์ (39,750 ล้านบาท) ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นเวลานานถึง 1 ทศวรรษ ส่งผลให้บอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมล่าตัวหลุยส์ ซัวเรซ อดีตหัวหอกทีมคู่แค้นตลอดกาลอย่าง &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งขายให้กับบาร์เซโลน่า 75 ล้านปอนด์ (3,975 ล้านบาท) กลับมายังศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้ แต่หากไม่ประสบความสำเร็จ ปีศาจแดงยังมีอีกหนึ่ง &#8220;ไม้เด็ด&#8221; ในการกระชากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตศิษย์เก่ากลับมาจากรีล มาดริด หลังเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม &#8220;ฟีฟ่า บัลลงดอร์&#8221; ครั้งล่าสุดรายนี้ เริ่มตกเป็นข่าวความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกับบอร์ดบริหาร &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; บ่อยครั้ง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/12.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/12.jpg" alt="1" width="600" height="360" class="alignnone size-full wp-image-544" /></a></p>
<p>&#8220;<em>เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ</em>&#8221; สื่อดังประเทศอังกฤษเผยข่าววงในจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เพิ่งระเบิดกองคลังตัวเองในการซื้อนักเตะตลาดรอบแรกถึง 150 ล้านปอนด์ (7,950 ล้านบาท) ยังมีโครงการไล่ล่าบรรดาแข้งระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>หลังทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; เพิ่งได้รับการสนับสนุนรายได้มหาศาลจากการเซ็นสัญญาชุดแข่งกับ &#8220;อาดิดาส&#8221; ผลิตภัณฑ์กีฬายักษ์ใหญ่ถึง 750 ล้านปอนด์ (39,750 ล้านบาท) ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นเวลานานถึง 1 ทศวรรษ</p>
<p>ส่งผลให้บอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมล่าตัวหลุยส์ ซัวเรซ อดีตหัวหอกทีมคู่แค้นตลอดกาลอย่าง &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งขายให้กับบาร์เซโลน่า 75 ล้านปอนด์ (3,975 ล้านบาท) กลับมายังศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้</p>
<p>แต่หากไม่ประสบความสำเร็จ ปีศาจแดงยังมีอีกหนึ่ง &#8220;ไม้เด็ด&#8221; ในการกระชากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตศิษย์เก่ากลับมาจากรีล มาดริด หลังเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม &#8220;ฟีฟ่า บัลลงดอร์&#8221; ครั้งล่าสุดรายนี้ เริ่มตกเป็นข่าวความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกับบอร์ดบริหาร &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; บ่อยครั้ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/543/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร็อดเจอร์ส เตือน สเตอร์ลิง เรียกค่าเหนื่อยสูง เดี๋ยวจะดับเอาง่ายๆ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/61</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/61#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2014 07:14:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ราฮีม สเตอร์ลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[เบรนแดน ร็อดเจอร์ส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือจอมแท็คติกของ ลิเวอร์พูล ออกโรงเตือนเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกตัวจี๊ดของทีมว่าการที่นักเตะดาวรุ่งได้รับค่าเหนื่อยที่มหาศาลอาจเป็นการทำลายอนาคตของตัวเขาได้เลย เพราะอีกไม่นานความกระหายลงเล่นจะค่อยๆลดลงไปจนกระทั่งหมดความทะเยอทะยานไปเลย กุนซือชาว ไอร์แลนด์เหนือ ให้สัมภาษณ์ถึงลูกทีมคนโปรดว่า “เมื่อนักเตะที่ยังเป็นดาวรุ่งได้รับรางวัลที่มากเกินตัว ดูอย่าง ราฮีม ตอนนี้เขามีอายุแค่ 19 ปี สิ่งนี้มันอาจทำลายอนาคตของเขาในทางอ้อมได้เลยนะ” “ตอนนี้คงไม่มีใครสงสัยสำหรับความเก่งกาจของเขา แต่ข้อเสียสำหรับเด็กอังกฤษคือได้ผลตอบแทนที่เร็วเกินตัวมากๆ และผลสุดท้ายสิ่งเหล่านี้แหละจะกลับมาฆ่าพวกเขาในตอนจบ เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆ ในประเทศไปแบบตามสเต็ปจะดีกว่า” อดีตกุนซือ สวอนซี ทิ้งท้าย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/rodj.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/08/rodj.jpg" alt="rodj" width="615" height="409" class="alignnone size-full wp-image-346" /></a></p>
<p>เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือจอมแท็คติกของ ลิเวอร์พูล ออกโรงเตือนเจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกตัวจี๊ดของทีมว่าการที่นักเตะดาวรุ่งได้รับค่าเหนื่อยที่มหาศาลอาจเป็นการทำลายอนาคตของตัวเขาได้เลย เพราะอีกไม่นานความกระหายลงเล่นจะค่อยๆลดลงไปจนกระทั่งหมดความทะเยอทะยานไปเลย</p>
<p>กุนซือชาว ไอร์แลนด์เหนือ ให้สัมภาษณ์ถึงลูกทีมคนโปรดว่า “เมื่อนักเตะที่ยังเป็นดาวรุ่งได้รับรางวัลที่มากเกินตัว ดูอย่าง ราฮีม ตอนนี้เขามีอายุแค่ 19 ปี สิ่งนี้มันอาจทำลายอนาคตของเขาในทางอ้อมได้เลยนะ”</p>
<p>“ตอนนี้คงไม่มีใครสงสัยสำหรับความเก่งกาจของเขา แต่ข้อเสียสำหรับเด็กอังกฤษคือได้ผลตอบแทนที่เร็วเกินตัวมากๆ และผลสุดท้ายสิ่งเหล่านี้แหละจะกลับมาฆ่าพวกเขาในตอนจบ เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆ ในประเทศไปแบบตามสเต็ปจะดีกว่า” อดีตกุนซือ สวอนซี ทิ้งท้าย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/61/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.244 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-25 23:19:02 -->
