<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/3935</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/3935#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2016 16:05:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=3935</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2015-16 (นัดที่ 22) วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559 ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2 เวลาเตะ : 21.05 น. เริ่มเกมมานาที 10 ลิเวอร์พูล มีลุ้นจากลูกโหม่งของ อดัม ลัลลาน่า ไปติด ดาบิด เด เคอา ก่อนมีโอกาสอีกทีจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่องไกลหลุดกรอบไปนิดเดียว ถัดมา 2 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วางบอลยาวให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะยิงแรงข้ามคานไปเสีย นาที 30 แมนฯยู มีลุ้นบ้างจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ยิงไกล แต่บอลก็ไม่ตรงประตู จากนั้นโอกาสเป็นของ &#8220;หงส์แดง&#8221; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กึ่งยิงกึ่งผ่านจากด้านขวาไปหน้าประตูก่อนเลยเสาไกลออกหลัง หมด 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0 กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปแฉลบขา ดาบิด เด เคอา ผ่านหน้าประตูจนออกหลังไป นาที 55 โอกาสลุ้นใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือนจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล กดในเขตโทษด้านซ้ายเลยหน้าปากประตูออกหลัง นาที 65 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดบอลออกไปได้ นาที 71 เจ้าบ้านมีลุ้นต่อ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่ไปโดนใต้บอลเสียทำให้ลอยโด่งข้ามคานไปไกล นาที 78 กลายเป็น แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โหม่งบอลไปชนคานเด้งเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อตุงตาข่าย 1-0 ช่วงท้ายเกม &#8220;หงส์แดง&#8221; เปิดเกมแลกต้องการประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถยิงผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ &#8220;ผีแดง&#8221; ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : ระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู : ซิมง มิโยเล่ต์ กองหลัง : นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอมเร่ ชาน กองหน้า : อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เจมส์ มิลเนอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด : ระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน กองกลาง : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี่ – เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3936" style="width: 590px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/01/man-liver.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/01/man-liver.jpg" alt="ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5" width="580" height="389" class="size-full wp-image-3936" /></a><p class="wp-caption-text">ผี บุกหลอน หงส์ 1-0 ขยับขึ้นที่ 5</p></div>
<p>ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2015-16 (นัดที่ 22)<br />
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2559<br />
ลิเวอร์พูล 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</p>
<p>สนาม : แอนฟิลด์<br />
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก<br />
ถ่ายทอดสด : ซีทีเอช สเตเดี้ยม 2<br />
เวลาเตะ : 21.05 น.</p>
<p>เริ่มเกมมานาที 10 ลิเวอร์พูล มีลุ้นจากลูกโหม่งของ อดัม ลัลลาน่า ไปติด ดาบิด เด เคอา ก่อนมีโอกาสอีกทีจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่องไกลหลุดกรอบไปนิดเดียว</p>
<p>ถัดมา 2 นาที โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วางบอลยาวให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจะยิงแรงข้ามคานไปเสีย</p>
<p>นาที 30 แมนฯยู มีลุ้นบ้างจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล จ่ายบอลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ยิงไกล แต่บอลก็ไม่ตรงประตู</p>
<p>จากนั้นโอกาสเป็นของ &#8220;หงส์แดง&#8221; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กึ่งยิงกึ่งผ่านจากด้านขวาไปหน้าประตูก่อนเลยเสาไกลออกหลัง</p>
<p>หมด 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0</p>
<p>กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปแฉลบขา ดาบิด เด เคอา ผ่านหน้าประตูจนออกหลังไป</p>
<p>นาที 55 โอกาสลุ้นใกล้เคียงที่สุดของทีมเยือนจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล กดในเขตโทษด้านซ้ายเลยหน้าปากประตูออกหลัง</p>
<p>นาที 65 &#8220;หงส์แดง&#8221; เกือบได้ประตูจาก เอมเร่ ชาน ยิงไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดบอลออกไปได้</p>
<p>นาที 71 เจ้าบ้านมีลุ้นต่อ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่ไปโดนใต้บอลเสียทำให้ลอยโด่งข้ามคานไปไกล</p>
<p>นาที 78 กลายเป็น แมนฯยู มาได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ มารูยาน เฟลไลนี่ โหม่งบอลไปชนคานเด้งเข้าทาง เวย์น รูนี่ย์ วอลเลย์เต็มข้อตุงตาข่าย 1-0</p>
<p>ช่วงท้ายเกม &#8220;หงส์แดง&#8221; เปิดเกมแลกต้องการประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถยิงผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ &#8220;ผีแดง&#8221; ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว</p>
<p>รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม<br />
ลิเวอร์พูล : ระบบ 4-3-3<br />
ผู้รักษาประตู : ซิมง มิโยเล่ต์<br />
กองหลัง : นาธาเนี่ยล ไคลน์, โคโล ตูเร่, มามาดู ซาโก้, อัลเบร์โต้ โมเรโน่<br />
กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ลูคัส เลว่า, เอมเร่ ชาน<br />
กองหน้า : อดัม ลัลลาน่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เจมส์ มิลเนอร์</p>
<p>แมนฯ ยูไนเต็ด : ระบบ 4-2-3-1<br />
ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา<br />
กองหลัง : แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์, มัตเตโอ ดาร์เมียน<br />
กองกลาง : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี่ – เจสซี่ย์ ลินการ์ด, อันเดร์ เอร์เรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล<br />
กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/3935/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“บิ๊กหอย” ซัด “โก้-โชค” จับมือแค่สร้างภาพ ให้แฟนบอลมีความสุข!</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/3606</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/3606#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Sep 2015 17:14:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวซิโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=3606</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวกีฬาฟุตบอล สืบเนื่องจากกรณีขัดแย้งระหว่าง &#8220;โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง&#8221; และ &#8220;โค้ชโชค-โชคทวี พรหมรัตน์&#8221; เฮดโค้ชและผู้ช่วยทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ล่าสุดได้ออกมาแถลงข่าวว่าปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ ล่าสุด นายธวัชชัย สัจจกุล หรือ &#8220;บิ๊กหอย&#8221; อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยชุดดรีมทีม และเป็นผู้ปลุกปั้นทั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับ โชคทวี พรหมรัตน์ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ได้เปิดเผยถึงปมความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่ ผ่านรายการ &#8220;เป็นเรื่องเป็นข่าว&#8221; ว่าการทำงานร่วมกันของโค้ชสองคนนี้ในอนาคตน่าจะลำบาก เข้าทำนอง &#8220;เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้&#8221; &#8220;พวกเขาอาจจะร่วมกันได้สักพักนึง เพื่อเอาใจแฟนบอล ผมว่าเป็นสิ่งถูกต้องที่ทั้งสองคนพยายามคุยกัน แต่เอาจริง ถามผม ผมว่ามันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก อีกสักพักก็ต่างคนต่างไป&#8221; &#8220;มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฟุตบอลเป็นสัญชาติญาณของคนเป็นโค้ช ต่างคนต่างก็ว่าฉันเก่ง&#8221; ส่วนหนึ่งบทสัมภาษณ์ของบิ๊กหอย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3607" style="width: 630px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/09/football-news.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/09/football-news.jpg" alt="ข่าวบอล" width="620" height="372" class="size-full wp-image-3607" /></a><p class="wp-caption-text">ข่าวบอล</p></div>
<p>ข่าวกีฬาฟุตบอล สืบเนื่องจากกรณีขัดแย้งระหว่าง &#8220;โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง&#8221; และ &#8220;โค้ชโชค-โชคทวี พรหมรัตน์&#8221; เฮดโค้ชและผู้ช่วยทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ล่าสุดได้ออกมาแถลงข่าวว่าปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้</p>
<p>ล่าสุด นายธวัชชัย สัจจกุล หรือ &#8220;บิ๊กหอย&#8221; อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยชุดดรีมทีม และเป็นผู้ปลุกปั้นทั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับ โชคทวี พรหมรัตน์ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญกับทีมฟุตบอลทีมชาติไทย</p>
<p>ได้เปิดเผยถึงปมความขัดแย้งระหว่างทั้งคู่ ผ่านรายการ &#8220;เป็นเรื่องเป็นข่าว&#8221; ว่าการทำงานร่วมกันของโค้ชสองคนนี้ในอนาคตน่าจะลำบาก เข้าทำนอง &#8220;เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้&#8221;</p>
<p>&#8220;พวกเขาอาจจะร่วมกันได้สักพักนึง เพื่อเอาใจแฟนบอล ผมว่าเป็นสิ่งถูกต้องที่ทั้งสองคนพยายามคุยกัน แต่เอาจริง ถามผม ผมว่ามันคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก อีกสักพักก็ต่างคนต่างไป&#8221;</p>
<p>&#8220;มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฟุตบอลเป็นสัญชาติญาณของคนเป็นโค้ช ต่างคนต่างก็ว่าฉันเก่ง&#8221; ส่วนหนึ่งบทสัมภาษณ์ของบิ๊กหอย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/3606/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“โบลต์” ไม่ติดใจตากล้องจีน ชน</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/3502</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/3502#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Aug 2015 12:31:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[กรีฑา]]></category>
		<category><![CDATA[กรีฑาชิงแชมป์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ตากล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักกรีฑา]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเซน โบลต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=3502</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ชวนให้บาดเสียวสุดๆ กับ &#8220;ยูเซน โบลต์&#8221; ลมกรดชาวจาเมก้า ที่ถูกตากล้องของ CCTV ขี่เซกเวย์ชนจนล้มไม่เป็นท่า ขณะเดินขอบคุณผู้ชมหลังคว้าเหรียญทอง 200 เมตร ในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก 2015 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวหลายคนมองว่า ช่างภาพรายนี้น่าจะถูกพักงานถึงกระทั้งไล่ออกเลยทีเดียว จากความผิดพลาดที่ทำให้ &#8220;โบลต์&#8221; ได้รับบาดเจ็บ แต่ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร เมื่อตากล้องดังกล่าวแสดงความรับผิดชอบด้วยการนำของขวัญมาขอโทษ &#8220;โบลต์&#8221; ตอนรับเหรียญซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ทั้งคู่ พร้อมเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้ทั้งสนามอีกด้วย ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ติดใจอะไรกัน โดยเฉพาะลมกรดชาวจาเมก้า มองว่ามันคืออุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เหนือความคาดคิดและเชื่อว่าตากล้องของ CCTV ไม่มีเจตนาทำร้ายตน]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3503" style="width: 610px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/08/bb.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/08/bb.jpg" alt="โบลต์" width="600" height="385" class="size-full wp-image-3503" /></a><p class="wp-caption-text">โบลต์</p></div>
<p>หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ชวนให้บาดเสียวสุดๆ กับ &#8220;ยูเซน โบลต์&#8221; ลมกรดชาวจาเมก้า ที่ถูกตากล้องของ CCTV  ขี่เซกเวย์ชนจนล้มไม่เป็นท่า</p>
<p>ขณะเดินขอบคุณผู้ชมหลังคว้าเหรียญทอง 200 เมตร ในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก 2015 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน</p>
<p>โดยเหตุการณ์ดังกล่าวหลายคนมองว่า ช่างภาพรายนี้น่าจะถูกพักงานถึงกระทั้งไล่ออกเลยทีเดียว จากความผิดพลาดที่ทำให้ &#8220;โบลต์&#8221; ได้รับบาดเจ็บ</p>
<p>แต่ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร เมื่อตากล้องดังกล่าวแสดงความรับผิดชอบด้วยการนำของขวัญมาขอโทษ &#8220;โบลต์&#8221; ตอนรับเหรียญซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ทั้งคู่ พร้อมเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้ทั้งสนามอีกด้วย</p>
<p>ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ติดใจอะไรกัน โดยเฉพาะลมกรดชาวจาเมก้า มองว่ามันคืออุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เหนือความคาดคิดและเชื่อว่าตากล้องของ CCTV ไม่มีเจตนาทำร้ายตน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/3502/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนกีฬาร่วมไว้อาลัย โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2730</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2730#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2015 02:59:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมเพื่อนตำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยามาฮ่า ลีกวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ปุษปาคม]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ชแต๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2730</guid>
		<description><![CDATA[จากกรณีที่ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; อรรถพล ปุษปาคม กุนซือคนเก่งของ เพื่อนตำรวจ ทีมดังจากยามาฮ่า ลีกวัน ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 52 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 เมษายน หลังจากมีอาการติดเชื้อที่กระแสเลือดและปอด นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับคนในครอบครัวฟุตบอลไทยต่างก็ได้ไว้อาลัยกับการจากไปของยอดกุนซือสมองเพชรรายนี้ กนกพล ปุษปาคม ลูกชายของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; เขียนข้อความในเฟซบุ๊ก Kanokpon Boss ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพ่อ เหนื่อยมาเยอะแล้ว บอสจะเล่นบอลให้เก่งเหมือนพ่อนะ พ่อไม่ได้ไปไหน พ่อจะอยู่ในใจและครอบครัว ปุษปาคม เสมอ รักพ่อนะ&#8221; &#8220;ซิโก้&#8221; เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรม coach_zico ว่า &#8220;พี่แต๊ก พี่คือสุดยอดกองกลางที่ผมเคยเล่นร่วมกันมา พี่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในสนามและนอกสนาม พี่คือต้นแบบของนักกีฬาทีมชาติไทย พี่เป็นตำนานของวงการฟุตบอลไทย ผมจะจดจำในสิ่งที่พี่เคยแนะนำและจะระลึกถึงพี่คนนี้ตลอดไป หลับให้สบายนะครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวปุษปาคม อย่างสุดซึ้งครับ&#8221; &#8220;ปูเป้&#8221; สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา พิธีกรกีฬาชื่อดัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า &#8220;บนเวทีฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล&#8230;พี่ คือยอดโค้ช 2014 บนเวทีลูกหนัง&#8230;พี่ คือกุนซือสมองเพชร บนเวทีมิตรภาพ&#8230;พี่ คือพี่ชายที่น่ารัก บนเวทีเกียรติยศ&#8230;พี่ คือ นักเตะ-โค้ชทรนง บนเวทีแห่งรัก&#8230;พี่ คือยอดคุณพ่อและยอดสามี บนเวทีชีวิต&#8230;พี่ คือ ยอดนักสู้ตราบลมหายใจสุดท้าย&#8230;RIP &#8220;เดอะแต๊ก&#8221;อรรถพล ปุษปาคม ยอดนักเตะและยอดโค้ช แห่งวงการลูกหนังไทย&#8221; &#8220;โอเปิ้ล&#8221; ประภาพร เชาวนาศิริ ผู้สื่อข่าวกีฬาไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Opel Prapaporn ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพี่ ฝีมือความเจ๋ง เกียรติประวัติของพี่ที่ทำให้วงการฟุตบอลไทยจะอยู่ในใจของโอไปอีกนาน&#8230;พักผ่อนให้สบายนะพี่ RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม&#8221; &#8220;น้าเทิด&#8221; เทิดศักดิ์ ใจมั่น กองกลางตัวเก๋า ชลบุรี เอฟซี เขียนข้อความบรรยายภาพในอินสตาแกรม therdsak8 ว่า &#8220;หลับให้สบายครับพี่ พี่ไปสบายแล้วครับ รักและคิดถึงเสมอครับพี่แต๊ก&#8221; &#8220;โก้&#8221; ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีมเอสซีจี เมืองทองฯ โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม captain_ko7 ว่า &#8220;RIP พี่แต๊ก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว &#8220;ปุษปาคม&#8221; ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสอนนะครับพี่ หลับให้สบายนะครับพี่แต๊ก รักและคิดถึงพี่ครับ&#8221; &#8220;แมท&#8221; ปิยะชาติ ถามะพันธ์ กองกลางบางกอกกล๊าส เอฟซี ไว้อาลัยโค้ชแต๊กในอินสตาแกรม math_pt ว่า &#8220;RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม ขอเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสั่งสอน ตั้งแต่เด็กจนโต ขอให้อาจารย์หลับให้สบายนะครับ&#8221; ทั้งนี้ มีรายงานว่า พิธีศพของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; จะตั้งไว้ที่วัดธาตุทอง และวันนี้ (16 เมษายน) จะมีการรดน้ำศพ รวมถึงสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดธาตุทอง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2731" style="width: 630px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/04/rip.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/04/rip.jpg" alt="โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม" width="620" height="372" class="size-full wp-image-2731" /></a><p class="wp-caption-text">โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม</p></div>
<p>จากกรณีที่ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; อรรถพล ปุษปาคม กุนซือคนเก่งของ เพื่อนตำรวจ ทีมดังจากยามาฮ่า ลีกวัน ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 52 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 เมษายน หลังจากมีอาการติดเชื้อที่กระแสเลือดและปอด</p>
<p>นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับคนในครอบครัวฟุตบอลไทยต่างก็ได้ไว้อาลัยกับการจากไปของยอดกุนซือสมองเพชรรายนี้</p>
<p><strong>กนกพล ปุษปาคม</strong> ลูกชายของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; เขียนข้อความในเฟซบุ๊ก Kanokpon Boss ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพ่อ เหนื่อยมาเยอะแล้ว บอสจะเล่นบอลให้เก่งเหมือนพ่อนะ พ่อไม่ได้ไปไหน พ่อจะอยู่ในใจและครอบครัว ปุษปาคม เสมอ รักพ่อนะ&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;ซิโก้&#8221; เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</strong> หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรม coach_zico ว่า &#8220;พี่แต๊ก พี่คือสุดยอดกองกลางที่ผมเคยเล่นร่วมกันมา พี่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในสนามและนอกสนาม พี่คือต้นแบบของนักกีฬาทีมชาติไทย พี่เป็นตำนานของวงการฟุตบอลไทย ผมจะจดจำในสิ่งที่พี่เคยแนะนำและจะระลึกถึงพี่คนนี้ตลอดไป หลับให้สบายนะครับ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวปุษปาคม อย่างสุดซึ้งครับ&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;ปูเป้&#8221; สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา</strong> พิธีกรกีฬาชื่อดัง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า &#8220;บนเวทีฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล&#8230;พี่ คือยอดโค้ช 2014 บนเวทีลูกหนัง&#8230;พี่ คือกุนซือสมองเพชร บนเวทีมิตรภาพ&#8230;พี่ คือพี่ชายที่น่ารัก บนเวทีเกียรติยศ&#8230;พี่ คือ นักเตะ-โค้ชทรนง บนเวทีแห่งรัก&#8230;พี่ คือยอดคุณพ่อและยอดสามี บนเวทีชีวิต&#8230;พี่ คือ ยอดนักสู้ตราบลมหายใจสุดท้าย&#8230;RIP &#8220;เดอะแต๊ก&#8221;อรรถพล ปุษปาคม ยอดนักเตะและยอดโค้ช แห่งวงการลูกหนังไทย&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;โอเปิ้ล&#8221; ประภาพร เชาวนาศิริ</strong> ผู้สื่อข่าวกีฬาไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Opel Prapaporn ว่า &#8220;หลับให้สบายนะพี่ ฝีมือความเจ๋ง เกียรติประวัติของพี่ที่ทำให้วงการฟุตบอลไทยจะอยู่ในใจของโอไปอีกนาน&#8230;พักผ่อนให้สบายนะพี่ RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม&#8221;  </p>
<p><strong>&#8220;น้าเทิด&#8221; เทิดศักดิ์ ใจมั่น</strong> กองกลางตัวเก๋า ชลบุรี เอฟซี เขียนข้อความบรรยายภาพในอินสตาแกรม therdsak8 ว่า &#8220;หลับให้สบายครับพี่ พี่ไปสบายแล้วครับ รักและคิดถึงเสมอครับพี่แต๊ก&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;โก้&#8221; ดัสกร ทองเหลา</strong> กัปตันทีมเอสซีจี เมืองทองฯ โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม captain_ko7 ว่า &#8220;RIP พี่แต๊ก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว &#8220;ปุษปาคม&#8221; ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสอนนะครับพี่ หลับให้สบายนะครับพี่แต๊ก รักและคิดถึงพี่ครับ&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;แมท&#8221; ปิยะชาติ ถามะพันธ์</strong> กองกลางบางกอกกล๊าส เอฟซี ไว้อาลัยโค้ชแต๊กในอินสตาแกรม math_pt ว่า &#8220;RIP โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม ขอเสียใจกับครอบครัวปุษปาคมด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคำสั่งสอน ตั้งแต่เด็กจนโต ขอให้อาจารย์หลับให้สบายนะครับ&#8221; </p>
<p>ทั้งนี้ มีรายงานว่า พิธีศพของ &#8220;โค้ชแต๊ก&#8221; จะตั้งไว้ที่วัดธาตุทอง และวันนี้ (16 เมษายน) จะมีการรดน้ำศพ รวมถึงสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดธาตุทอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2730/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผี มีชัย เก็บสามแต้มจาก หงษ์</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2584</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2584#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2015 02:23:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[วันแดงเดือด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2584</guid>
		<description><![CDATA[สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาที เหมือนสิ้นใจเหล่าสาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;&#8230;กับความพ่ายแพ้อันแสนเจ็บปวดที่ถูก &#8220;ปีศาจแดง&#8221; บุกมาย้ำแค้นได้อีกครั้ง!! จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอยกับ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; โดยเฉพาะแฟนคลับ&#8221;หงส์&#8221;ที่อยากเห็นการชำระแค้นคืน..แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นซิครับ! แต่กลับต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เมื่อถูก แมนฯ ยูฯ บุกมาเชือด 2-1 ถึงถิ่น งานนี้เลยเชื่อว่า&#8230;สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;(ทั่วโลก) อาจจะต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว..(เพราะเพื่อนแมรงงงง..ล้อไม่เลิก) ซึ่งสถิติก่อนเกมของเจ้าถิ่น &#8220;หงส์แดง&#8221; ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะนับตั้งแต่พ่ายศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้ทีมใดมา 13 นัดแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด แถม 5 นัด ล่าสุดในลีกก็ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งได้ทั้งหมด ด้วยระบบการเล่นที่ลงตัวทั้งเกมรุกและรับบวกกับความมั่นใจของนักเตะ (พลังหนุ่ม) ที่มีมากขึ้น ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างที่เห็น (และนั้นอาจหมายถึงโอกาศในการลงสนามของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด) และจากที่สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221; เคยส่ายหน้ากลับมา &#8220;เชื่อถือและศรัทธา&#8221; นายใหญ่ชาวไอริชอีกครั้ง ส่วนทางด้านทีมเยือน ยูไนเต็ด ดูน่าเป็นห่วงมากกว่ากับฟอร์มชวนหลอน แถมตอนนี้ยังหา 11 ตัวจริงไม่ได้เลย (จะจบฤดูกาลอยู่ละ) แต่ล่าสุดกับเกมที่เปิดบ้านชนะสเปอร์ส 3-0 นั้นถือว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในซีซันนี้ก็คงไม่ผิด..เพราะทุกคนก็คิดอย่างนั้น (แต่เอาเหอะภาพรวมก็ยังดูดีขึ้นมาเหมือนกัน) ดูจากองค์ประกอบแล้วคงไม่มีใครย่อมใครแน่ &#8220;ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ&#8221; บวกกับการเดิมพันด้วยตั๋วแชมป์เปี้ยนลีกปีหน้า เลยเชื่อว่าจะเป็นเกมที่ร้อนระอุแบบสุดๆ ที่ทั้งสองทีมจะต้องพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยประตูออกนำ 1-0 ของ แมนฯ ยูฯ ได้มาในนาทีที่ 14 จากการจ่ายบอลทะลุช่องของ อันเดร์ เอร์เรร่า ให้ ฆวน มาต้า หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปนั้น เกิดจากแนวรับลิเวอร์พูลประกบตัวห่างเกินไป เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรกพลพรรค &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ทำได้ดีจากการครองบอลที่มากกว่าบวกกับการส่งบอลที่แม่นยำอย่างเห็นได้ชัด แต่ น.34 เจ้าถิ่นกับเสียโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดายไม่น้อย จากลูกวิ่งมาแปเน้นๆ ของ อดัม ลัลลาน่า หลุดกรอบออกไปแบบน่าเขกกระโหลก สรุปครึ่งแรกแมนฯยูฯ เล่นดีกว่าแถมสกอร์ก็นำอยู่ 1-0 ครึ่งหลังถือเป็นงานหนักของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ว่าได้ เลยส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแทนลัลลาน่า หวังแก้อาการปวดหัว แต่กลับต้องกินยาลดความดันเพิ่มอีก เมื่อมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ต่อหน้าต่อตา มาร์ติน แอ็ตกินสัน ทั้งที่เพิ่งเหยียบสนามได้เพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น เล่นทำเอาแฟนหงส์ช็อกไปชั่วขณะกับเหตุการณ์นี้ สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมาเสียประตูที่สอง จากลูกยิงสุดสวยของ ฆวน มาต้า ที่สามารถส่งประกวดได้เลย จากจังหวะกระโดดลอยตัววอลเลย์ในเขตโทษ น.59 แต่ไม่น่าเชื่อหลังจาก &#8220;เดอะค็อป&#8221; เหลือ 10 คนกลับเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตา และมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทงทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไป นาทีที่ 69 หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เล่นเป็นทรงมากขึ้นและโหมบุกใส่ &#8220;ขุนพลผีแดง&#8221; แบบได้น้ำได้เนื้อเหมือนกัน แต่เจ้าถิ่นก็มาพลาดช่วงทดเจ็บอีกจนได้เมื่อมาเสียจุดโทษ แต่โชคยังดีที่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงไม่เข้า จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 2-1 หยุดสถิติของลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครในลีก 13 นัดติดอย่างเจ็บแสบ &#8220;สรุปเกมนี้ที่ผมเห็นในครึ่งแรกลูกทีมของ ฟาน กัล เล่นแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดช่องกว้างในการส่งบอลที่แม่นยำและเล่นด้วยความมั่นใจกว่าเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลน้อยแถมเสียบอลกันง่ายเกินไป&#8221; &#8220;ส่วนครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เล่นแบบชะล่าใจ หลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เลยไม่ค่อยเข้าไปไล่กดดันปล่อยให้ลูกทีม ร็อดเจอร์ กลับมาสู่กลับอีกครั้ง และสร้างโอกาศยิงได้มากกว่า&#8221; แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ &#8220;มันก็คือวันที่ใช่ของ ฆวน มาต้า แต่เป็นวันที่ไม่ใช่ของ เจอร์ราร์ด&#8221; เพราะสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมนี้โดยตรง!! ชัยชนะของ..&#8221;ปีศาจแดง&#8221; ในครั้งนี้ ที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง..ก็ยังเชื่อว่าคงจะไม่ทำให้บัลลังก์จ่าฝูงของทัพ &#8220;สิงห์บลูส์&#8221; เชลซีสั่นคลอนอย่างแน่นอน ยังไงเราคงต้องติดตามลุ้นและคอยเอาใจช่วย ผลงานของพลพรรค &#8220;เร้ดอาร์มี่&#8221; ว่าจะสามารถยึดตำแหน่งท็อปโฟร์คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปฤดูกาลหน้าต่อไป ได้หรือไม่? ให้สมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หลุยส์ ฟาน กัล&#8221; โปรแกรม 8 นัด ที่เหลือของแมนฯ ยูไนเต็ด ดูบอลออนไลน์ คลิก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แอสตัน วิลลา (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน) เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 18 เมษายน) เอฟเวอร์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม) คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม) ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2585" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/ml.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/03/ml-300x224.jpg" alt="ผี" width="300" height="224" class="size-medium wp-image-2585" /></a><p class="wp-caption-text">ผี</p></div>
<p>สิ้นเสียงนกหวีดจบ 90 นาที เหมือนสิ้นใจเหล่าสาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;&#8230;กับความพ่ายแพ้อันแสนเจ็บปวดที่ถูก &#8220;ปีศาจแดง&#8221; บุกมาย้ำแค้นได้อีกครั้ง!!</p>
<p>จากเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอคอยกับ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; โดยเฉพาะแฟนคลับ&#8221;หงส์&#8221;ที่อยากเห็นการชำระแค้นคืน..แต่ทว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นซิครับ!</p>
<p>แต่กลับต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม เมื่อถูก แมนฯ ยูฯ บุกมาเชือด 2-1 ถึงถิ่น งานนี้เลยเชื่อว่า&#8230;สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221;(ทั่วโลก) อาจจะต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว..(เพราะเพื่อนแมรงงงง..ล้อไม่เลิก)</p>
<p>ซึ่งสถิติก่อนเกมของเจ้าถิ่น &#8220;หงส์แดง&#8221; ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะนับตั้งแต่พ่ายศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นยังไม่เคยเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้ทีมใดมา 13 นัดแล้ว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด แถม 5 นัด ล่าสุดในลีกก็ยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งได้ทั้งหมด</p>
<p>ด้วยระบบการเล่นที่ลงตัวทั้งเกมรุกและรับบวกกับความมั่นใจของนักเตะ (พลังหนุ่ม) ที่มีมากขึ้น ส่งผลถึงฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างที่เห็น (และนั้นอาจหมายถึงโอกาศในการลงสนามของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด) และจากที่สาวก &#8220;หงส์แดง&#8221; เคยส่ายหน้ากลับมา &#8220;เชื่อถือและศรัทธา&#8221; นายใหญ่ชาวไอริชอีกครั้ง</p>
<p>ส่วนทางด้านทีมเยือน ยูไนเต็ด ดูน่าเป็นห่วงมากกว่ากับฟอร์มชวนหลอน แถมตอนนี้ยังหา 11 ตัวจริงไม่ได้เลย (จะจบฤดูกาลอยู่ละ) แต่ล่าสุดกับเกมที่เปิดบ้านชนะสเปอร์ส 3-0 นั้นถือว่าเป็นเกมที่ดีที่สุดในซีซันนี้ก็คงไม่ผิด..เพราะทุกคนก็คิดอย่างนั้น (แต่เอาเหอะภาพรวมก็ยังดูดีขึ้นมาเหมือนกัน)</p>
<p>ดูจากองค์ประกอบแล้วคงไม่มีใครย่อมใครแน่ &#8220;ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ&#8221; บวกกับการเดิมพันด้วยตั๋วแชมป์เปี้ยนลีกปีหน้า เลยเชื่อว่าจะเป็นเกมที่ร้อนระอุแบบสุดๆ ที่ทั้งสองทีมจะต้องพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง</p>
<p>โดยประตูออกนำ 1-0 ของ แมนฯ ยูฯ ได้มาในนาทีที่ 14 จากการจ่ายบอลทะลุช่องของ อันเดร์ เอร์เรร่า  ให้ ฆวน มาต้า หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปนั้น เกิดจากแนวรับลิเวอร์พูลประกบตัวห่างเกินไป</p>
<p>เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมงของครึ่งแรกพลพรรค &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ทำได้ดีจากการครองบอลที่มากกว่าบวกกับการส่งบอลที่แม่นยำอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>แต่ น.34 เจ้าถิ่นกับเสียโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดายไม่น้อย จากลูกวิ่งมาแปเน้นๆ ของ อดัม ลัลลาน่า หลุดกรอบออกไปแบบน่าเขกกระโหลก สรุปครึ่งแรกแมนฯยูฯ เล่นดีกว่าแถมสกอร์ก็นำอยู่ 1-0</p>
<p>ครึ่งหลังถือเป็นงานหนักของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ว่าได้ เลยส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาแทนลัลลาน่า หวังแก้อาการปวดหัว แต่กลับต้องกินยาลดความดันเพิ่มอีก เมื่อมาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม</p>
<p>หลังไปย่ำใส่ อันเดร์ เอร์เรร่า ต่อหน้าต่อตา มาร์ติน แอ็ตกินสัน ทั้งที่เพิ่งเหยียบสนามได้เพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น เล่นทำเอาแฟนหงส์ช็อกไปชั่วขณะกับเหตุการณ์นี้</p>
<p>สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมาเสียประตูที่สอง จากลูกยิงสุดสวยของ  ฆวน มาต้า ที่สามารถส่งประกวดได้เลย จากจังหวะกระโดดลอยตัววอลเลย์ในเขตโทษ น.59</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อหลังจาก &#8220;เดอะค็อป&#8221; เหลือ 10 คนกลับเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตา และมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 ที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่  แทงทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไป นาทีที่ 69</p>
<p>หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล เล่นเป็นทรงมากขึ้นและโหมบุกใส่ &#8220;ขุนพลผีแดง&#8221; แบบได้น้ำได้เนื้อเหมือนกัน </p>
<p>แต่เจ้าถิ่นก็มาพลาดช่วงทดเจ็บอีกจนได้เมื่อมาเสียจุดโทษ แต่โชคยังดีที่ เวย์น รูนี่ย์ ยิงไม่เข้า จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ 2-1 หยุดสถิติของลิเวอร์พูลไม่แพ้ใครในลีก 13 นัดติดอย่างเจ็บแสบ</p>
<p>&#8220;สรุปเกมนี้ที่ผมเห็นในครึ่งแรกลูกทีมของ ฟาน กัล เล่นแบบเต็มพื้นที่ ทำให้เกิดช่องกว้างในการส่งบอลที่แม่นยำและเล่นด้วยความมั่นใจกว่าเยอะ ส่วนลิเวอร์พูลครองบอลน้อยแถมเสียบอลกันง่ายเกินไป&#8221;</p>
<p>&#8220;ส่วนครึ่งหลัง แมนฯยูฯ เล่นแบบชะล่าใจ หลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เลยไม่ค่อยเข้าไปไล่กดดันปล่อยให้ลูกทีม ร็อดเจอร์ กลับมาสู่กลับอีกครั้ง และสร้างโอกาศยิงได้มากกว่า&#8221;</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ &#8220;มันก็คือวันที่ใช่ของ ฆวน มาต้า แต่เป็นวันที่ไม่ใช่ของ เจอร์ราร์ด&#8221; เพราะสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมนี้โดยตรง!!</p>
<p>ชัยชนะของ..&#8221;ปีศาจแดง&#8221; ในครั้งนี้ ที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง..ก็ยังเชื่อว่าคงจะไม่ทำให้บัลลังก์จ่าฝูงของทัพ &#8220;สิงห์บลูส์&#8221; เชลซีสั่นคลอนอย่างแน่นอน</p>
<p>ยังไงเราคงต้องติดตามลุ้นและคอยเอาใจช่วย ผลงานของพลพรรค &#8220;เร้ดอาร์มี่&#8221; ว่าจะสามารถยึดตำแหน่งท็อปโฟร์คว้าตั๋วไปเล่นถ้วยใหญ่ยุโรปฤดูกาลหน้าต่อไป ได้หรือไม่?</p>
<p>ให้สมความตั้งใจที่เป็นเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ในฤดูกาลนี้ของ &#8220;หลุยส์ ฟาน กัล&#8221;</p>
<p>โปรแกรม 8 นัด ที่เหลือของแมนฯ ยูไนเต็ด <a href="http://www.zabzaa.com/ball/" target="_blank">ดูบอลออนไลน์</a> คลิก</p>
<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs แอสตัน วิลลา (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน)<br />
เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 18 เมษายน)<br />
เอฟเวอร์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    vs เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม)<br />
คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม)<br />
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล (วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม)<br />
ฮัลล์ ซิตี้ vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2584/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลือ “ชไนเดอร์” ย้ายร่วมทัพ “ผีแดง” วันนี้</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2424</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2424#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2015 03:48:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[เวสลี่ย์ ชไนเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2424</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เดลี่ สตาร์&#8221; สื่ออังกฤษ ประโคมข่าวว่า &#8220;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด&#8221; เตรียมคว้าตัว &#8220;เวสลี่ย์ ชไนเดอร์&#8221; เพลย์เมกเกอร์ดัตช์ จากกาลาตาซาราย มาร่วมทีมก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 ในช่วงดึกของวันนี้ รายงานข่าวระบุว่า หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมปีศาจแดง เกือบได้ตัว ชไนเดอร์ มาโชว์ลีลาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่แข้งวัย 30 ปี กลับเลือกเล่นให้กับ กาลาตาซาราย อย่างไรก็ดี สื่อเจ้านี้เผยด้วยว่า ยูเวนตุส แสดงความสนใจ ชไนเดอร์ เช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดทีมม้าลายหันไปจีบ เฮนริค มคิทาร์ยาน ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ค่าตัวของ ชไนเดอร์ ไม่เป็นที่เปิดเผย แต่สื่อคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 15.6 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 769 ล้านบาท)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_2425" style="width: 310px" class="wp-caption alignleft"><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/02/sn.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2015/02/sn-300x180.jpg" alt="ชไนเดอร์" width="300" height="180" class="size-medium wp-image-2425" /></a><p class="wp-caption-text">ชไนเดอร์</p></div>
<p>&#8220;เดลี่ สตาร์&#8221; สื่ออังกฤษ ประโคมข่าวว่า &#8220;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด&#8221; เตรียมคว้าตัว &#8220;เวสลี่ย์ ชไนเดอร์&#8221; เพลย์เมกเกอร์ดัตช์ จากกาลาตาซาราย มาร่วมทีมก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 ในช่วงดึกของวันนี้</p>
<p>รายงานข่าวระบุว่า หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมปีศาจแดง เกือบได้ตัว ชไนเดอร์ มาโชว์ลีลาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่แข้งวัย 30 ปี กลับเลือกเล่นให้กับ กาลาตาซาราย </p>
<p>อย่างไรก็ดี สื่อเจ้านี้เผยด้วยว่า ยูเวนตุส แสดงความสนใจ ชไนเดอร์ เช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดทีมม้าลายหันไปจีบ เฮนริค มคิทาร์ยาน ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>ทั้งนี้ ค่าตัวของ ชไนเดอร์ ไม่เป็นที่เปิดเผย แต่สื่อคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 15.6 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 769 ล้านบาท)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2424/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สกู๊ปหลังเกม “ผี”ทะลวงใส้”หงส์”</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/2182</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/2182#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2014 05:47:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[มาต้าและฟาน เพอร์ซี่]]></category>
		<category><![CDATA[รูนี่ย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกแดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์แดง]]></category>
		<category><![CDATA[แดงเดือด]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=2182</guid>
		<description><![CDATA[ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่ โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221; แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่ ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)? ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221; ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0 เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !! &#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง เรื่องโดย : มิดไนท์ cr sanook]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/12/r.jpg" alt="ศึกแดงเดือด" width="620" height="372" class="alignleft size-full wp-image-2183" /></a></p>
<p>ควันหลงศึกแดงเดือด เกมแรกประจำฤดูกาลนี้ ณ สนามโอด แทร็ฟฟอร์ด ก็ผ่านพ้นไป ด้วยชัยชนะของ  ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไล่ถล่ม ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ไป3-0 จากผลงานของ รูนี่ย์,มาต้าและฟาน เพอร์ซี่</p>
<p>โดยก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้นบรรดาสื่อหลายสำนักยกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถานภาพเหนือลิเวอร์พูล จากอันดับในตารางคะแนนและผลงานในช่วงหลัง รวมทั้ง &#8220;ผีแดง&#8221; ยังได้เปรียบในเรื่องสภาพจิตใจ </p>
<p>ต่างจาก&#8221;หงส์แดง&#8221;ที่พึ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ  แถมผลงานในลีกก็อยู่กลางตารางจนมีสื่อพร้อมใจกันเล่นข่าวว่า “บีร็อด” อาจจะถูกปลดในเร็ววัน</p>
<p>แม้ว่า&#8221;ศึกแดงเดือด&#8221; ในระยะหลังดีกรีความน่าสนใจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง เนื่องจากผลงานของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล &#8220;ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย&#8221;</p>
<p>แถมเกมนี้บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดแฟนบอลก็หายไปเยอะ อย่างแมนฯยูฯ ที่ไม่มี “พี่ด็อบบี้” อังเคล ดิ มาเรีย ที่เจ็บอยู่</p>
<p>ส่วนลิเวอร์พูล ไม่มี “หม่อมกัด” หลุยส์ ซัวเรซ ที่ขายให้บาร์ซ่าไปแล้ว “แดเนียล สเตอร์ริดจ์” ที่บาดเจ็บ หรือ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” เองก็โรยราไปตามวัย ไม่ร้อนแรงเหมือนสมัยหนุ่มๆ</p>
<p>แต่ทว่าด้วยคำว่าศักดิ์ศรีของสองทีมที่สวมยูนิฟอร์มสีแดง ยังคงมีมนต์ขลังของ &#8220;ศึกแดงเดือด&#8221; ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น การปะทะทั้งทางด้านจังหวะการสกัด และ อารมณ์ร่วมกับเกม ระหว่าง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายที่ยังคงการันตีความเข้มข้นของเกมได้เสมอ (แต่ทำไมสกอร์ออกมาไม่สูสีเหมือนรูปเกมนะ)?</p>
<p>ซึ่งรูปเกมช่วงแรก ลิเวอร์พูล บุกกดดัน แมนฯยูฯ ได้อย่างหนักหน่วงและน่ากลัว จน&#8221;เจ้าฟู&#8221; สติแตกเกิดลื่นไปเสียบขาลัลลาน่า รับใบเหลืองไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก</p>
<p>แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงนาทีที่ 11 กลับเป็นแฟน &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้เฮซะงั้น จากจังหวะเติมเกมของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย เข้าไปจ่ายบอลให้ เวย์น รูนีย์ วิ่งมายิงเน้นๆเข้าประตูไป </p>
<p>จากจังหวะนี้เห็นได้ชัดเลยว่า แดนกลางของ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่ตามประกบ รูนีย์ ปล่อยให้วิ่งมายิง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นลูกถนัดของ&#8221;เจ้าหมูอวกาศ&#8221;</p>
<p>ต่อจากนั้นลิเวอร์พูล บุกหนักและมีโอกาสหลายครั้ง จากลูกยิงของน้าเจิดและหลานสเตอร์ลิ่ง แต่ก็ไม่ผ่าน เด เคอา</p>
<p>ขณะที่ &#8220;หงส์แดง&#8221; กำลังบุกอย่างเมามันส์นั้น กลับต้องมาดวงแตกอีก เมื่อมาเสียประตูที่สอง นาทีที่ 40 จากจังหวะเปิดบอลของ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปในกรอบเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี่ โหม่งเช็ด(แต่ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า) บอลเลยมาถึง ฆวน มาต้า โขกจ่อๆเข้าไป</p>
<p>ซึ่งภาพช้านั้น มาต้า น่าจะล้ำหน้าไปแล้ว แต่ไม่มีธงจากผู้ตัดสิน ก่อนจบครึ่งแรก แมนฯยูฯ นำ 2-0</p>
<p>เริ่มครึ่งหลัง เชื่อเหลือเกินว่าเกมน่าจะสนุกขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกใส่กัน แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเป็นลูกหลุดเดียวของ สเตอร์ลิ่ง จากความผิดพลาดของแนวรับ&#8221;ผีแดง&#8221; แต่เจ้าตัวดันยิงไปติดขา เดเ คอา ซะอีก</p>
<p>และช่วงนาทีที่70 สาวก&#8221;หงส์แดง&#8221;เงียบสงัดทันที เมื่อมาเสียประตูที่สาม เมื่อกองหน้าดัตช์แมน ที่แปเข้าไปง่ายๆ</p>
<p>ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด ถอยลงไปตั้งรับประคองสกอร์ที่นำอยู่เปิดโอกาสให้ลิเวอร์พูลทำเกมรุกเข้ากดดันโจมตี </p>
<p>และมีลุ้นหลายต่อหลายครั้ง จากลูกยิงของกองหน้าน้ำพริกละลายแม่น้ำ บาโลเตลลี่ ที่กดไปเท่าไร ก็ไม่ผ่าน &#8220;เทพลามะ&#8221; ที่สวมวิญญาณปลาหมึก สุดท้ายช่วยผีทุบหงส์ แบบหล่อๆ ไปเลย</p>
<p>บทเรียนจากศึกแดงเดือดครั้งนี้ ความผิดพลาดในการประกบและความเด็ดขาดในการทำประตูเป็นตัวตัดสินเกมนี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าตลอด 90 นาที และที่สำคัญ&#8221;ผีแดง&#8221; มี เด เคอา แต่ &#8220;หงส์แดง&#8221; ไม่มี !!</p>
<p>&#8220;เด เคอา&#8221; มือปราบหงส์แดง</p>
<p>เรื่องโดย : มิดไนท์</p>
<p>cr sanook</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/2182/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรนัลโด้ เตรียมคืนถิ่นเก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/805</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/805#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2014 05:20:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวคริสเตียโน่ โรนัลโด้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปีศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวผีแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแมนยู]]></category>
		<category><![CDATA[คริสเตียโน่ โรนัลโด้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=805</guid>
		<description><![CDATA[เว็บไซต์ &#8220;โกลดอทคอม&#8221; เว็บไซต์ชื่อดัง ยืนยันว่าได้รับข่าววงในซึ่งใกล้ชิดกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชื่อดังของทีม &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; เรอัล มาดริด โดยระบุว่าว่า กัปตันทีมชาติโปรตุเกส รายนี้มีสิทธิ์ย้ายกลับคืนสู่ทีมเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้ระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อบ่อยครั้ง เกี่ยวกับทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; โดยเฉพาะตอนที่ทีมกำลังตกต่ำอย่างหนักในฤดูกาลก่อน ซึ่งโรนัลโด้ในวัย 29 ปี พยายามเอาใจช่วยแมนฯ ยูไนเต็ดให้คืนฟอร์มเก่งอยู่ตลอดเวลา แถมเจ้ายังเปรย ที่จะกลับไปแขวนสตั๊ดในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด อีกด้วย ขณะที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ออกมายอมรับว่าอยากได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาค้าแข้งให้ปีศาจแดงอีกครั้ง แต่โอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างยากเนื่องจาก เรอัล มาดริด คงไม่ยอมปล่อยตัวนักเตะระดับโลกอย่างโรนัลโด้ ออกจากทีมง่ายๆแน่]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/do.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/do.jpg" alt="do" width="650" height="425" class="alignnone size-full wp-image-806" /></a></p>
<p>เว็บไซต์ &#8220;โกลดอทคอม&#8221; เว็บไซต์ชื่อดัง ยืนยันว่าได้รับข่าววงในซึ่งใกล้ชิดกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชื่อดังของทีม &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; เรอัล มาดริด โดยระบุว่าว่า กัปตันทีมชาติโปรตุเกส รายนี้มีสิทธิ์ย้ายกลับคืนสู่ทีมเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้</p>
<p>ทั้งนี้ระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อบ่อยครั้ง เกี่ยวกับทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; โดยเฉพาะตอนที่ทีมกำลังตกต่ำอย่างหนักในฤดูกาลก่อน ซึ่งโรนัลโด้ในวัย 29 ปี พยายามเอาใจช่วยแมนฯ ยูไนเต็ดให้คืนฟอร์มเก่งอยู่ตลอดเวลา แถมเจ้ายังเปรย ที่จะกลับไปแขวนสตั๊ดในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด อีกด้วย</p>
<p>ขณะที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ออกมายอมรับว่าอยากได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาค้าแข้งให้ปีศาจแดงอีกครั้ง แต่โอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างยากเนื่องจาก เรอัล มาดริด  คงไม่ยอมปล่อยตัวนักเตะระดับโลกอย่างโรนัลโด้ ออกจากทีมง่ายๆแน่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/805/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ราชันถล่มบาเซิ่ล 5-1</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/724</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/724#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Sep 2014 02:09:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[บาเซิ่ล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุตบอลยูฟ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ราชันชุดขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เรอัล มาดริด]]></category>
		<category><![CDATA[เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=724</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014-15 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 เรอัล มาดริด 5 &#8211; 1 บาเซิ่ล สนาม: เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ผู้ตัดสิน: ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย) น.14 ราชันชุดขาว ขึ้นนำ จาก ฮาเมส โรดริเกซ ตอกส้นให้ นาโช่ เข้าเขตโทษทางขวาก่อนจะเปิดบอลไปโดน มาเร็ค ซูชี่ กองหลังของบาเซิ่ลเข้าประตูตัวเองไปช่วยให้ เรอัล มาดริด นำก่อน 1-0 น.30 เจ้าถิ่น ได้ประตูที่2 เมื่อ ลูก้า โมดริช โยนบอลยาวให้ แกเร็ธ เบล หลุดล้ำหน้าเข้าไปยกบอลข้าม โทมัส วาคลิค ก่อนตามไปยิงโล่งๆ เข้าประตูไป 2-0 นาทีถัดไป แกเร็ธ เบล เปิดจากกรอบเขตโทษด้านขวาไปเสาสองให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สอดมายิงจ่อๆเข้าไป เรอัล มาดริด นำห่าง 3-0 น.37 เจ้าถิ่น &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; มาบวกเพิ่มอีก เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหลบอลให้ คาริม เบนเซม่า ยิงไปติด โทมัส วาคลิค ปัดมาเข้าทาง ฮาเมส โรดริเกซ ตามซ้ำเข้าไปไม่พลาด ให้ เรอัล มาดริด ทิ้งห่าง เป็น 4-0 นาทีต่อมา แฟน บาเซิ่ล ก็ได้เฮบ้าง เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-4 จากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เดอร์ลิส กอนซาเลซ ผ่านมือ อีเกร์ กาซียาส เข้าไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลังมาถึงนาทีที่ 79 เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด มาได้ประตูปิดท้าย 5-1 เมื่อ เบนเซม่า ชิ่งให้กับ โรนัลโด้ คืนกลับมา เบนเซม่า อีกครั้ง ก่อนหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษบอลเสียบมุมซ้ายบนเข้าไปอย่างสวยงาม เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบ 90 นาที เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มสุดโหดเปิดบ้านถล่ม บาเซิ่ล ไป 5-1 เก็บสามแต้มประเดิมได้ตามคาด รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม เรอัล มาดริด: อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) &#8211; นาโช่ เฟร์นานเดซ, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า &#8211; ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, ฮาเมส โรดริเกซ &#8211; แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ บาเซิ่ล: โทมัส วาคลิค &#8211; ฟาเบียน ชาร์, วอลเตอร์ ซามูเอล, มาเร็ค ซูชี่ &#8211; โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ย์, ฟาเบียน ฟราย &#8211; โตล็องต์ ซาก้า, เบห์รัง ซาฟารี &#8211; เดร์ลิส กอนซาเลซ, ลูก้า ซุฟฟี่ &#8211; มาร์โก สเตรลแลร์ (กัปตันทีม)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/nb.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/nb.jpg" alt="nb" width="620" height="372" class="alignnone size-full wp-image-725" /></a></p>
<p>ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014-15 </p>
<p>รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี</p>
<p>วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557</p>
<p>เรอัล มาดริด 5 &#8211; 1 บาเซิ่ล </p>
<p>สนาม: เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว</p>
<p>ผู้ตัดสิน: ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)</p>
<p>น.14 ราชันชุดขาว ขึ้นนำ จาก ฮาเมส โรดริเกซ ตอกส้นให้ นาโช่ เข้าเขตโทษทางขวาก่อนจะเปิดบอลไปโดน มาเร็ค ซูชี่ กองหลังของบาเซิ่ลเข้าประตูตัวเองไปช่วยให้ เรอัล มาดริด นำก่อน 1-0</p>
<p>น.30 เจ้าถิ่น ได้ประตูที่2 เมื่อ ลูก้า โมดริช โยนบอลยาวให้ แกเร็ธ เบล หลุดล้ำหน้าเข้าไปยกบอลข้าม โทมัส วาคลิค ก่อนตามไปยิงโล่งๆ เข้าประตูไป 2-0</p>
<p>นาทีถัดไป  แกเร็ธ เบล เปิดจากกรอบเขตโทษด้านขวาไปเสาสองให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สอดมายิงจ่อๆเข้าไป เรอัล มาดริด นำห่าง 3-0 </p>
<p>น.37 เจ้าถิ่น &#8220;ราชันชุดขาว&#8221; มาบวกเพิ่มอีก เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหลบอลให้ คาริม เบนเซม่า ยิงไปติด โทมัส วาคลิค ปัดมาเข้าทาง ฮาเมส โรดริเกซ ตามซ้ำเข้าไปไม่พลาด ให้ เรอัล มาดริด ทิ้งห่าง เป็น 4-0</p>
<p>นาทีต่อมา แฟน บาเซิ่ล ก็ได้เฮบ้าง เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-4 จากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เดอร์ลิส กอนซาเลซ ผ่านมือ อีเกร์ กาซียาส เข้าไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้</p>
<p>เริ่มครึ่งหลังมาถึงนาทีที่ 79 เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด มาได้ประตูปิดท้าย 5-1 เมื่อ เบนเซม่า ชิ่งให้กับ โรนัลโด้ คืนกลับมา เบนเซม่า อีกครั้ง ก่อนหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษบอลเสียบมุมซ้ายบนเข้าไปอย่างสวยงาม </p>
<p>เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบ 90 นาที เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มสุดโหดเปิดบ้านถล่ม บาเซิ่ล ไป 5-1 เก็บสามแต้มประเดิมได้ตามคาด</p>
<p>รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม</p>
<p>เรอัล มาดริด: อีเกร์ กาซียาส (กัปตันทีม) &#8211; นาโช่ เฟร์นานเดซ, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า &#8211; ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, ฮาเมส โรดริเกซ &#8211; แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้</p>
<p>บาเซิ่ล: โทมัส วาคลิค &#8211; ฟาเบียน ชาร์, วอลเตอร์ ซามูเอล, มาเร็ค ซูชี่ &#8211; โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ย์, ฟาเบียน ฟราย &#8211; โตล็องต์ ซาก้า, เบห์รัง ซาฟารี &#8211; เดร์ลิส กอนซาเลซ, ลูก้า ซุฟฟี่ &#8211; มาร์โก สเตรลแลร์ (กัปตันทีม)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/724/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิงโตจัดรูน พบสวิสคัดยูโร</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/546</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/546#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2014 03:06:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news zabzaa]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีวิวศึกยูโร]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโร 2016]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=546</guid>
		<description><![CDATA[กระทิงดุ&#8221; วาง &#8220;เชส ฟาเบรกาส&#8221; ปั้นเกม พร้อมส่ง &#8220;ปาโก อัลกาเซร์&#8221; ล่าตาข่ายแทน &#8220;ดีเอโก คอสตา&#8221; ที่เดี้ยงจับเกมดวล &#8220;มาซิโดเนีย&#8221; ศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้าน &#8220;สิงโตคำราม&#8221; วาง &#8220;เวย์น รูนีย์&#8221; ลั่นไกคู่ &#8220;แดนนี เวลเบ็ค&#8221; เกมบุกรัง &#8220;สวิตเซอร์แลนด์&#8221; ที่จัดตัวทีเด็ดอย่าง &#8220;กรานิต ชากา&#8221; และ &#8220;เซอร์ดาน ชากิรี&#8221; สู้ ปรีวิวศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก วันจันทร์ที่ 8 ก.ย. กลุ่ม C สเปน &#8211; มาซิโดเนีย (01.45 น.) ศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ทีมชาติสเปน แชมป์ยูโร 2012 มีคิวเปิดบ้านดวล มาซิโดเนีย สำหรับคู่นี้เคยพบกันมา 3 ครั้ง ปรากฏว่า &#8220;กระทิงดุ&#8221; เอาชนะไปได้ทั้ง 3 ครั้ง โดยยิงได้ 8 ประตู และเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ความพร้อมล่าสุด บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือทีมชาติสเปน ต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่หลังแกนหลักอย่าง คาร์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดซ, ชาบี อลอนโซ และดาวิด บีญา ประกาศลาทีมชาติกันไปหมดแล้ว ส่วน เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ เคราร์ด ปิเก มีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นจนไม่ถูกเรียกมาติดทีมชุดนี้ ขณะที่ อันเดรส อิเนียสตา บาดเจ็บหัวเข่าไม่สามารถลงช่วยทีมได้เช่นเดียวกับ ดีเอโก คอสตา ที่เจ็บจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกันทำให้ มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี กองหน้าดาวรุ่งจากบาร์เซโลนา ถูกเรียกเข้ามาเสริมแทน เกมนี้ &#8220;กระทิงดุ&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-3-3 โดยตำแหน่งนายทวาร ดาวิด เด เคอา อาจจะเบียด อิเคร์ กาซิยาส ขึ้นมาเป็นตัวจริงเหมือนในเกมอุ่นเครื่องกับฝรั่งเศส แนวรับวาง เซร์คิโอ รามอส ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มิเกล ซาน โฆเซ แดนกลางจัด เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และโกเก คุมเกม ขณะที่ 3 แนวรุกเป็น ซานติ กาซอร์ลา, ปาโก อัลกาเซร์ และดาวิด ซิลบา ด้าน บอสโก ยูรอฟสกี เทรนเนอร์ทีมชาติมาซิโดเนีย ซึ่งไม่ชนะ และยิงประตูใครไม่ได้เลยตลอด 4 เกมหลังสุด จะไม่มี โกรัน ปานเดฟ ดาวเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดตลอดกาลของประเทศ ซึ่งประกาศลาทีมชาติไปแล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องฝากความหัวงในการล่าตาข่ายเอาไว้กับ อาดิส ยาโฮวิช ดาวยิงจาก ครีลยา โซเวตอฟ และโยวาน คอสตอฟสกี จาก โอช ลูเวน แทน กลุ่มE สวิตเซอร์แลนด์ &#8211; อังกฤษ (01.45 น.) ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จะประเดิมสนามศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้วยการเปิดบ้านรับมือกระดูกชิ้นโตอย่าง อังกฤษ โดยคู่นี้พบกันมาแล้ว 22 ครั้งเป็น &#8220;สิงโตคำราม&#8221; ที่ทำได้ดีกว่าคว้าชัยไป 14 ครั้ง เสมอ 5 ครั้ง ขณะที่ &#8220;ทีมเมืองนาฬิกา&#8221; ชนะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ความพร้อมล่าสุด วลาดิเมียร์ เพตโควิช เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ตัดสินใจเรียก ปาจ์ติม คาซามี และฟาเบียน ฟราย ที่ชวดติดทีมไปลุย ฟุตบอลโลก 2014 กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง ขณะที่ มาร์วิน ฮิทซ์ นายทวารจากเอาก์สบวร์ก, ลอริส เบนิโต กองหลังจากเบนฟิกา และซิลแวง วิดแมร์ กองหลังจากอูดิเนเซ ก็ถูกเรียกมาติดธงเป็นครั้งแรกเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, โกคาน อินเลอร์, กรานิต ชากา และเซอร์ดาน ชากิรี ยังฟิตเต็มถังทั้งหมด โดย สวิตเซอร์แลนด์ จะลงเล่นในระบบ 4-2-3-1 แดนหลังวาง โยฮัน ฌูรู ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส แดนกลางใช้ กรานิต ชากา, เซอร์ดาน ชากิรี และอัดเมียร์ เมห์เมดี ขึ้นเกมรุก ขณะที่หน้าเป้าเป็น โจซิป เดอร์มิช ด้าน รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ มีปัญหาในการจัดทัพเยอะทีเดียว เมื่อจะไม่มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจากลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บต้นขา ขณะที่ แจ๊ค คอลแบ๊ก และเบน ฟอสเตอร์ ก็โดนปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง แกรี เคฮิลล์, เลห์ตัน เบนส์, ราฮีม สเตอร์ลิง, แจ๊ค วิลเชียร์ และเวย์น รูนีย์ ยังฟิตเต็มถังทุกคน โดย &#8220;สิงโตคำราม&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-4-2 มี โจ ฮาร์ท เฝ้าเสา แนวรับวาง ฟิล โจนส์ ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ แกรี เคฮิลล์ แดนกลางใช้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด เชมเบอร์เลน และราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นเกมริมเส้นขวา-ซ้าย ขณะที่คู่หัวหอกเป็น เวย์น รูนีย์ กับ แดนนี เวลเบ็ค โปรแกรมคู่อื่น กลุ่ม C ลักเซมเบิร์ก-เบลารุส, ยูเครน -สโลวาเกีย (01.45 น.), กลุ่ม E ซานมารีโน &#8211; ลิทัวเนีย , เอสโตเนีย &#8211; สโลวีเนีย (01.45 น.), กลุ่ม G 23:00 น.รัสเซีย -ลิกเตนสไตน์ (23.00 น.) , มอนเตเนโกร -มอลโดวา, ออสเตรีย -สวีเดน (01.45 น.)]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/21.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2014/09/21.jpg" alt="2" width="500" height="366" class="alignnone size-full wp-image-547" /></a></p>
<p>กระทิงดุ&#8221; วาง &#8220;เชส ฟาเบรกาส&#8221; ปั้นเกม พร้อมส่ง &#8220;ปาโก อัลกาเซร์&#8221; ล่าตาข่ายแทน &#8220;ดีเอโก คอสตา&#8221; ที่เดี้ยงจับเกมดวล &#8220;มาซิโดเนีย&#8221; ศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้าน &#8220;สิงโตคำราม&#8221; วาง &#8220;เวย์น รูนีย์&#8221; ลั่นไกคู่ &#8220;แดนนี เวลเบ็ค&#8221; เกมบุกรัง &#8220;สวิตเซอร์แลนด์&#8221; ที่จัดตัวทีเด็ดอย่าง &#8220;กรานิต ชากา&#8221; และ &#8220;เซอร์ดาน ชากิรี&#8221; สู้</p>
<p>ปรีวิวศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก วันจันทร์ที่ 8 ก.ย.</p>
<p>กลุ่ม C</p>
<p>สเปน &#8211; มาซิโดเนีย (01.45 น.)</p>
<p>ศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก กลุ่ม C ทีมชาติสเปน แชมป์ยูโร 2012 มีคิวเปิดบ้านดวล มาซิโดเนีย สำหรับคู่นี้เคยพบกันมา 3 ครั้ง ปรากฏว่า &#8220;กระทิงดุ&#8221; เอาชนะไปได้ทั้ง 3 ครั้ง โดยยิงได้ 8 ประตู และเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น</p>
<p>ความพร้อมล่าสุด บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือทีมชาติสเปน ต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่หลังแกนหลักอย่าง คาร์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดซ, ชาบี อลอนโซ และดาวิด บีญา ประกาศลาทีมชาติกันไปหมดแล้ว ส่วน เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ เคราร์ด ปิเก มีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นจนไม่ถูกเรียกมาติดทีมชุดนี้ ขณะที่ อันเดรส อิเนียสตา บาดเจ็บหัวเข่าไม่สามารถลงช่วยทีมได้เช่นเดียวกับ ดีเอโก คอสตา ที่เจ็บจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกันทำให้ มูเนียร์ เอล ฮัดดาดี กองหน้าดาวรุ่งจากบาร์เซโลนา ถูกเรียกเข้ามาเสริมแทน เกมนี้ &#8220;กระทิงดุ&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-3-3 โดยตำแหน่งนายทวาร ดาวิด เด เคอา อาจจะเบียด อิเคร์ กาซิยาส ขึ้นมาเป็นตัวจริงเหมือนในเกมอุ่นเครื่องกับฝรั่งเศส แนวรับวาง เซร์คิโอ รามอส ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มิเกล ซาน โฆเซ แดนกลางจัด เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และโกเก คุมเกม ขณะที่ 3 แนวรุกเป็น ซานติ กาซอร์ลา, ปาโก อัลกาเซร์ และดาวิด ซิลบา</p>
<p>ด้าน บอสโก ยูรอฟสกี เทรนเนอร์ทีมชาติมาซิโดเนีย ซึ่งไม่ชนะ และยิงประตูใครไม่ได้เลยตลอด 4 เกมหลังสุด จะไม่มี โกรัน ปานเดฟ ดาวเตะที่ว่ากันว่าดีที่สุดตลอดกาลของประเทศ ซึ่งประกาศลาทีมชาติไปแล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องฝากความหัวงในการล่าตาข่ายเอาไว้กับ อาดิส ยาโฮวิช ดาวยิงจาก ครีลยา โซเวตอฟ และโยวาน คอสตอฟสกี จาก โอช ลูเวน แทน</p>
<p>กลุ่มE</p>
<p>สวิตเซอร์แลนด์ &#8211; อังกฤษ (01.45 น.)</p>
<p>    ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จะประเดิมสนามศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ด้วยการเปิดบ้านรับมือกระดูกชิ้นโตอย่าง อังกฤษ โดยคู่นี้พบกันมาแล้ว 22 ครั้งเป็น &#8220;สิงโตคำราม&#8221; ที่ทำได้ดีกว่าคว้าชัยไป 14 ครั้ง เสมอ 5 ครั้ง ขณะที่ &#8220;ทีมเมืองนาฬิกา&#8221; ชนะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น</p>
<p>ความพร้อมล่าสุด วลาดิเมียร์ เพตโควิช เทรนเนอร์ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ตัดสินใจเรียก ปาจ์ติม คาซามี และฟาเบียน ฟราย ที่ชวดติดทีมไปลุย ฟุตบอลโลก 2014 กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง ขณะที่ มาร์วิน ฮิทซ์ นายทวารจากเอาก์สบวร์ก, ลอริส เบนิโต กองหลังจากเบนฟิกา และซิลแวง วิดแมร์ กองหลังจากอูดิเนเซ ก็ถูกเรียกมาติดธงเป็นครั้งแรกเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, โกคาน อินเลอร์, กรานิต ชากา และเซอร์ดาน ชากิรี ยังฟิตเต็มถังทั้งหมด โดย สวิตเซอร์แลนด์ จะลงเล่นในระบบ 4-2-3-1 แดนหลังวาง โยฮัน ฌูรู ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส แดนกลางใช้ กรานิต ชากา, เซอร์ดาน ชากิรี และอัดเมียร์ เมห์เมดี ขึ้นเกมรุก ขณะที่หน้าเป้าเป็น โจซิป เดอร์มิช</p>
<p>ด้าน รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ มีปัญหาในการจัดทัพเยอะทีเดียว </p>
<p>เมื่อจะไม่มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ดาวยิงจากลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บต้นขา ขณะที่ แจ๊ค คอลแบ๊ก และเบน ฟอสเตอร์ ก็โดนปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนต้องขอถอนตัวไปแล้วเช่นกัน ส่วนแกนหลักคนอื่นทั้ง แกรี เคฮิลล์, เลห์ตัน เบนส์, ราฮีม สเตอร์ลิง, แจ๊ค วิลเชียร์ และเวย์น รูนีย์ ยังฟิตเต็มถังทุกคน โดย &#8220;สิงโตคำราม&#8221; จะลงเล่นในระบบ 4-4-2 มี โจ ฮาร์ท เฝ้าเสา แนวรับวาง ฟิล โจนส์ ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ แกรี เคฮิลล์ แดนกลางใช้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด เชมเบอร์เลน และราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นเกมริมเส้นขวา-ซ้าย ขณะที่คู่หัวหอกเป็น เวย์น รูนีย์ กับ แดนนี เวลเบ็ค</p>
<p>โปรแกรมคู่อื่น กลุ่ม C ลักเซมเบิร์ก-เบลารุส, ยูเครน -สโลวาเกีย (01.45 น.), กลุ่ม E ซานมารีโน &#8211; ลิทัวเนีย , เอสโตเนีย &#8211; สโลวีเนีย (01.45 น.), กลุ่ม G  23:00 น.รัสเซีย -ลิกเตนสไตน์ (23.00 น.) , มอนเตเนโกร -มอลโดวา, ออสเตรีย -สวีเดน (01.45 น.)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/546/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.266 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-08-13 03:50:05 -->
