<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>เพจดังชี้ หมอก้อง ให้ข้อมูลการปฐมพยาบาลผิด</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/4589</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/4589#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2016 13:26:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวบันเทิงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การปฐมพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[หมอก้อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/news/?p=4589</guid>
		<description><![CDATA[&#160; หลังจากที่รายการติบเดย์ ได้ออกอากาศไปเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) และได้มีทางดาราหนุ่ม &#8220;หมอก้อง สรวิชญ์&#8221; มาร่วมรายการและออกมาให้ข้อมูลการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict ได้ออกมาอธิบายบอกว่าว่าทางหมอก้อง นั้นได้ให้ข้อมูลท่านผู้ชมในรายการแบบผิดๆ ซึ่งกลัวว่าคนจะนำไปใช้และเกิดอันตราย จึงขอแก้ไขข้อมูลของหมอก้องให้ประชาชนได้ทราบแบบถูกต้องดังนี้ &#8220;เมื่อวานหมอก้องไปออกรายการตีสิบเดย์แล้วสอนเรื่องการปฐมพยาบาล ขอแก้ไขข้อมูลของหมอก้องหน่อยครับ การปฐมพยาบาลงูกัดในปัจจุบัน ไม่แนะนำให้ขันเชนาะหรือรัดเหนือบริเวณที่ถูกงูกัดเพื่อกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจแล้ว เพราะ &#8220;ไม่มีประโยชน์ใดๆ&#8221; แถมยังทำให้พิษเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองไวขึ้นด้วย ถ้าซวยหน่อยเจอคนขันเชนาะไม่เป็น ก็อาจจะรัดจนแขนขาส่วนที่ถูกรัด ขาดเลือด เนื้อตาย ต้องตัดแขนตัดขา ซวยกันไป ถ้าถูกงูกัดไม่ต้องขันเชนาะหรือรัดบริเวณที่โดนกัด ไม่ต้องเอาปากดูดพิษด้วย แค่เอาอะไรก็ได้แข็งๆมาดามตำแหน่งที่โดนงูกัดให้อยู่นิ่งๆ หรือให้คนเจ็บทำตัวให้นิ่งที่สุด แล้วหามส่ง รพ แม่งเลย อนึ่ง พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ ไม่มีคำนี้ในสารระบบของการแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะพิษมันไม่ได้อกฤทธิ์ที่หัวใจ แต่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท การแข็งตัวของเลือด และกล้ามเนื้อ อสอง งูแมวเซา พิษไม่ทำให้ง่วง แต่ทำให้เลือดแข็งตัวผิดปรกติ ส่วนไอ้ความเชื่อที่ว่างูบางชนิดกัดแล้วง่วง จริงๆไม่ใช่ง่วง แต่กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตเพราะพิษงูบางชนิดส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก กล้ามเนื้อที่ใช้หายใจอ่อนแรงจนหายใจเองไม่ได้ แล้วก็ขาดออกซีเจนตายในที่สุด ประเด็นต่อมา เมื่อเด็กมีไข้ การใช้คูลฟีเวอร์แปะหัว ไม่ได้ช่วยอะไรมากครับ แค่หัวเย็น แต่ถ้าอยากจะลดไข้เด็ก ป้องกันไม่ให้เด็กชักเพราะไข้สูง ให้เช็ดตัวครับ เช็ดแล้วถูกผิวให้แรงๆหน่อยเส้นเลือดที่ผิวหนังจะขยายตัวแล้วคายความร้อนทำให้ไข้ลง ประเด็นต่อมาหมอก้องสอนการช่วยคนที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นว่าให้เริ่มจาก ABC คือ เปิดทางเดินหายใจ Airway ก่อน อันนี้เลิกใช้มาได้ประมาณสี่ห้าปีแหล่ว ในไกด์ไลน์การช่วยชีวิตอันล่าสุด ให้ C คือการปั๊มหัวใจมาเป็นอันดับแรกแล้วนะครับ คือเน้นความสำคัญของการปั๊มหัวใจเป็นอันดับแรก ถ้าเจอคนหมดสติ เรียกไม่รู้สึกตัว ปั๊มหัวใจไปเลยครับสำคัญสุด ยกเว้นในกรณีจมน้ำที่ยังใช้ ABC ได้นะครับ เพราะอาจมีพวกดินโคลนอุดตันในทางเดินหายใจได้ ให้เอาของแปลกปลอมที่คาอยู่ในปากและอาจอุดตันทางเดินหายใจออกให้หมด จากนั้นก็ปั๊มหัวใจแล้วผายปอดแม่มเลยครับ ประเด็นต่อมา หมอก้องปั๊มหัวใจคนไข้ผิดตำแหน่งนะครับ ที่หมอก้องบอกว่าให้เหนือลิ้นปี่สองนิ้ว และเยื้องไปทางซ้ายอีกสองนิ้วเพราะหัวใจอยู่ทางซ้าย อันนี้ผิดครับ ตำแหน่งปั๊มหัวใจที่ถูกต้องคือ กระดูกลิ้นปี่ส่วนล่างตรงกึ่งกลางเลยครับ ไม่ต้องเยื้องไปทางไหนทั้งนั้น ปั๊มให้เร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที ให้ยุบลงไปประมาณ 5-6 ซม ประเด็นต่อมาที่หมอก้องบอกว่าถ้าคนท้องใกล้คลอด ปากมดลูกเปิด หัวเด็กโผล่มาขนาดนั้นแล้ว บอกให้แม่กั้นคาไว้อย่าเบ่ง อันนี้อันตรายเพราะถ้าหัวเด็กโผล่มาขนาดนั้นแล้วคาไว้ เด็กอาจจะขาดออกซีเจนถึงตายได้ แต่ถ้าเด็กยังไม่โผล่ ก็อย่าเพิ่งรีบเบ่ง ให้รีบไป รพ จะดีสุดครับ สรุป&#8230; เอาเป็นว่าทางหมอก้องกับรายการตีสิบควรจะเช็คข้อมูลเรื่องการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องก่อนออกสื่อกันซักหน่อยนะครับ ไม่งั้นถ้าคนจำผิดๆแล้วเอาไปใช้นี่แม่งอันตรายมาก&#8221;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/07/news33.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-4590" src="http://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2016/07/news33.jpg" alt="news" width="700" height="420" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากที่รายการติบเดย์ ได้ออกอากาศไปเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) และได้มีทางดาราหนุ่ม &#8220;หมอก้อง สรวิชญ์&#8221; มาร่วมรายการและออกมาให้ข้อมูลการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict ได้ออกมาอธิบายบอกว่าว่าทางหมอก้อง นั้นได้ให้ข้อมูลท่านผู้ชมในรายการแบบผิดๆ ซึ่งกลัวว่าคนจะนำไปใช้และเกิดอันตราย จึงขอแก้ไขข้อมูลของหมอก้องให้ประชาชนได้ทราบแบบถูกต้องดังนี้</p>
<p>&#8220;เมื่อวานหมอก้องไปออกรายการตีสิบเดย์แล้วสอนเรื่องการปฐมพยาบาล<br />
ขอแก้ไขข้อมูลของหมอก้องหน่อยครับ<br />
การปฐมพยาบาลงูกัดในปัจจุบัน ไม่แนะนำให้ขันเชนาะหรือรัดเหนือบริเวณที่ถูกงูกัดเพื่อกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจแล้ว เพราะ &#8220;ไม่มีประโยชน์ใดๆ&#8221; แถมยังทำให้พิษเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองไวขึ้นด้วย ถ้าซวยหน่อยเจอคนขันเชนาะไม่เป็น ก็อาจจะรัดจนแขนขาส่วนที่ถูกรัด ขาดเลือด เนื้อตาย ต้องตัดแขนตัดขา ซวยกันไป<br />
ถ้าถูกงูกัดไม่ต้องขันเชนาะหรือรัดบริเวณที่โดนกัด ไม่ต้องเอาปากดูดพิษด้วย แค่เอาอะไรก็ได้แข็งๆมาดามตำแหน่งที่โดนงูกัดให้อยู่นิ่งๆ หรือให้คนเจ็บทำตัวให้นิ่งที่สุด แล้วหามส่ง รพ แม่งเลย<br />
อนึ่ง พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ ไม่มีคำนี้ในสารระบบของการแพทย์แผนปัจจุบัน<br />
เพราะพิษมันไม่ได้อกฤทธิ์ที่หัวใจ แต่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท การแข็งตัวของเลือด และกล้ามเนื้อ<br />
อสอง งูแมวเซา พิษไม่ทำให้ง่วง แต่ทำให้เลือดแข็งตัวผิดปรกติ ส่วนไอ้ความเชื่อที่ว่างูบางชนิดกัดแล้วง่วง จริงๆไม่ใช่ง่วง แต่กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตเพราะพิษงูบางชนิดส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก กล้ามเนื้อที่ใช้หายใจอ่อนแรงจนหายใจเองไม่ได้ แล้วก็ขาดออกซีเจนตายในที่สุด<br />
ประเด็นต่อมา เมื่อเด็กมีไข้ การใช้คูลฟีเวอร์แปะหัว ไม่ได้ช่วยอะไรมากครับ แค่หัวเย็น แต่ถ้าอยากจะลดไข้เด็ก ป้องกันไม่ให้เด็กชักเพราะไข้สูง ให้เช็ดตัวครับ เช็ดแล้วถูกผิวให้แรงๆหน่อยเส้นเลือดที่ผิวหนังจะขยายตัวแล้วคายความร้อนทำให้ไข้ลง<br />
ประเด็นต่อมาหมอก้องสอนการช่วยคนที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นว่าให้เริ่มจาก ABC คือ เปิดทางเดินหายใจ Airway ก่อน อันนี้เลิกใช้มาได้ประมาณสี่ห้าปีแหล่ว ในไกด์ไลน์การช่วยชีวิตอันล่าสุด ให้ C คือการปั๊มหัวใจมาเป็นอันดับแรกแล้วนะครับ คือเน้นความสำคัญของการปั๊มหัวใจเป็นอันดับแรก ถ้าเจอคนหมดสติ เรียกไม่รู้สึกตัว ปั๊มหัวใจไปเลยครับสำคัญสุด<br />
ยกเว้นในกรณีจมน้ำที่ยังใช้ ABC ได้นะครับ เพราะอาจมีพวกดินโคลนอุดตันในทางเดินหายใจได้ ให้เอาของแปลกปลอมที่คาอยู่ในปากและอาจอุดตันทางเดินหายใจออกให้หมด จากนั้นก็ปั๊มหัวใจแล้วผายปอดแม่มเลยครับ<br />
ประเด็นต่อมา หมอก้องปั๊มหัวใจคนไข้ผิดตำแหน่งนะครับ ที่หมอก้องบอกว่าให้เหนือลิ้นปี่สองนิ้ว และเยื้องไปทางซ้ายอีกสองนิ้วเพราะหัวใจอยู่ทางซ้าย อันนี้ผิดครับ ตำแหน่งปั๊มหัวใจที่ถูกต้องคือ กระดูกลิ้นปี่ส่วนล่างตรงกึ่งกลางเลยครับ ไม่ต้องเยื้องไปทางไหนทั้งนั้น ปั๊มให้เร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที ให้ยุบลงไปประมาณ 5-6 ซม<br />
ประเด็นต่อมาที่หมอก้องบอกว่าถ้าคนท้องใกล้คลอด ปากมดลูกเปิด หัวเด็กโผล่มาขนาดนั้นแล้ว บอกให้แม่กั้นคาไว้อย่าเบ่ง อันนี้อันตรายเพราะถ้าหัวเด็กโผล่มาขนาดนั้นแล้วคาไว้ เด็กอาจจะขาดออกซีเจนถึงตายได้ แต่ถ้าเด็กยังไม่โผล่ ก็อย่าเพิ่งรีบเบ่ง ให้รีบไป รพ จะดีสุดครับ<br />
สรุป&#8230; เอาเป็นว่าทางหมอก้องกับรายการตีสิบควรจะเช็คข้อมูลเรื่องการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องก่อนออกสื่อกันซักหน่อยนะครับ ไม่งั้นถ้าคนจำผิดๆแล้วเอาไปใช้นี่แม่งอันตรายมาก&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/4589/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.186 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-08-01 20:06:24 -->
