<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/3935</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/3935#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2016 16:05:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=3935</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2015-16 (นัดที่ 22) วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559 ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2 เวลาเตะ : 21.05 น. เริ่มเกมมานาที 10 ลิเวอร์พูล มีลุ้นจากลูกโหม่งของ อดัม ลัลลาน่า ไปติด ดาบิด เด เคอา ก่อนมีโอกาสอีกทีจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่องไกลหลุดกรอบไปนิดเดียว ถัดมา 2 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วางบอลยาวให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะยิงแรงข้ามคานไปเสีย นาที 30 แมนฯยู มีลุ้นบ้างจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ยิงไกล แต่บอลก็ไม่ตรงประตู จากนั้นโอกาสเป็นของ &#8220;หงส์แดง&#8221; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กึ่งยิงกึ่งผ่านจากด้านขวาไปหน้าประตูก่อนเลยเสาไกลออกหลัง หมด 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0 กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปแฉลบขา ดาบิด เด เคอา ผ่านหน้าประตูจนออกหลังไป นาที 55 โอกาสลุ้นใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือนจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล กดในเขตโทษด้านซ้ายเลยหน้าปากประตูออกหลัง นาที 65 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดบอลออกไปได้ นาที 71 เจ้าบ้านมีลุ้นต่อ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่ไปโดนใต้บอลเสียทำให้ลอยโด่งข้ามคานไปไกล นาที 78 กลายเป็น แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โหม่งบอลไปชนคานเด้งเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อตุงตาข่าย 1-0 ช่วงท้ายเกม &#8220;หงส์แดง&#8221; เปิดเกมแลกต้องการประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถยิงผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ &#8220;ผีแดง&#8221; ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู : ซิมง มิโยเล่ต์ กองหลัง : นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอมเร่ ชาน กองหน้า : อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เจมส์ มิลเนอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด : ระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน กองกลาง : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี่ – เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3936" style="width: 590px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/01/man-liver.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/01/man-liver.jpg" alt="ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5" width="580" height="389" class="size-full wp-image-3936" /></a><p class="wp-caption-text">ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5</p></div>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2015-16 (นัดที่ 22)<br />
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559<br />
ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</p>
<p>สนาม : แอนฟิลด์<br />
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก<br />
ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2<br />
เวลาเตะ : 21.05 น.</p>
<p>เริ่มเกมมานาที 10 ลิเวอร์พูล มีลุ้นจากลูกโหม่งของ อดัม ลัลลาน่า ไปติด ดาบิด เด เคอา ก่อนมีโอกาสอีกทีจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่องไกลหลุดกรอบไปนิดเดียว</p>
<p>ถัดมา 2 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วางบอลยาวให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะยิงแรงข้ามคานไปเสีย</p>
<p>นาที 30 แมนฯยู มีลุ้นบ้างจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ยิงไกล แต่บอลก็ไม่ตรงประตู</p>
<p>จากนั้นโอกาสเป็นของ &#8220;หงส์แดง&#8221; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กึ่งยิงกึ่งผ่านจากด้านขวาไปหน้าประตูก่อนเลยเสาไกลออกหลัง</p>
<p>หมด 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0</p>
<p>กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปแฉลบขา ดาบิด เด เคอา ผ่านหน้าประตูจนออกหลังไป</p>
<p>นาที 55 โอกาสลุ้นใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือนจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล กดในเขตโทษด้านซ้ายเลยหน้าปากประตูออกหลัง</p>
<p>นาที 65 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดบอลออกไปได้</p>
<p>นาที 71 เจ้าบ้านมีลุ้นต่อ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่ไปโดนใต้บอลเสียทำให้ลอยโด่งข้ามคานไปไกล</p>
<p>นาที 78 กลายเป็น แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โหม่งบอลไปชนคานเด้งเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อตุงตาข่าย 1-0</p>
<p>ช่วงท้ายเกม &#8220;หงส์แดง&#8221; เปิดเกมแลกต้องการประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถยิงผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ &#8220;ผีแดง&#8221; ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว</p>
<p>รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม<br />
ลิเวอร์พูล : ระบบ 4-3-3<br />
ผู้รักษาประตู : ซิมง มิโยเล่ต์<br />
กองหลัง : นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่<br />
กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอมเร่ ชาน<br />
กองหน้า : อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เจมส์ มิลเนอร์</p>
<p>แมนฯ ยูไนเต็ด : ระบบ 4-2-3-1<br />
ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา<br />
กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน<br />
กองกลาง : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี่ – เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล<br />
กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/3935/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“บิ๊กหอย” ซัด “โก้-โชค” จับมือแค่สร้างภาพ ให้แฟนบอลมีความสุข!</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/3606</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/3606#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2015 17:14:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวซิโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=3606</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวกีฬาฟุตบอล สืบเนื่องจากกรณีขัดแย้งระหว่าง &#8220;โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง&#8221; และ &#8220;โค้ชโชค-โชคทวี พรหมรัตน์&#8221; เฮดโค้ชและผู้ช่วยทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ล่าสุดได้ออกมาแถลงข่าวว่าปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ ล่าสุด นายธวัชชัย สัจจกุล หรือ &#8220;บิ๊กหอย&#8221; อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยชุดดรีมทีม และเป็นผู้ปลุกปั้นทั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับ โชคทวี พรหมรัตน์ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ได้เปิดเผยถึงปมความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่ ผ่านรายการ &#8220;เป็นเรื่องเป็นข่าว&#8221; ว่าการทำงานร่วมกันของโค้ชสองคนนี้ในอนาคตน่าจะลำบาก เข้าทำนอง &#8220;เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้&#8221; &#8220;พวกเขาอาจจะร่วมกันได้สักพักนึง เพื่อเอาใจแฟนบอล ผมว่าเป็นสิ่งถูกต้องที่ทั้งสองคนพยายามคุยกัน แต่เอาจริง ถามผม ผมว่ามันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก อีกสักพักก็ต่างคนต่างไป&#8221; &#8220;มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฟุตบอลเป็นสัญชาติญาณของคนเป็นโค้ช ต่างคนต่างก็ว่าฉันเก่ง&#8221; ส่วนหนึ่งบทสัมภาษณ์ของบิ๊กหอย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3607" style="width: 630px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/09/football-news.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/09/football-news.jpg" alt="ข่าวบอล" width="620" height="372" class="size-full wp-image-3607" /></a><p class="wp-caption-text">ข่าวบอล</p></div>
<p>ข่าวกีฬาฟุตบอล สืบเนื่องจากกรณีขัดแย้งระหว่าง &#8220;โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง&#8221; และ &#8220;โค้ชโชค-โชคทวี พรหมรัตน์&#8221; เฮดโค้ชและผู้ช่วยทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ล่าสุดได้ออกมาแถลงข่าวว่าปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้</p>
<p>ล่าสุด นายธวัชชัย สัจจกุล หรือ &#8220;บิ๊กหอย&#8221; อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยชุดดรีมทีม และเป็นผู้ปลุกปั้นทั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับ โชคทวี พรหมรัตน์ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย</p>
<p>ได้เปิดเผยถึงปมความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่ ผ่านรายการ &#8220;เป็นเรื่องเป็นข่าว&#8221; ว่าการทำงานร่วมกันของโค้ชสองคนนี้ในอนาคตน่าจะลำบาก เข้าทำนอง &#8220;เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้&#8221;</p>
<p>&#8220;พวกเขาอาจจะร่วมกันได้สักพักนึง เพื่อเอาใจแฟนบอล ผมว่าเป็นสิ่งถูกต้องที่ทั้งสองคนพยายามคุยกัน แต่เอาจริง ถามผม ผมว่ามันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก อีกสักพักก็ต่างคนต่างไป&#8221;</p>
<p>&#8220;มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฟุตบอลเป็นสัญชาติญาณของคนเป็นโค้ช ต่างคนต่างก็ว่าฉันเก่ง&#8221; ส่วนหนึ่งบทสัมภาษณ์ของบิ๊กหอย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/3606/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนกีฬาร่วมไว้อาลัย โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2730</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2730#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2015 02:59:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมเพื่อนตำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยามาฮ่า ลีกวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ปุษปาคม]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ชแต๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2730</guid>
		<description><![CDATA[จากกรณีที่ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; อรรถพล ปุษปาคม กุนซือคนเก่งของ เพื่อนตำรวจ ทีมดังจากยามาฮ่า ลีกวัน ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 52 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 เมษายน หลังจากมีอาการติดเชื้อที่กระแสเลือดและปอด นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับคนในครอบครัวฟุตบอลไทยต่างก็ได้ไว้อาลัยกับการจากไปของยอดกุนซือสมองเพชรรายนี้ กนกพล ปุษปาคม ลูกชายของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; เขียนข้อความในเฟซบุ๊ก Kanokpon Boss ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพ่อ เหนื่อยมาเยอะแล้ว บอสจะเล่นบอลให้เก่งเหมือนพ่อนะ พ่อไม่ได้ไปไหน พ่อจะอยู่ในใจและครอบครัว ปุษปาคม เสมอ รักพ่อนะ&#8221; &#8220;ซิโก้&#8221; เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรม coach_zico ว่า &#8220;พี่แต๊ก พี่คือสุดยอดกองกลางที่ผมเคยเล่นร่วมกันมา พี่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในสนามและนอกสนาม พี่คือต้นแบบของนักกีฬาทีมชาติไทย พี่เป็นตำนานของวงการฟุตบอลไทย ผมจะจดจำในสิ่งที่พี่เคยแนะนำและจะระลึกถึงพี่คนนี้ตลอดไป หลับให้สบายนะครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวปุษปาคม อย่างสุดซึ้งครับ&#8221; &#8220;ปูเป้&#8221; สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา พิธีกรกีฬาชื่อดัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า &#8220;บนเวทีฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล&#8230;พี่ คือยอดโค้ช 2014 บนเวทีลูกหนัง&#8230;พี่ คือกุนซือสมองเพชร บนเวทีมิตรภาพ&#8230;พี่ คือพี่ชายที่น่ารัก บนเวทีเกียรติยศ&#8230;พี่ คือ นักเตะ-โค้ชทรนง บนเวทีแห่งรัก&#8230;พี่ คือยอดคุณพ่อและยอดสามี บนเวทีชีวิต&#8230;พี่ คือ ยอดนักสู้ตราบลมหายใจสุดท้าย&#8230;RIP &#8220;เดอะแต๊ก&#8221;อรรถพล ปุษปาคม ยอดนักเตะและยอดโค้ช แห่งวงการลูกหนังไทย&#8221; &#8220;โอเปิ้ล&#8221; ประภาพร เชาวนาศิริ ผู้สื่อข่าวกีฬาไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Opel Prapaporn ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพี่ ฝีมือความเจ๋ง เกียรติประวัติของพี่ที่ทำให้วงการฟุตบอลไทยจะอยู่ในใจของโอไปอีกนาน&#8230;พักผ่อนให้สบายนะพี่ RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม&#8221; &#8220;น้าเทิด&#8221; เทิดศักดิ์ ใจมั่น กองกลางตัวเก๋า ชลบุรี เอฟซี เขียนข้อความบรรยายภาพในอินสตาแกรม therdsak8 ว่า &#8220;หลับให้สบายครับพี่ พี่ไปสบายแล้วครับ รักและคิดถึงเสมอครับพี่แต๊ก&#8221; &#8220;โก้&#8221; ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีมเอสซีจี เมืองทองฯ โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม captain_ko7 ว่า &#8220;RIP พี่แต๊ก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว &#8220;ปุษปาคม&#8221; ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสอนนะครับพี่ หลับให้สบายนะครับพี่แต๊ก รักและคิดถึงพี่ครับ&#8221; &#8220;แมท&#8221; ปิยะชาติ ถามะพันธ์ กองกลางบางกอกกล๊าส เอฟซี ไว้อาลัยโค้ชแต๊กในอินสตาแกรม math_pt ว่า &#8220;RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม ขอเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสั่งสอน ตั้งแต่เด็กจนโต ขอให้อาจารย์หลับให้สบายนะครับ&#8221; ทั้งนี้ มีรายงานว่า พิธีศพของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; จะตั้งไว้ที่วัดธาตุทอง และวันนี้ (16 เมษายน) จะมีการรดน้ำศพ รวมถึงสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดธาตุทอง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2731" style="width: 630px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/04/rip.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/04/rip.jpg" alt="โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม" width="620" height="372" class="size-full wp-image-2731" /></a><p class="wp-caption-text">โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม</p></div>
<p>จากกรณีที่ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; อรรถพล ปุษปาคม กุนซือคนเก่งของ เพื่อนตำรวจ ทีมดังจากยามาฮ่า ลีกวัน ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 52 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 เมษายน หลังจากมีอาการติดเชื้อที่กระแสเลือดและปอด</p>
<p>นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับคนในครอบครัวฟุตบอลไทยต่างก็ได้ไว้อาลัยกับการจากไปของยอดกุนซือสมองเพชรรายนี้</p>
<p><strong>กนกพล ปุษปาคม</strong> ลูกชายของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; เขียนข้อความในเฟซบุ๊ก Kanokpon Boss ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพ่อ เหนื่อยมาเยอะแล้ว บอสจะเล่นบอลให้เก่งเหมือนพ่อนะ พ่อไม่ได้ไปไหน พ่อจะอยู่ในใจและครอบครัว ปุษปาคม เสมอ รักพ่อนะ&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;ซิโก้&#8221; เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</strong> หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรม coach_zico ว่า &#8220;พี่แต๊ก พี่คือสุดยอดกองกลางที่ผมเคยเล่นร่วมกันมา พี่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในสนามและนอกสนาม พี่คือต้นแบบของนักกีฬาทีมชาติไทย พี่เป็นตำนานของวงการฟุตบอลไทย ผมจะจดจำในสิ่งที่พี่เคยแนะนำและจะระลึกถึงพี่คนนี้ตลอดไป หลับให้สบายนะครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวปุษปาคม อย่างสุดซึ้งครับ&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;ปูเป้&#8221; สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา</strong> พิธีกรกีฬาชื่อดัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า &#8220;บนเวทีฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล&#8230;พี่ คือยอดโค้ช 2014 บนเวทีลูกหนัง&#8230;พี่ คือกุนซือสมองเพชร บนเวทีมิตรภาพ&#8230;พี่ คือพี่ชายที่น่ารัก บนเวทีเกียรติยศ&#8230;พี่ คือ นักเตะ-โค้ชทรนง บนเวทีแห่งรัก&#8230;พี่ คือยอดคุณพ่อและยอดสามี บนเวทีชีวิต&#8230;พี่ คือ ยอดนักสู้ตราบลมหายใจสุดท้าย&#8230;RIP &#8220;เดอะแต๊ก&#8221;อรรถพล ปุษปาคม ยอดนักเตะและยอดโค้ช แห่งวงการลูกหนังไทย&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;โอเปิ้ล&#8221; ประภาพร เชาวนาศิริ</strong> ผู้สื่อข่าวกีฬาไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Opel Prapaporn ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพี่ ฝีมือความเจ๋ง เกียรติประวัติของพี่ที่ทำให้วงการฟุตบอลไทยจะอยู่ในใจของโอไปอีกนาน&#8230;พักผ่อนให้สบายนะพี่ RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม&#8221;  </p>
<p><strong>&#8220;น้าเทิด&#8221; เทิดศักดิ์ ใจมั่น</strong> กองกลางตัวเก๋า ชลบุรี เอฟซี เขียนข้อความบรรยายภาพในอินสตาแกรม therdsak8 ว่า &#8220;หลับให้สบายครับพี่ พี่ไปสบายแล้วครับ รักและคิดถึงเสมอครับพี่แต๊ก&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;โก้&#8221; ดัสกร ทองเหลา</strong> กัปตันทีมเอสซีจี เมืองทองฯ โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม captain_ko7 ว่า &#8220;RIP พี่แต๊ก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว &#8220;ปุษปาคม&#8221; ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสอนนะครับพี่ หลับให้สบายนะครับพี่แต๊ก รักและคิดถึงพี่ครับ&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;แมท&#8221; ปิยะชาติ ถามะพันธ์</strong> กองกลางบางกอกกล๊าส เอฟซี ไว้อาลัยโค้ชแต๊กในอินสตาแกรม math_pt ว่า &#8220;RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม ขอเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสั่งสอน ตั้งแต่เด็กจนโต ขอให้อาจารย์หลับให้สบายนะครับ&#8221; </p>
<p>ทั้งนี้ มีรายงานว่า พิธีศพของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; จะตั้งไว้ที่วัดธาตุทอง และวันนี้ (16 เมษายน) จะมีการรดน้ำศพ รวมถึงสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดธาตุทอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2730/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ช้างศึก” ซัดชัยลอดช่อง 2-0</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2624</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2624#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2015 04:30:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ช้างศึก]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลกระชับมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ลอดช่อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2624</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2558 ทีมชาติไทย 2-0 ทีมชาติสิงคโปร์ สนาม : เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โคราช เริ่มครึ่งแรกผ่านไปได้ 7 นาที สิงคโปร์ทักทายก่อน จากลูกฟรีคิกด้านขวา โยนไปหน้าประตู แต่บอลลึกเกินไป ชนินทร์ แซ่เอียะ โดดรับไว้ได้ น.13 ทีมไทย มีโอกาสบ้าง จาก จักพันธ์ พรใส ปั่นฟรีคิกทางฝั่งซ้าย บอลโค้งเฉียดเสาแรกหลุดกรอบออกไป น.20 จักพันธ์ พรใส มีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่พาบอลจากฝั่งขวาแล้วตัดเข้ากลาง ก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลหลุดกรอบออกหลังไปอีก ถัดมา2 นาที สิงคโปร์ เกือบได้ประตู จากเกมสวนกลับ ซอฟวาน บาฮารุดดิน สปีดพยายามมาเอาบอลในเขตโทษ ชนินทร์ ออกมาสกัดได้ก่อน แต่บอลก็ไปเข้าทางผู้เล่นของทีมเยือนอีกครั้ง แต่ชนินทร์ก็ยังตามไปตะคุบไว้ได้ น.38 ทีมเยือน มีลุ้น เมื่อได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย เปิดโค้งไปเสาสองถึง คอยรุล อัมรี ขึ้นโขกคนเดียวแต่บอลข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมไทยครองบอลได้มากกว่า แต่ไม่สามารถหาโอกาสปิดสกอร์ ทำให้จบครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 0-0 เริ่มครึ่งหลัง น.47 ทีมไทย น่าจะได้ประตู จากจังหวะที่ จักพันธ์ ไหลบอลให้ อดิศักดิ์ ไกรษร กดด้วยซ้ายเน้นๆ ในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย น.71 ไทย มีโอกาส เมื่อ สารัช อยู่เย็น โยนบอลยาวเข้าเขตโทษให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ พักอกหนึ่งจังหวะ ก่อนตวัดด้วยขวาบอลหลุดกรอบออกไป 2 นาทีถัดมา ทีมไทยได้โอกาสอีกครั้ง เมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร ไหลบอลย้อนหลังให้ ธีราธร บุญมาทัน วิ่งมากดด้วยซ้ายบอลพุ่งตรงกรอบ แต่ไปติดเซฟ อิซวาน มะห์บัด น.84 คอยรุล อัมรี โยนบอลจากฝั่งซ้ายไปหน้าประตู ซาฮิล สุไฮมี วิ่งชาร์จแต่บอลข้ามคานออกไป ช่วง 5 นาทีท้ายก่อนทดเจ็บ ทีมไทยมาได้ประตูออกนำ 1-0 เมื่อ ธีราทร บุญมาทัน เปิดลูกฟรีคิกเข้าเขตโทษ และเป็น สุทธินันท์ พุกหอม ที่โฉบมาโขกสบัดเข้าไป ช่วงทดเวลา ทีมไทยหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์ ยกบอลขึ้นหน้าให้ ปกเกล้า อนันต์ สอดมาเอาบอล ก่อนกระดกบอลข้ามผู้รักษาประตูสิงคโปร์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น และจบเกมไปด้วยสกอร์นี้ รายชื่อ 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีม ทีมชาติไทย : ชนินทร์ แซ่เอียะ, พุทธินันท์ วรรณศรี, ประทุม ชูทอง, สุทธินันท์ พุกหอม, ธีราทร บุญมาทัน, วิทยา หมัดหลำ, ปกเกล้า อนันต์, รุ่งรัตน์ ภูมิจันทึก, จักพันธ์ พรใส, ประกิต ดีพร้อม, อดิศักดิ์ ไกรษร ทีมชาติสิงคโปร์ : อิซวาน มะห์บัด, ซอฟวาน บาฮารุดดิน, อาฟิก ยูนอส(ฮาฟิซ ซูจาด น.34), อิสมาดี มุขตาร, ไซฟุล อิซาห์, ฮาริสส์ ฮารัน, กาเบรียล กัวค์, ฟาริส รามลิ, ซัลฟอห์มี อาริฟิน, ซาฮิล สุไฮมี, คอยรุล อัมรี]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2625" style="width: 630px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/20.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/20.jpg" alt="ช้างศึก" width="620" height="372" class="size-full wp-image-2625" /></a><p class="wp-caption-text">ช้างศึก</p></div>
<p><iframe width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/IzaBoE9QuQk?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ</p>
<p>วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2558</p>
<p>ทีมชาติไทย 2-0 ทีมชาติสิงคโปร์</p>
<p>สนาม : เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โคราช</p>
<p>เริ่มครึ่งแรกผ่านไปได้ 7 นาที สิงคโปร์ทักทายก่อน จากลูกฟรีคิกด้านขวา โยนไปหน้าประตู แต่บอลลึกเกินไป ชนินทร์ แซ่เอียะ โดดรับไว้ได้</p>
<p>น.13 ทีมไทย มีโอกาสบ้าง จาก จักพันธ์ พรใส ปั่นฟรีคิกทางฝั่งซ้าย บอลโค้งเฉียดเสาแรกหลุดกรอบออกไป</p>
<p>น.20 จักพันธ์ พรใส มีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่พาบอลจากฝั่งขวาแล้วตัดเข้ากลาง ก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลหลุดกรอบออกหลังไปอีก</p>
<p>ถัดมา2 นาที สิงคโปร์ เกือบได้ประตู จากเกมสวนกลับ ซอฟวาน บาฮารุดดิน สปีดพยายามมาเอาบอลในเขตโทษ ชนินทร์ ออกมาสกัดได้ก่อน แต่บอลก็ไปเข้าทางผู้เล่นของทีมเยือนอีกครั้ง แต่ชนินทร์ก็ยังตามไปตะคุบไว้ได้</p>
<p>น.38 ทีมเยือน มีลุ้น เมื่อได้ลูกเตะมุมด้านซ้าย เปิดโค้งไปเสาสองถึง คอยรุล อัมรี ขึ้นโขกคนเดียวแต่บอลข้ามคานออกไป</p>
<p>ช่วงท้ายเกมไทยครองบอลได้มากกว่า แต่ไม่สามารถหาโอกาสปิดสกอร์ ทำให้จบครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 0-0</p>
<p>เริ่มครึ่งหลัง น.47 ทีมไทย น่าจะได้ประตู จากจังหวะที่ จักพันธ์ ไหลบอลให้ อดิศักดิ์ ไกรษร กดด้วยซ้ายเน้นๆ ในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>น.71 ไทย มีโอกาส เมื่อ สารัช อยู่เย็น โยนบอลยาวเข้าเขตโทษให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ พักอกหนึ่งจังหวะ ก่อนตวัดด้วยขวาบอลหลุดกรอบออกไป</p>
<p>2 นาทีถัดมา ทีมไทยได้โอกาสอีกครั้ง เมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร ไหลบอลย้อนหลังให้ ธีราธร บุญมาทัน วิ่งมากดด้วยซ้ายบอลพุ่งตรงกรอบ แต่ไปติดเซฟ อิซวาน มะห์บัด</p>
<p>น.84 คอยรุล อัมรี โยนบอลจากฝั่งซ้ายไปหน้าประตู ซาฮิล สุไฮมี วิ่งชาร์จแต่บอลข้ามคานออกไป</p>
<p>ช่วง 5 นาทีท้ายก่อนทดเจ็บ ทีมไทยมาได้ประตูออกนำ 1-0 เมื่อ ธีราทร บุญมาทัน เปิดลูกฟรีคิกเข้าเขตโทษ และเป็น สุทธินันท์ พุกหอม ที่โฉบมาโขกสบัดเข้าไป</p>
<p>ช่วงทดเวลา ทีมไทยหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์ ยกบอลขึ้นหน้าให้ ปกเกล้า อนันต์ สอดมาเอาบอล ก่อนกระดกบอลข้ามผู้รักษาประตูสิงคโปร์ เข้าไปอย่างเหนือชั้น และจบเกมไปด้วยสกอร์นี้</p>
<p>รายชื่อ 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีม</p>
<p>ทีมชาติไทย : ชนินทร์ แซ่เอียะ, พุทธินันท์ วรรณศรี, ประทุม ชูทอง, สุทธินันท์ พุกหอม, ธีราทร บุญมาทัน, วิทยา หมัดหลำ, ปกเกล้า อนันต์, รุ่งรัตน์ ภูมิจันทึก, จักพันธ์ พรใส, ประกิต ดีพร้อม, อดิศักดิ์ ไกรษร</p>
<p>ทีมชาติสิงคโปร์ : อิซวาน มะห์บัด, ซอฟวาน บาฮารุดดิน, อาฟิก ยูนอส(ฮาฟิซ ซูจาด น.34), อิสมาดี มุขตาร, ไซฟุล อิซาห์, ฮาริสส์ ฮารัน, กาเบรียล กัวค์, ฟาริส รามลิ, ซัลฟอห์มี อาริฟิน, ซาฮิล สุไฮมี, คอยรุล อัมรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2624/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผี มีชัย เก็บสามแต้มจาก หงษ์</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2584</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2584#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2015 02:23:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[วันแดงเดือด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2584</guid>
		<description><![CDATA[สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาที เหมือนสิ้นใจเหล่าสาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;&#8230;กับความพ่ายแพ้อันแสนเจ็บปวดที่ถูก &#8220;ปีศาจแดง&#8221; บุกมาย้ำแค้นได้อีกครั้ง!! จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอยกับ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; โดยเฉพาะแฟนคลับ&#8221;หงส์&#8221;ที่อยากเห็นการชำระแค้นคืน..แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นซิครับ! แต่กลับต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เมื่อถูก แมนฯ ยูฯ บุกมาเชือด 2-1 ถึงถิ่น งานนี้เลยเชื่อว่า&#8230;สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;(ทั่วโลก) อาจจะต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว..(เพราะเพื่อนแมรงงงง..ล้อไม่เลิก) ซึ่งสถิติก่อนเกมของเจ้าถิ่น &#8220;หงส์แดง&#8221; ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะนับตั้งแต่พ่ายศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้ทีมใดมา 13 นัดแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด แถม 5 นัด ล่าสุดในลีกก็ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งได้ทั้งหมด ด้วยระบบการเล่นที่ลงตัวทั้งเกมรุกและรับบวกกับความมั่นใจของนักเตะ (พลังหนุ่ม) ที่มีมากขึ้น ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างที่เห็น (และนั้นอาจหมายถึงโอกาศในการลงสนามของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด) และจากที่สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221; เคยส่ายหน้ากลับมา &#8220;เชื่อถือและศรัทธา&#8221; นายใหญ่ชาวไอริชอีกครั้ง ส่วนทางด้านทีมเยือน ยูไนเต็ด ดูน่าเป็นห่วงมากกว่ากับฟอร์มชวนหลอน แถมตอนนี้ยังหา 11 ตัวจริงไม่ได้เลย (จะจบฤดูกาลอยู่ละ) แต่ล่าสุดกับเกมที่เปิดบ้านชนะสเปอร์ส 3-0 นั้นถือว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในซีซันนี้ก็คงไม่ผิด..เพราะทุกคนก็คิดอย่างนั้น (แต่เอาเหอะภาพรวมก็ยังดูดีขึ้นมาเหมือนกัน) ดูจากองค์ประกอบแล้วคงไม่มีใครย่อมใครแน่ &#8220;ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ&#8221; บวกกับการเดิมพันด้วยตั๋วแชมป์เปี้ยนลีกปีหน้า เลยเชื่อว่าจะเป็นเกมที่ร้อนระอุแบบสุดๆ ที่ทั้งสองทีมจะต้องพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยประตูออกนำ 1-0 ของ แมนฯ ยูฯ ได้มาในนาทีที่ 14 จากการจ่ายบอลทะลุช่องของ อันเดร์ เอร์เรร่า ให้ ฆวน มาต้า หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปนั้น เกิดจากแนวรับลิเวอร์พูลประกบตัวห่างเกินไป เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรกพลพรรค &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ทำได้ดีจากการครองบอลที่มากกว่าบวกกับการส่งบอลที่แม่นยำอย่างเห็นได้ชัด แต่ น.34 เจ้าถิ่นกับเสียโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดายไม่น้อย จากลูกวิ่งมาแปเน้นๆ ของ อดัม ลัลลาน่า หลุดกรอบออกไปแบบน่าเขกกระโหลก สรุปครึ่งแรกแมนฯยูฯ เล่นดีกว่าแถมสกอร์ก็นำอยู่ 1-0 ครึ่งหลังถือเป็นงานหนักของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ว่าได้ เลยส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแทนลัลลาน่า หวังแก้อาการปวดหัว แต่กลับต้องกินยาลดความดันเพิ่มอีก เมื่อมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ต่อหน้าต่อตา มาร์ติน แอ็ตกินสัน ทั้งที่เพิ่งเหยียบสนามได้เพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น เล่นทำเอาแฟนหงส์ช็อกไปชั่วขณะกับเหตุการณ์นี้ สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมาเสียประตูที่สอง จากลูกยิงสุดสวยของ ฆวน มาต้า ที่สามารถส่งประกวดได้เลย จากจังหวะกระโดดลอยตัววอลเลย์ในเขตโทษ น.59 แต่ไม่น่าเชื่อหลังจาก &#8220;เดอะค็อป&#8221; เหลือ 10 คนกลับเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตา และมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทงทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไป นาทีที่ 69 หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เล่นเป็นทรงมากขึ้นและโหมบุกใส่ &#8220;ขุนพลผีแดง&#8221; แบบได้น้ำได้เนื้อเหมือนกัน แต่เจ้าถิ่นก็มาพลาดช่วงทดเจ็บอีกจนได้เมื่อมาเสียจุดโทษ แต่โชคยังดีที่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงไม่เข้า จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 2-1 หยุดสถิติของลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครในลีก 13 นัดติดอย่างเจ็บแสบ &#8220;สรุปเกมนี้ที่ผมเห็นในครึ่งแรกลูกทีมของ ฟาน กัล เล่นแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดช่องกว้างในการส่งบอลที่แม่นยำและเล่นด้วยความมั่นใจกว่าเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลน้อยแถมเสียบอลกันง่ายเกินไป&#8221; &#8220;ส่วนครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เล่นแบบชะล่าใจ หลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เลยไม่ค่อยเข้าไปไล่กดดันปล่อยให้ลูกทีม ร็อดเจอร์ กลับมาสู่กลับอีกครั้ง และสร้างโอกาศยิงได้มากกว่า&#8221; แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ &#8220;มันก็คือวันที่ใช่ของ ฆวน มาต้า แต่เป็นวันที่ไม่ใช่ของ เจอร์ราร์ด&#8221; เพราะสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมนี้โดยตรง!! ชัยชนะของ..&#8221;ปีศาจแดง&#8221; ในครั้งนี้ ที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง..ก็ยังเชื่อว่าคงจะไม่ทำให้บัลลังก์จ่าฝูงของทัพ &#8220;สิงห์บลูส์&#8221; เชลซีสั่นคลอนอย่างแน่นอน ยังไงเราคงต้องติดตามลุ้นและคอยเอาใจช่วย ผลงานของพลพรรค &#8220;เร้ดอาร์มี่&#8221; ว่าจะสามารถยึดตำแหน่งท็อปโฟร์คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปฤดูกาลหน้าต่อไป ได้หรือไม่? ให้สมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หลุยส์ ฟาน กัล&#8221; โปรแกรม 8 นัด ที่เหลือของแมนฯ ยูไนเต็ด ดูบอลออนไลน์ คลิก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แอสตัน วิลลา (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน) เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 18 เมษายน) เอฟเวอร์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม) คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม) ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2585" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/ml.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/ml-300x224.jpg" alt="ผี" width="300" height="224" class="size-medium wp-image-2585" /></a><p class="wp-caption-text">ผี</p></div>
<p>สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาที เหมือนสิ้นใจเหล่าสาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;&#8230;กับความพ่ายแพ้อันแสนเจ็บปวดที่ถูก &#8220;ปีศาจแดง&#8221; บุกมาย้ำแค้นได้อีกครั้ง!!</p>
<p>จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอยกับ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; โดยเฉพาะแฟนคลับ&#8221;หงส์&#8221;ที่อยากเห็นการชำระแค้นคืน..แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นซิครับ!</p>
<p>แต่กลับต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เมื่อถูก แมนฯ ยูฯ บุกมาเชือด 2-1 ถึงถิ่น งานนี้เลยเชื่อว่า&#8230;สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;(ทั่วโลก) อาจจะต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว..(เพราะเพื่อนแมรงงงง..ล้อไม่เลิก)</p>
<p>ซึ่งสถิติก่อนเกมของเจ้าถิ่น &#8220;หงส์แดง&#8221; ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะนับตั้งแต่พ่ายศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้ทีมใดมา 13 นัดแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด แถม 5 นัด ล่าสุดในลีกก็ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งได้ทั้งหมด</p>
<p>ด้วยระบบการเล่นที่ลงตัวทั้งเกมรุกและรับบวกกับความมั่นใจของนักเตะ (พลังหนุ่ม) ที่มีมากขึ้น ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างที่เห็น (และนั้นอาจหมายถึงโอกาศในการลงสนามของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด) และจากที่สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221; เคยส่ายหน้ากลับมา &#8220;เชื่อถือและศรัทธา&#8221; นายใหญ่ชาวไอริชอีกครั้ง</p>
<p>ส่วนทางด้านทีมเยือน ยูไนเต็ด ดูน่าเป็นห่วงมากกว่ากับฟอร์มชวนหลอน แถมตอนนี้ยังหา 11 ตัวจริงไม่ได้เลย (จะจบฤดูกาลอยู่ละ) แต่ล่าสุดกับเกมที่เปิดบ้านชนะสเปอร์ส 3-0 นั้นถือว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในซีซันนี้ก็คงไม่ผิด..เพราะทุกคนก็คิดอย่างนั้น (แต่เอาเหอะภาพรวมก็ยังดูดีขึ้นมาเหมือนกัน)</p>
<p>ดูจากองค์ประกอบแล้วคงไม่มีใครย่อมใครแน่ &#8220;ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ&#8221; บวกกับการเดิมพันด้วยตั๋วแชมป์เปี้ยนลีกปีหน้า เลยเชื่อว่าจะเป็นเกมที่ร้อนระอุแบบสุดๆ ที่ทั้งสองทีมจะต้องพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง</p>
<p>โดยประตูออกนำ 1-0 ของ แมนฯ ยูฯ ได้มาในนาทีที่ 14 จากการจ่ายบอลทะลุช่องของ อันเดร์ เอร์เรร่า  ให้ ฆวน มาต้า หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปนั้น เกิดจากแนวรับลิเวอร์พูลประกบตัวห่างเกินไป</p>
<p>เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรกพลพรรค &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ทำได้ดีจากการครองบอลที่มากกว่าบวกกับการส่งบอลที่แม่นยำอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>แต่ น.34 เจ้าถิ่นกับเสียโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดายไม่น้อย จากลูกวิ่งมาแปเน้นๆ ของ อดัม ลัลลาน่า หลุดกรอบออกไปแบบน่าเขกกระโหลก สรุปครึ่งแรกแมนฯยูฯ เล่นดีกว่าแถมสกอร์ก็นำอยู่ 1-0</p>
<p>ครึ่งหลังถือเป็นงานหนักของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ว่าได้ เลยส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแทนลัลลาน่า หวังแก้อาการปวดหัว แต่กลับต้องกินยาลดความดันเพิ่มอีก เมื่อมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม</p>
<p>หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ต่อหน้าต่อตา มาร์ติน แอ็ตกินสัน ทั้งที่เพิ่งเหยียบสนามได้เพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น เล่นทำเอาแฟนหงส์ช็อกไปชั่วขณะกับเหตุการณ์นี้</p>
<p>สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมาเสียประตูที่สอง จากลูกยิงสุดสวยของ  ฆวน มาต้า ที่สามารถส่งประกวดได้เลย จากจังหวะกระโดดลอยตัววอลเลย์ในเขตโทษ น.59</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อหลังจาก &#8220;เดอะค็อป&#8221; เหลือ 10 คนกลับเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตา และมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่  แทงทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไป นาทีที่ 69</p>
<p>หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เล่นเป็นทรงมากขึ้นและโหมบุกใส่ &#8220;ขุนพลผีแดง&#8221; แบบได้น้ำได้เนื้อเหมือนกัน </p>
<p>แต่เจ้าถิ่นก็มาพลาดช่วงทดเจ็บอีกจนได้เมื่อมาเสียจุดโทษ แต่โชคยังดีที่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงไม่เข้า จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 2-1 หยุดสถิติของลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครในลีก 13 นัดติดอย่างเจ็บแสบ</p>
<p>&#8220;สรุปเกมนี้ที่ผมเห็นในครึ่งแรกลูกทีมของ ฟาน กัล เล่นแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดช่องกว้างในการส่งบอลที่แม่นยำและเล่นด้วยความมั่นใจกว่าเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลน้อยแถมเสียบอลกันง่ายเกินไป&#8221;</p>
<p>&#8220;ส่วนครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เล่นแบบชะล่าใจ หลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เลยไม่ค่อยเข้าไปไล่กดดันปล่อยให้ลูกทีม ร็อดเจอร์ กลับมาสู่กลับอีกครั้ง และสร้างโอกาศยิงได้มากกว่า&#8221;</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ &#8220;มันก็คือวันที่ใช่ของ ฆวน มาต้า แต่เป็นวันที่ไม่ใช่ของ เจอร์ราร์ด&#8221; เพราะสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมนี้โดยตรง!!</p>
<p>ชัยชนะของ..&#8221;ปีศาจแดง&#8221; ในครั้งนี้ ที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง..ก็ยังเชื่อว่าคงจะไม่ทำให้บัลลังก์จ่าฝูงของทัพ &#8220;สิงห์บลูส์&#8221; เชลซีสั่นคลอนอย่างแน่นอน</p>
<p>ยังไงเราคงต้องติดตามลุ้นและคอยเอาใจช่วย ผลงานของพลพรรค &#8220;เร้ดอาร์มี่&#8221; ว่าจะสามารถยึดตำแหน่งท็อปโฟร์คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปฤดูกาลหน้าต่อไป ได้หรือไม่?</p>
<p>ให้สมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หลุยส์ ฟาน กัล&#8221;</p>
<p>โปรแกรม 8 นัด ที่เหลือของแมนฯ ยูไนเต็ด <a href="http://www.zabzaa.com/ball/" target="_blank">ดูบอลออนไลน์</a> คลิก</p>
<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs แอสตัน วิลลา (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน)<br />
เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 18 เมษายน)<br />
เอฟเวอร์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม)<br />
คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม)<br />
ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2584/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“เบล” ลั่นเอง ไม่ย้ายซบผีแดง แน่นอน</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2394</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2394#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2015 04:17:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ราชันชุดขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เรอัล มาดริด]]></category>
		<category><![CDATA[แกเร็ธ เบล]]></category>
		<category><![CDATA[แมนฯ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2394</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;แกเร็ธ เบล&#8221; ปีกตัวจี๊ดของ &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; เรอัล มาดริด ออกมายืนยันว่ายังมีความสุขกับทีม และไม่เคยคิดย้ายไปร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; มาโดยตลอดสำหรับ &#8220;แกเร็ธ เบล&#8221; ปีกวานรของ เรอัล มาดริด ล่าสุดออกมายืนยันว่าไม่คิดที่จะย้ายไปร่วมทัพกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามที่เป็นข่าว พร้อมยืนยันยังแฮปปี้กับราชันชุดขาว แม้ก่อนหน้านี้อดีตปีกตัวเก่งของ สเปอร์ส ตกเป็นข่าวว่าอาจถูกปล่อยตัวออกจากทีมเพื่อย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เจ้าตัวทนกระแสข่าวดังกล่าวไม่ไหว จึงออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าไม่เคยคิดที่จะย้ายไปร่วมทัพทีมปีศาจแดงเลย และยังมีความสุขกับ เรอัล มาดริด อยู่ สัญญาก็ยังมีอีกหลายปี ไม่ย้ายไปไหนแน่นอน “ผมแทบจะนึกภาพตัวเองลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ออกเลย ในการสัมภาษณ์ทุกครั้งที่ผ่านมา ผมก็ยังยืนยันเสมอว่ายังมีความสุขกับ เรอัล มาดริด และผมจะถูกถามคำถามนี้มาโดยตลอด ผมยังมีสัญญากับทีมอีกหลายปีและกำลังสนุกกับการที่ได้ลงเล่นที่นี่ ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อคว้าแชมป์กับทีมต่อไปอย่างแน่นอน” แกเร็ธ เบล กล่าว]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2395" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/01/bel.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/01/bel-300x180.jpg" alt="แกเร็ธ เบล" width="300" height="180" class="size-medium wp-image-2395" /></a><p class="wp-caption-text">แกเร็ธ เบล</p></div>
<p>&#8220;แกเร็ธ เบล&#8221; ปีกตัวจี๊ดของ &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; เรอัล มาดริด ออกมายืนยันว่ายังมีความสุขกับทีม และไม่เคยคิดย้ายไปร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน</p>
<p>ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; มาโดยตลอดสำหรับ &#8220;แกเร็ธ เบล&#8221; ปีกวานรของ เรอัล มาดริด ล่าสุดออกมายืนยันว่าไม่คิดที่จะย้ายไปร่วมทัพกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามที่เป็นข่าว พร้อมยืนยันยังแฮปปี้กับราชันชุดขาว</p>
<p>แม้ก่อนหน้านี้อดีตปีกตัวเก่งของ สเปอร์ส ตกเป็นข่าวว่าอาจถูกปล่อยตัวออกจากทีมเพื่อย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เจ้าตัวทนกระแสข่าวดังกล่าวไม่ไหว จึงออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าไม่เคยคิดที่จะย้ายไปร่วมทัพทีมปีศาจแดงเลย และยังมีความสุขกับ เรอัล มาดริด อยู่ สัญญาก็ยังมีอีกหลายปี ไม่ย้ายไปไหนแน่นอน</p>
<p>“ผมแทบจะนึกภาพตัวเองลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ออกเลย ในการสัมภาษณ์ทุกครั้งที่ผ่านมา ผมก็ยังยืนยันเสมอว่ายังมีความสุขกับ เรอัล มาดริด และผมจะถูกถามคำถามนี้มาโดยตลอด ผมยังมีสัญญากับทีมอีกหลายปีและกำลังสนุกกับการที่ได้ลงเล่นที่นี่ ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อคว้าแชมป์กับทีมต่อไปอย่างแน่นอน” แกเร็ธ เบล กล่าว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2394/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สกู๊ปหลังเกม “ผี”ทะลวงใส้”หงส์”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2182</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2182#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2014 05:47:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[มาต้าและฟาน เพอร์ซี่]]></category>
		<category><![CDATA[รูนี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2182</guid>
		<description><![CDATA[ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่ โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221; แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่ ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)? ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221; ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0 เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !! &#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง เรื่องโดย : มิดไนท์ cr sanook]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg" alt="ศึกแดงเดือด" width="620" height="372" class="alignleft size-full wp-image-2183" /></a></p>
<p>ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ  ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่</p>
<p>โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ </p>
<p>ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ  แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน</p>
<p>แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221;</p>
<p>แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่</p>
<p>ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ</p>
<p>แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)?</p>
<p>ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป </p>
<p>จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221;</p>
<p>ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา</p>
<p>ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป</p>
<p>ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0</p>
<p>เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก</p>
<p>และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ</p>
<p>ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี </p>
<p>และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย</p>
<p>บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !!</p>
<p>&#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง</p>
<p>เรื่องโดย : มิดไนท์</p>
<p>cr sanook</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2182/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขุนค้อนเปิดรัง ทุบหงส์ปีกหัก 3-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/811</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/811#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2014 01:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวหงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[เวสต์แฮม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=811</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล สนาม : โบลีน กราวด์ ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล เริ่มเกมครึ่งแรก ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้ ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น น.13 เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2 น.40 เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1 เริ่มเกมครึ่งหลัง น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น 3-1 จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/hk.jpg" alt="hk" width="600" height="360" class="alignnone size-full wp-image-812" /></a></p>
<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557</p>
<p>เวสต์แฮม 3-1 ลิเวอร์พูล</p>
<p>สนาม : โบลีน กราวด์</p>
<p>ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน</p>
<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามโบลีน กราวด์ ระหว่างทีม &#8220;ขุนค้อน&#8221; เวสต์แฮม จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ลิเวอร์พูล </p>
<p>เริ่มเกมครึ่งแรก</p>
<p>ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แฟนเจ้าถิ่น เวสต์แฮม ก็ได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกบอลมาถึง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เสาสองโหม่งย้อนมาหน้าประตูให้ วินสตัน รีด โขกจ่อๆ เข้าไปไม่เหลือ</p>
<p>และนาทีที่ 7 เวสต์แฮม หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ค โนเบิ้ล ไหลบอลออกขวาให้  ดิยาฟรา ซาโก้ ก่อนตัดสินใจชิพบอลข้ามตัว ซิมง มิโญเลต์ ย้อยเข้าประตูอย่างเหนือชั้น</p>
<p>น.13  เจ้าถิ่น มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ อารอน เครสส์เวลล์ ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ ซิมง มิโญเลต์ ออกแรงปัดออกหลังไป</p>
<p>น. 26 ทีมเยือน ลิเวอร์พูล มาตีไข่แตกได้สำเร็จ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ เกี่ยวบอลลงก่อนซัดด้วยขวา ติดแนวรับ เจ้าถิ่น แต่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาซ้ำเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้  ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 1-2</p>
<p>น.40  เอ็นเนร์ วาเลนเซีย ได้โอกาสสับไกในเขตโทษ หวังเสียบเสาแรก  แต่ ซิมง มิโญเลต์ ตัดสินใจล้มตัวปัดออกไปก่อน</p>
<p>ช่วงทดเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มเติมกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เจ้าถิ่น  เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-1</p>
<p>เริ่มเกมครึ่งหลัง</p>
<p>น.54 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จาก มาริโอ บาโลเตลลี่ แทงบอลให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ทะลุเข้าเขตโทษด้านขวา  แต่ยิงได้ไม่ดีพอไปเข้าซอง อาเดรียน รับได้สบาย </p>
<p>น.59 ทีมเยือน ได้ลุ้น จากลูกยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ไปตรงตัว อาเดรียน รับเได้อีก</p>
<p>น. 61 ลิเวอร์พูล บุกมากขึ้น และมีโอกาสจาก ฟาบิโอ บอรินี่ มีโอกาสซัดเน้นๆ แต่บอลแรงเกินเหินข้ามคานออกหลังไป</p>
<p>น.88 เจ้าถิ่น มาได้ประตูที่สาม เมื่อ มามาดู ซาโก้ เคลียร์บอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้ มอร์แกน อมัลฟิตาโน่ วิ่งมาซัด ผ่านมือ  ซิมง มิโญเลต์ เสียบเสาสองเข้าไป ทำให้ เวสต์แฮม นำ ลิเวอร์พูล เป็น  3-1</p>
<p>จบเกม 90 นาที เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 3-1 ส่งผลให้เวสต์แฮม เก็บได้อีก 3 คะแนน พร้อมขึ้นไปอยู่อันดับ 8 ส่วน ลิเวอร์พูล แพ้ 2 นัดติดต่อกันหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง</p>
<p>รายชื่อ11ผู้เล่นแรกที่ลงสนามของทั้งสองทีม</p>
<p>เวสต์แฮม (4-3-1-2) : อาเดรียน, กีย์ เดเมล, เจมส์ ทอมกิ้นส์, วินสตัน รีด, อารอน เครสส์เวลล์, ชีคู คูยาเต้, มาร์ค โนเบิ้ล, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อเล็กซ์ ซง, ดิยาฟรา ซาโก้, เอ็นเนร์ วาเลนเซีย</p>
<p>ลิเวอร์พูล (4-4-2) : ซิมง มิโญเลต์, ฆาเบียร์ มานกีโย่, เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี่, ฟาบิโอ บอรินี่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/811/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟัลเกา ตื่นเต้น ได้ร่วมทีมด็อบบี้</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/808</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/808#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2014 06:10:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ราดาเมล ฟัลเกา]]></category>
		<category><![CDATA[อังเกล ดิ มาเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=808</guid>
		<description><![CDATA[ราดาเมล ฟัลเกาหัวหอกตัวยืมของ&#8221;ปีศาจแดง&#8221;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสุดตื่นเต้นที่สุดท้ายก็ได้มีโอกาสลงเล่นทีมเดียวกับอังเกล ดิ มาเรียปีกหน้าละม้ายคล้ายเอลฟ์เสียที ดิ มาเรีบเพิ่งย้ายจากเรอัล มาดริดมาร่วมถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษ 59.7 ล้านปอนด์และเขาก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในสีเสื้อยูไนเต็ดไปแล้ว &#8220;ตอนที่ผมอยู่กับโมนาโก ผมพยายามให้เขาย้ายมาจอยกับผมที่นั่น&#8221;ฟัลเกากล่าว &#8220;เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ คำชมเชยอาจจะน้อยเกินไปที่จะอธิบายถึงเขา ผมรู้ว่าเขาสามารถสร้างประโยชน์ให้กับกองหน้าได้มากมายแค่ไหน เขาจะช่วยเหลือผมได้เป็นอย่างมาก&#8221; &#8220;เราพูดภาษาเดียวกัน เราทั้งคู่มาจากอเมริกาใต้&#8221; &#8220;พรสวรรค์ของเขาจะเป็นแรงกระตุ้นพิเศษสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด&#8221;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/231265.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/231265.jpg" alt="231265" width="500" height="336" class="alignnone size-full wp-image-809" /></a></p>
<p>ราดาเมล ฟัลเกาหัวหอกตัวยืมของ&#8221;ปีศาจแดง&#8221;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสุดตื่นเต้นที่สุดท้ายก็ได้มีโอกาสลงเล่นทีมเดียวกับอังเกล ดิ มาเรียปีกหน้าละม้ายคล้ายเอลฟ์เสียที</p>
<p>ดิ มาเรีบเพิ่งย้ายจากเรอัล มาดริดมาร่วมถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษ 59.7 ล้านปอนด์และเขาก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในสีเสื้อยูไนเต็ดไปแล้ว &#8220;ตอนที่ผมอยู่กับโมนาโก ผมพยายามให้เขาย้ายมาจอยกับผมที่นั่น&#8221;ฟัลเกากล่าว</p>
<p>&#8220;เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ คำชมเชยอาจจะน้อยเกินไปที่จะอธิบายถึงเขา ผมรู้ว่าเขาสามารถสร้างประโยชน์ให้กับกองหน้าได้มากมายแค่ไหน เขาจะช่วยเหลือผมได้เป็นอย่างมาก&#8221; &#8220;เราพูดภาษาเดียวกัน เราทั้งคู่มาจากอเมริกาใต้&#8221; &#8220;พรสวรรค์ของเขาจะเป็นแรงกระตุ้นพิเศษสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/808/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ราชันถล่มบาเซิ่ล 5-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/724</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/724#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Sep 2014 02:09:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[บาเซิ่ล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลยูฟ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ราชันชุดขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เรอัล มาดริด]]></category>
		<category><![CDATA[เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=724</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 เรอัล มาดริด 5 &#8211; 1 บาเซิ่ล สนาม: เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ผู้ตัดสิน: ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย) น.14 ราชันชุดขาว ขึ้นนำ จาก ฮาเมส โรดริเกซ ตอกส้นให้ นาโช่ เข้าเขตโทษทางขวาก่อนจะเปิดบอลไปโดน มาเร็ค ซูชี่ กองหลังของบาเซิ่ลเข้าประตูตัวเองไปช่วยให้ เรอัล มาดริด นำก่อน 1-0 น.30 เจ้าถิ่น ได้ประตูที่2 เมื่อ ลูก้า โมดริช โยนบอลยาวให้ แกเร็ธ เบล หลุดล้ำหน้าเข้าไปยกบอลข้าม โทมัส วาคลิค ก่อนตามไปยิงโล่งๆ เข้าประตูไป 2-0 นาทีถัดไป แกเร็ธ เบล เปิดจากกรอบเขตโทษด้านขวาไปเสาสองให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สอดมายิงจ่อๆเข้าไป เรอัล มาดริด นำห่าง 3-0 น.37 เจ้าถิ่น &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; มาบวกเพิ่มอีก เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหลบอลให้ คาริม เบนเซม่า ยิงไปติด โทมัส วาคลิค ปัดมาเข้าทาง ฮาเมส โรดริเกซ ตามซ้ำเข้าไปไม่พลาด ให้ เรอัล มาดริด ทิ้งห่าง เป็น 4-0 นาทีต่อมา แฟน บาเซิ่ล ก็ได้เฮบ้าง เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-4 จากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เดอร์ลิส กอนซาเลซ ผ่านมือ อีเกร์ กาซียาส เข้าไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลังมาถึงนาทีที่ 79 เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด มาได้ประตูปิดท้าย 5-1 เมื่อ เบนเซม่า ชิ่งให้กับ โรนัลโด้ คืนกลับมา เบนเซม่า อีกครั้ง ก่อนหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษบอลเสียบมุมซ้ายบนเข้าไปอย่างสวยงาม เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบ 90 นาที เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มสุดโหดเปิดบ้านถล่ม บาเซิ่ล ไป 5-1 เก็บสามแต้มประเดิมได้ตามคาด รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม เรอัล มาดริด: อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) &#8211; นาโช่ เฟร์นานเดซ, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า &#8211; ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, ฮาเมส โรดริเกซ &#8211; แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ บาเซิ่ล: โทมัส วาคลิค &#8211; ฟาเบียน ชาร์, วอลเตอร์ ซามูเอล, มาเร็ค ซูชี่ &#8211; โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ย์, ฟาเบียน ฟราย &#8211; โตล็องต์ ซาก้า, เบห์รัง ซาฟารี &#8211; เดร์ลิส กอนซาเลซ, ลูก้า ซุฟฟี่ &#8211; มาร์โก สเตรลแลร์ (กัปตันทีม)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/nb.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/nb.jpg" alt="nb" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-725" /></a></p>
<p>ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014-15 </p>
<p>รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี</p>
<p>วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557</p>
<p>เรอัล มาดริด 5 &#8211; 1 บาเซิ่ล </p>
<p>สนาม: เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว</p>
<p>ผู้ตัดสิน: ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)</p>
<p>น.14 ราชันชุดขาว ขึ้นนำ จาก ฮาเมส โรดริเกซ ตอกส้นให้ นาโช่ เข้าเขตโทษทางขวาก่อนจะเปิดบอลไปโดน มาเร็ค ซูชี่ กองหลังของบาเซิ่ลเข้าประตูตัวเองไปช่วยให้ เรอัล มาดริด นำก่อน 1-0</p>
<p>น.30 เจ้าถิ่น ได้ประตูที่2 เมื่อ ลูก้า โมดริช โยนบอลยาวให้ แกเร็ธ เบล หลุดล้ำหน้าเข้าไปยกบอลข้าม โทมัส วาคลิค ก่อนตามไปยิงโล่งๆ เข้าประตูไป 2-0</p>
<p>นาทีถัดไป  แกเร็ธ เบล เปิดจากกรอบเขตโทษด้านขวาไปเสาสองให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สอดมายิงจ่อๆเข้าไป เรอัล มาดริด นำห่าง 3-0 </p>
<p>น.37 เจ้าถิ่น &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; มาบวกเพิ่มอีก เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหลบอลให้ คาริม เบนเซม่า ยิงไปติด โทมัส วาคลิค ปัดมาเข้าทาง ฮาเมส โรดริเกซ ตามซ้ำเข้าไปไม่พลาด ให้ เรอัล มาดริด ทิ้งห่าง เป็น 4-0</p>
<p>นาทีต่อมา แฟน บาเซิ่ล ก็ได้เฮบ้าง เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-4 จากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เดอร์ลิส กอนซาเลซ ผ่านมือ อีเกร์ กาซียาส เข้าไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้</p>
<p>เริ่มครึ่งหลังมาถึงนาทีที่ 79 เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด มาได้ประตูปิดท้าย 5-1 เมื่อ เบนเซม่า ชิ่งให้กับ โรนัลโด้ คืนกลับมา เบนเซม่า อีกครั้ง ก่อนหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษบอลเสียบมุมซ้ายบนเข้าไปอย่างสวยงาม </p>
<p>เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบ 90 นาที เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มสุดโหดเปิดบ้านถล่ม บาเซิ่ล ไป 5-1 เก็บสามแต้มประเดิมได้ตามคาด</p>
<p>รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม</p>
<p>เรอัล มาดริด: อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) &#8211; นาโช่ เฟร์นานเดซ, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า &#8211; ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, ฮาเมส โรดริเกซ &#8211; แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้</p>
<p>บาเซิ่ล: โทมัส วาคลิค &#8211; ฟาเบียน ชาร์, วอลเตอร์ ซามูเอล, มาเร็ค ซูชี่ &#8211; โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ย์, ฟาเบียน ฟราย &#8211; โตล็องต์ ซาก้า, เบห์รัง ซาฟารี &#8211; เดร์ลิส กอนซาเลซ, ลูก้า ซุฟฟี่ &#8211; มาร์โก สเตรลแลร์ (กัปตันทีม)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/724/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.274 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-08-01 19:41:34 -->
