<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง &#187; ข่าวบันเทิง ข่าวดารา ข่าววันนี้ ข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมือง</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/news/crime/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/news</link>
	<description>รวมข่าววันนี้อัพเดท 24 ชม.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 03:46:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.39</generator>
	<item>
		<title>เชียงใหม่วิกฤต! รวบผู้ต้องสงสัยมือเผา ไฟป่าดอยสุเทพ-ปุย ลมเปลี่ยนทิศพัดเข้าชุมชน</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7853</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7853#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2021 02:50:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่าดอยสุเทพ-ปุย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7853</guid>
		<description><![CDATA[&#160; วิกฤตไฟป่า ไหม้ดอยสุเทพ-ปุย ลมเปลี่ยนทิศพัดเข้าชุมชน ส่งฮ.ขึ้นบินดับไฟ พร้อมทีมภาคพื้นดินกว่า 200 ชีวิต (11 มี.ค.64) เฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟป่า หลังเกิดเหตุไฟไหม้พื้นที่ป่าทางด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เขตบ้านปางยาง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยไฟได้ลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นป่าไผ่และป่าเต็งรัง ชุดดับไฟป่าภาคพื้นดินของศูนย์ปฏิบัติการระดับอำเภอ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และเข้าไปดับไฟได้ ทำให้ต้องขอสนับสนุนอากาศยานเข้าดับไฟป่าเพื่อควบคุมพื้นที่โดยเร็วที่สุด หลังรับแจ้ง เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ได้ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟแข่งกับเวลา หลังพบว่าทิศทางลมดึงไฟป่าให้ลุกลามขึ้นดอยสุเทพ บางส่วนลุกลามเข้าใกล้เขตชุมชน ขณะเดียวกันก็ได้มีการเสริมกำลังชุดดับไฟป่าภาคพื้นดิน ทั้งชุดเสือไฟและกำลังพลชุดปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 3 เข้าสนับสนุนเพื่อดับไฟอย่างเต็มที่เพราะเป็นผืนป่าติดตัวเมืองเชียงใหม่ จนถึงช่วงเย็น เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ได้โปรยดับไฟไปจำนวน 19 เที่ยว รวมปริมาณน้ำ 57,000 ลิตร ควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้ประมาณร้อยละ 50 ก่อนจะยุติภารกิจเนื่องจากเข้าสู่ช่วงค่ำ ขณะที่ชุดดับไฟภาคพื้นดินเร่งเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟให้สนิทโดยเร็วที่สุด ขณะที่ส่วนดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ส่งทีมดับเพลิงกู้ภัยพร้อมกับพนักงานจิตอาสา ร่วมกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เสือไฟ รวมแล้วกว่า 200 นาย เข้าสนับสนุนช่วยดับไฟป่าจนถึงช่วงดึก แต่ไฟยังคงลุกลามเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ลักลอบเผาป่าได้ 1 คน จากการสอบสวน เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MS84MzU1MzMwL2NueC5qcGc.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7854" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MS84MzU1MzMwL2NueC5qcGc.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MS84MzU1MzMwL2NueC5qcGc=" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิกฤตไฟป่า ไหม้ดอยสุเทพ-ปุย ลมเปลี่ยนทิศพัดเข้าชุมชน ส่งฮ.ขึ้นบินดับไฟ พร้อมทีมภาคพื้นดินกว่า 200 ชีวิต</p>
<p>(11 มี.ค.64) เฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟป่า หลังเกิดเหตุไฟไหม้พื้นที่ป่าทางด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เขตบ้านปางยาง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยไฟได้ลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นป่าไผ่และป่าเต็งรัง ชุดดับไฟป่าภาคพื้นดินของศูนย์ปฏิบัติการระดับอำเภอ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และเข้าไปดับไฟได้ ทำให้ต้องขอสนับสนุนอากาศยานเข้าดับไฟป่าเพื่อควบคุมพื้นที่โดยเร็วที่สุด</p>
<p>หลังรับแจ้ง เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ได้ขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟแข่งกับเวลา หลังพบว่าทิศทางลมดึงไฟป่าให้ลุกลามขึ้นดอยสุเทพ บางส่วนลุกลามเข้าใกล้เขตชุมชน ขณะเดียวกันก็ได้มีการเสริมกำลังชุดดับไฟป่าภาคพื้นดิน ทั้งชุดเสือไฟและกำลังพลชุดปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 3 เข้าสนับสนุนเพื่อดับไฟอย่างเต็มที่เพราะเป็นผืนป่าติดตัวเมืองเชียงใหม่</p>
<p>จนถึงช่วงเย็น เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ได้โปรยดับไฟไปจำนวน 19 เที่ยว รวมปริมาณน้ำ 57,000 ลิตร ควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้ประมาณร้อยละ 50 ก่อนจะยุติภารกิจเนื่องจากเข้าสู่ช่วงค่ำ ขณะที่ชุดดับไฟภาคพื้นดินเร่งเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟให้สนิทโดยเร็วที่สุด</p>
<p>ขณะที่ส่วนดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ส่งทีมดับเพลิงกู้ภัยพร้อมกับพนักงานจิตอาสา ร่วมกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เสือไฟ รวมแล้วกว่า 200 นาย เข้าสนับสนุนช่วยดับไฟป่าจนถึงช่วงดึก แต่ไฟยังคงลุกลามเป็นวงกว้าง</p>
<p>นอกจากนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ลักลอบเผาป่าได้ 1 คน จากการสอบสวน เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7853/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำแผน &#8220;บังหมัด&#8221; ฆ่าอำพราง &#8220;น้องนิหน่า&#8221; ขับรถไล่ชน ข่มขืน ชิงเงินแล้วทุบจนตาย</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7840</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7840#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 02:56:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ฆ่าอำพราง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7840</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ความคืบหน้าคดีพบศพ “น้องนิหน่า” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ เสียชีวิตถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับอยู่ในร่องน้ำกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางหาดใหญ่-บางกล่ำ พื้นที่หมู่5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้สุดท้ายแล้วกลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพราะกลายเป็นคดีข่มขืนและฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้ว อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม? เด็กสาว 15 ทะเลาะกับแม่ขี่รถออกจากบ้าน กลายเป็นศพอย่างมีพิรุธ หนุ่มใหญ่สารภาพ ข่มขืนแล้วฆ่าโหด &#8220;น้องนิหน่า&#8221; สาววัย 15 ปี จัดฉากทิ้งศพที่ร่องถนน โดยล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วานนี้ (1 มี.ค.63) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค9 พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายประถม อายุ 49 ปี หรือ ”บังหมัด กงหรา” ตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่ จ.68/2564 ลงวันที่ 28 ก.พ.64 โดยถูกตำรวจชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9,พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.พงศ์พสิษฐ์ ทองด้วง ผกก.สภ.บางกล่ำ ตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 6 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง เมื่อวานนี้หลังใช้เวลาสืบสวนแค่ 26 ชั่วโมง พร้อมของกลาง 6 รายการ ประกอบด้วย ถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีเทา ทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน ซึ่งขับขณะก่อเหตุ เงินสด จำนวน 1,300 บาท ซึ่งเป็นเงินสดจากกระเป๋าของน้องนิหน่า เหล็กขันเปลี่ยนล้อรถ ยาวประมาณ 10 นิ้ว จำนวน 1 อัน ที่ใช้ทุบตี กางเกงขาสั้น แบบสามส่วนมีกระเป๋าด้านข้างขา สีครีม จำนวน 1 ตัว กางเกงกีฬาสีน้ำเงินแถบขาวแดง จำนวน 1 ตัว ซึ่งเป็นชุดสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และเสื้อคลุมแขนยาว แบบมีฮู้ดคลุมศีรษะ จำนวน 1 ตัวซึ่งเป็นเสื้อของน้องนิหน่าที่สวมใส่ในคืนเกิดเหตุ และแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหาคือ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร, และฆ่าผู้อื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้” พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 เปิดเผยว่า ในชั้นการจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าน้องนิหน่าเพียงคนเดียว โดยการขับรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า จนตกคูน้ำกลางถนน แล้วลงไปชกหน้าท้อง 3 ครั้ง ก่อนลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วชิงเอากระเป๋าสะพายของน้องนิหน่าพร้อมเงินสด 1,300 บาท จากนั้นได้ใช้เหล็กสำหรับใช้เปลี่ยนล้อรถที่เตรียมมา ตีที่ใบหน้าของน้องนิหน่า 2-3 ครั้ง จนเสียชีวิต แล้วได้นำรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า มาทับศพของผู้ตายบริเวณใบหน้าและลำตัวท่อนบน เพื่อทำให้ดูว่า เป็นการเกิดอุบัติเหตุรถตกคูเสียชีวิต และยังได้ถอดเสื้อแจ็คแก็ตสีน้ำตาลของน้องนิหน่าที่สวมใส่อยู่ เอามาเช็ดน้ำอสุจิของตนเอง แล้วนำไปทิ้งในพื้นที่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และล้างคราบเหล็กที่ใช้ตีเก็บไว้ในช่องเก็บของหลังเบาะนั่งข้างคนขับ ด้าน พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค9 เปิดเผยถึงการสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ว่าได้ระดมชุดสืบสวนจาก3 หน่วยทั้งชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนภาค9 และชุดสืบสวนสภ.บางกล่ำ กว่า 30 นาย ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยเฉพาะการแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบเบาะแสของรถต้องสงสัยและคนร้าย เริ่มจากเบาะแสสำคัญของคดีนี้ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ซึ่งอยู่ก่อนถึงจุดเกิดเหตุราว 3 กิโลเมตร โดยรถเก๋งคันนี้เป็นรถโตโยต้าโคโรล่า สีบรอนซ์ ทะเบียน กง 856 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขับเข้ามาจอดเติมน้ำมันในปั๊ม ในเวลา 00.22 น. คืนวันที่ 27 ก.พ. และน้องนิหน่าก็แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มนี้เช่นกัน ซึ่งตอนนั้นยังสวมใส่เสื้อฮู๊ดและล้วงเงินในกระเป๋ามาจ่ายค่าน้ำมัน โดยรถเก๋งคันนี้ขับออกไปก่อนเล็กน้อยและน่าจะไปดักรอ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เลยจุดเกิดเหตุมาเล็กน้อยพบว่ามีเพียงรถเก๋งคันนี้ขับมาคันเดียวโดยไม่มีรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า ขับตามมาแต่อย่างใด และหากเทียบเวลารถเก๋งคันนี้ก็ขับช้าผิดปกติมากเพราะจากปั๊มน้ำมันมาถึงจุดที่มีกล้องวงจรปิดเลยมาอีกตัวใช้เวลาแค่ประมาณ2 นาที แต่รถเก๋งคันนี้ใช้เวลาถึง 20 นาที จึงเป็นที่มาของขยายผลติดตามจับกุม และเมื่อเปรียบเทียบภาพชายที่ขับรถยนต์เก๋งคันนี้ จากภาพในกล้องวงจรปิด กับภาพบัตรประชาชนของนายประถม พบว่ามีลักษณะตำหนิรูปพรรณ หน้าตาเหมือนกันทุกประการ จึงเชื่อว่านายประถม เป็นคนร้ายในคดีนี้ รวมทั้งผลการตรวจ DNA จากซอกเล็บของผู้ตาย พบว่าตรงกับ DNA ของนายประด้วยอย่างชัดเจน รวมทั้งรองเท้าแตะสีน้ำเงินที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ1 คู่ก็ตรงกับรองเท้าแตะในภาพกล้องวงจรปิดที่ชายขับรถเก๋งสวมใส่เหมือนกัน และจากการตรวจสอบประวัติของนายประถม หรือ ”บังหมัด กงหรา” พบว่า เคยต้องโทษคดีพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี เพื่อการอนาจารฯ เมื่อปี 2545 ในพื้นที่ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี โทษให้รองลงอาญา 2 ปี ปรับเงิน 5,000 บาท และจากการสอบสวนแรงจูงใจการก่อเหตุ นายประถม บอกว่า ตอนเกิดเหตุได้ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ อ.หาดใหญ่ ขากลับแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มและเห็นหญิงสาวคนนี้ขับรถเข้ามาเติมน้ำมัน จึงมีอารมณ์จึงก่อเหตุขึ้น จากนั้นตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 ได้คุมตัวนายประถม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีการวางกำลังตำรวจนับร้อยนายมารักษาความเรียบร้อย เนื่องจากมีทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนและแฟนหนุ่มของน้องนิหน่า รวมทั้งชาวบ้านมารอดูการทำแผนเกือบ 200 คน ซึ่งการทำแผนเริ่มจากนายประถม ขับรถเบียดรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า และชนจนตกร่องน้ำกลางถนน จากนั้นได้ลงไปชกหน้าท้องลงมือข่มขืนและใช้เหล็กตี และเอารถจักรยานยนต์ทับร่างอำพรางว่าเป็นอุบัติ ซึ่งช่วงการทำแผนผ่านไปด้วยดีใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ขณะที่ทำแผนเสร็จและจะนำตัวไปขึ้นรถตู้ปรากฏว่าญาติพี่น้องและชาวบ้านพยายามแหกวงล้อมของตำรวจเข้ามาทำร้ายนายประถม ด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับสาปแช่งด่าทอด้วยความโกรธ แต่สุดท้ายตำรวจก็นำตัวนายประถม ขึ้นรถได้อย่างปลอดภัย นายอนันต์ จันตุลา พ่อของน้องนิหน่า ซึ่งมาดูการทำแผนด้วยบอกว่าต้องการให้ประหารชีวิตคนร้ายหรือจำคุกตลอดชีวิต เพราะเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่สำนึกผิดยังมาก่อเหตุซ้ำสอง ซึ่งจิตใจโหดร้ายมาก]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7841" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn2.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความคืบหน้าคดีพบศพ “น้องนิหน่า” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ เสียชีวิตถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับอยู่ในร่องน้ำกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางหาดใหญ่-บางกล่ำ พื้นที่หมู่5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้สุดท้ายแล้วกลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพราะกลายเป็นคดีข่มขืนและฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้ว</p>
<p>อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม? เด็กสาว 15 ทะเลาะกับแม่ขี่รถออกจากบ้าน กลายเป็นศพอย่างมีพิรุธ<br />
หนุ่มใหญ่สารภาพ ข่มขืนแล้วฆ่าโหด &#8220;น้องนิหน่า&#8221; สาววัย 15 ปี จัดฉากทิ้งศพที่ร่องถนน<br />
โดยล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วานนี้ (1 มี.ค.63) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค9 พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา</p>
<p>ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายประถม อายุ 49 ปี หรือ ”บังหมัด กงหรา” ตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่ จ.68/2564 ลงวันที่ 28 ก.พ.64</p>
<p>โดยถูกตำรวจชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9,พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.พงศ์พสิษฐ์ ทองด้วง ผกก.สภ.บางกล่ำ ตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 6 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง เมื่อวานนี้หลังใช้เวลาสืบสวนแค่ 26 ชั่วโมง</p>
<p>พร้อมของกลาง 6 รายการ ประกอบด้วย ถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีเทา ทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน ซึ่งขับขณะก่อเหตุ เงินสด จำนวน 1,300 บาท ซึ่งเป็นเงินสดจากกระเป๋าของน้องนิหน่า เหล็กขันเปลี่ยนล้อรถ ยาวประมาณ 10 นิ้ว จำนวน 1 อัน ที่ใช้ทุบตี กางเกงขาสั้น แบบสามส่วนมีกระเป๋าด้านข้างขา สีครีม จำนวน 1 ตัว กางเกงกีฬาสีน้ำเงินแถบขาวแดง จำนวน 1 ตัว ซึ่งเป็นชุดสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และเสื้อคลุมแขนยาว แบบมีฮู้ดคลุมศีรษะ จำนวน 1 ตัวซึ่งเป็นเสื้อของน้องนิหน่าที่สวมใส่ในคืนเกิดเหตุ</p>
<p>และแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหาคือ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร, และฆ่าผู้อื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้”</p>
<p>พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 เปิดเผยว่า ในชั้นการจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าน้องนิหน่าเพียงคนเดียว</p>
<p>โดยการขับรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า จนตกคูน้ำกลางถนน แล้วลงไปชกหน้าท้อง 3 ครั้ง ก่อนลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วชิงเอากระเป๋าสะพายของน้องนิหน่าพร้อมเงินสด 1,300 บาท</p>
<p>จากนั้นได้ใช้เหล็กสำหรับใช้เปลี่ยนล้อรถที่เตรียมมา ตีที่ใบหน้าของน้องนิหน่า 2-3 ครั้ง จนเสียชีวิต แล้วได้นำรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า มาทับศพของผู้ตายบริเวณใบหน้าและลำตัวท่อนบน เพื่อทำให้ดูว่า เป็นการเกิดอุบัติเหตุรถตกคูเสียชีวิต และยังได้ถอดเสื้อแจ็คแก็ตสีน้ำตาลของน้องนิหน่าที่สวมใส่อยู่ เอามาเช็ดน้ำอสุจิของตนเอง แล้วนำไปทิ้งในพื้นที่ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และล้างคราบเหล็กที่ใช้ตีเก็บไว้ในช่องเก็บของหลังเบาะนั่งข้างคนขับ<br />
ด้าน พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค9 เปิดเผยถึงการสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ว่าได้ระดมชุดสืบสวนจาก3 หน่วยทั้งชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนภาค9 และชุดสืบสวนสภ.บางกล่ำ กว่า 30 นาย ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยเฉพาะการแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบเบาะแสของรถต้องสงสัยและคนร้าย</p>
<p>เริ่มจากเบาะแสสำคัญของคดีนี้ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ซึ่งอยู่ก่อนถึงจุดเกิดเหตุราว 3 กิโลเมตร</p>
<p>โดยรถเก๋งคันนี้เป็นรถโตโยต้าโคโรล่า สีบรอนซ์ ทะเบียน กง 856 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขับเข้ามาจอดเติมน้ำมันในปั๊ม ในเวลา 00.22 น. คืนวันที่ 27 ก.พ. และน้องนิหน่าก็แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มนี้เช่นกัน ซึ่งตอนนั้นยังสวมใส่เสื้อฮู๊ดและล้วงเงินในกระเป๋ามาจ่ายค่าน้ำมัน</p>
<p>โดยรถเก๋งคันนี้ขับออกไปก่อนเล็กน้อยและน่าจะไปดักรอ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เลยจุดเกิดเหตุมาเล็กน้อยพบว่ามีเพียงรถเก๋งคันนี้ขับมาคันเดียวโดยไม่มีรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า ขับตามมาแต่อย่างใด</p>
<p>และหากเทียบเวลารถเก๋งคันนี้ก็ขับช้าผิดปกติมากเพราะจากปั๊มน้ำมันมาถึงจุดที่มีกล้องวงจรปิดเลยมาอีกตัวใช้เวลาแค่ประมาณ2 นาที แต่รถเก๋งคันนี้ใช้เวลาถึง 20 นาที จึงเป็นที่มาของขยายผลติดตามจับกุม</p>
<p>และเมื่อเปรียบเทียบภาพชายที่ขับรถยนต์เก๋งคันนี้ จากภาพในกล้องวงจรปิด กับภาพบัตรประชาชนของนายประถม พบว่ามีลักษณะตำหนิรูปพรรณ หน้าตาเหมือนกันทุกประการ จึงเชื่อว่านายประถม เป็นคนร้ายในคดีนี้</p>
<p>รวมทั้งผลการตรวจ DNA จากซอกเล็บของผู้ตาย พบว่าตรงกับ DNA ของนายประด้วยอย่างชัดเจน รวมทั้งรองเท้าแตะสีน้ำเงินที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ1 คู่ก็ตรงกับรองเท้าแตะในภาพกล้องวงจรปิดที่ชายขับรถเก๋งสวมใส่เหมือนกัน</p>
<p>และจากการตรวจสอบประวัติของนายประถม หรือ ”บังหมัด กงหรา” พบว่า เคยต้องโทษคดีพรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี เพื่อการอนาจารฯ เมื่อปี 2545 ในพื้นที่ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี โทษให้รองลงอาญา 2 ปี ปรับเงิน 5,000 บาท และจากการสอบสวนแรงจูงใจการก่อเหตุ นายประถม บอกว่า ตอนเกิดเหตุได้ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ อ.หาดใหญ่ ขากลับแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มและเห็นหญิงสาวคนนี้ขับรถเข้ามาเติมน้ำมัน จึงมีอารมณ์จึงก่อเหตุขึ้น</p>
<p>จากนั้นตำรวจภายใต้การนำของ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 ได้คุมตัวนายประถม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีการวางกำลังตำรวจนับร้อยนายมารักษาความเรียบร้อย เนื่องจากมีทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนและแฟนหนุ่มของน้องนิหน่า รวมทั้งชาวบ้านมารอดูการทำแผนเกือบ 200 คน ซึ่งการทำแผนเริ่มจากนายประถม ขับรถเบียดรถจักรยานยนต์ของน้องนิหน่า และชนจนตกร่องน้ำกลางถนน จากนั้นได้ลงไปชกหน้าท้องลงมือข่มขืนและใช้เหล็กตี และเอารถจักรยานยนต์ทับร่างอำพรางว่าเป็นอุบัติ</p>
<p>ซึ่งช่วงการทำแผนผ่านไปด้วยดีใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ขณะที่ทำแผนเสร็จและจะนำตัวไปขึ้นรถตู้ปรากฏว่าญาติพี่น้องและชาวบ้านพยายามแหกวงล้อมของตำรวจเข้ามาทำร้ายนายประถม ด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับสาปแช่งด่าทอด้วยความโกรธ แต่สุดท้ายตำรวจก็นำตัวนายประถม ขึ้นรถได้อย่างปลอดภัย</p>
<p>นายอนันต์ จันตุลา พ่อของน้องนิหน่า ซึ่งมาดูการทำแผนด้วยบอกว่าต้องการให้ประหารชีวิตคนร้ายหรือจำคุกตลอดชีวิต เพราะเคยก่อเหตุแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่สำนึกผิดยังมาก่อเหตุซ้ำสอง ซึ่งจิตใจโหดร้ายมาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7840/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนุ่มบิ๊กไบค์ ขอโทษชักปืนยิงขู่รถสาว อ้างทำไปเพราะโมโหโดนบีบแตร</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7837</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7837#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 02:55:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กไบค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7837</guid>
		<description><![CDATA[&#160; หนุ่มบิ๊กไบค์ ชักปืนยิงขู่รถสาว มอบตัวแล้ว ไหว้ขอโทษคู่กรณีอ้างทำไปเพราะโมโหโดนบีบแตรใส่ (1 มี.ค.64) พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้รับการติดต่อขอมอบตัว จาก นายอนุรักษ์ อายุ 28 ปี หลังถูกแจ้งความจาก สาวคู่กรณี (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่า กลางดึกคืนวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนและน้องสาวอายุ 17 ปี พร้อมญาติอีก 2คน มาช่วยแม่ขายของภายในงานประจำปีวัดพระปรางค์ หมู่ 6 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ขากลับได้ขับรถยนต์ออกมาจากบริเวณงาน ได้ประมาณ 2 กม. มีรถจักรยานยนต์คันใหญ่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับพุ่งมาจากถนนข้างทาง ตนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ จึงบีบแตรให้สัญญาณ ปรากฏว่าผู้ชายคนขับขี่รถจักรยานยนต์กับขัยปาดหน้ารถตะโกนด่า ให้ของลับแล้วขับรถตามมา จากนั้นยิงปืนข่มขู่ จึงรีบขับรถหนี น้องสาวจึงใช้มือถือถ่ายคลิป และโทร 191 แจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ ซึ่งคนร้ายยังคงขี่รถจักรยานยนต์ตามมาปาดหน้าแล้วโชว์ปืน บังคับให้จอด แต่ตนไม่หยุดรถ และขับหนีระยะทางกว่า 3 กม.จนเข้ามาในเขต อ.สวรรคโลก จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาช่วยเหลือ ขับรถนำทางพาพวงตนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย รุ่งขึ้นจึงพร้อมด้วยมารดาเข้ามาแจ้งความที่ สภ.ศรีสัชนาลัย พ.ต.อ.อนุวัฒน์ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานเหตุ และดูคลิปเหตุการณ์แล้วจึงสั่งการให้ชุดสืบสวน ติดตามดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางดังกล่าว และหาเบาะแสในพื้นที่จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอนุรักษ์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอหมายจับ และให้กำลังส่วนหนึ่งประกบตัวไว้ จนผู้ก่อเหตุทนแรงกดดันไม่ไหวติดต่อขอมอบตัว และต้องการขอโทษผู้เสียหายเนื่องจากสำนึกผิด จึงแจ้งผู้เสียหายทราบ ด้านนายอนุรักษ์ ทันทีที่พบ นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี แม่ผู้เสียหาย ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ที่กระทำการลงไปเพราะความเครียด ไม่ได้มุ่งหมายจะทำร้ายใครแต่อย่างใด ซึ่งนางน้อย ได้ว่ากล่าวตำหนิ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นายอนุรักษ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนทะเลาะกับแฟนสาว และได้ดื่มเหล้า จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า X-Max สีเทา ออกมาจากบ้าน กำลังจะขึ้นถนนใหญ่ แต่ถูกรถยนต์คู่กรณีบีบแตรใส่ ด้วยความโมโห และตนเองได้พกปืนขนาด 9 มม. อยู่กับตัวด้วย จึงขับรถตามไปก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้ง 4 ข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ติดป้ายทะเบียน อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนเพิ่มเติมหากเข้าข่ายความผิดใด จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7838" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn1.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนุ่มบิ๊กไบค์ ชักปืนยิงขู่รถสาว มอบตัวแล้ว ไหว้ขอโทษคู่กรณีอ้างทำไปเพราะโมโหโดนบีบแตรใส่</p>
<p>(1 มี.ค.64) พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้รับการติดต่อขอมอบตัว จาก นายอนุรักษ์ อายุ 28 ปี หลังถูกแจ้งความจาก สาวคู่กรณี (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่า กลางดึกคืนวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนและน้องสาวอายุ 17 ปี พร้อมญาติอีก 2คน มาช่วยแม่ขายของภายในงานประจำปีวัดพระปรางค์ หมู่ 6 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ขากลับได้ขับรถยนต์ออกมาจากบริเวณงาน ได้ประมาณ 2 กม. มีรถจักรยานยนต์คันใหญ่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับพุ่งมาจากถนนข้างทาง ตนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ จึงบีบแตรให้สัญญาณ</p>
<p>ปรากฏว่าผู้ชายคนขับขี่รถจักรยานยนต์กับขัยปาดหน้ารถตะโกนด่า ให้ของลับแล้วขับรถตามมา จากนั้นยิงปืนข่มขู่ จึงรีบขับรถหนี น้องสาวจึงใช้มือถือถ่ายคลิป และโทร 191 แจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ ซึ่งคนร้ายยังคงขี่รถจักรยานยนต์ตามมาปาดหน้าแล้วโชว์ปืน บังคับให้จอด แต่ตนไม่หยุดรถ และขับหนีระยะทางกว่า 3 กม.จนเข้ามาในเขต อ.สวรรคโลก จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาช่วยเหลือ ขับรถนำทางพาพวงตนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย รุ่งขึ้นจึงพร้อมด้วยมารดาเข้ามาแจ้งความที่ สภ.ศรีสัชนาลัย</p>
<p>พ.ต.อ.อนุวัฒน์ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานเหตุ และดูคลิปเหตุการณ์แล้วจึงสั่งการให้ชุดสืบสวน ติดตามดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางดังกล่าว และหาเบาะแสในพื้นที่จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอนุรักษ์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอหมายจับ และให้กำลังส่วนหนึ่งประกบตัวไว้ จนผู้ก่อเหตุทนแรงกดดันไม่ไหวติดต่อขอมอบตัว และต้องการขอโทษผู้เสียหายเนื่องจากสำนึกผิด จึงแจ้งผู้เสียหายทราบ</p>
<p>ด้านนายอนุรักษ์ ทันทีที่พบ นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี แม่ผู้เสียหาย ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ที่กระทำการลงไปเพราะความเครียด ไม่ได้มุ่งหมายจะทำร้ายใครแต่อย่างใด ซึ่งนางน้อย ได้ว่ากล่าวตำหนิ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด</p>
<p>นายอนุรักษ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนทะเลาะกับแฟนสาว และได้ดื่มเหล้า จากนั้นจึงขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า X-Max สีเทา ออกมาจากบ้าน กำลังจะขึ้นถนนใหญ่ แต่ถูกรถยนต์คู่กรณีบีบแตรใส่ ด้วยความโมโห และตนเองได้พกปืนขนาด 9 มม. อยู่กับตัวด้วย จึงขับรถตามไปก่อเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้ง 4 ข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ติดป้ายทะเบียน อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนเพิ่มเติมหากเข้าข่ายความผิดใด จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7837/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุกยิงผู้สมัครหญิงตระกูลดังราชบุรี กลางงานศพ ดับ 1 สาหัส 4</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7834</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7834#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 02:54:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บุกยิง สส ราชบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7834</guid>
		<description><![CDATA[&#160; การเลือกตั้งท้องถิ่นราชบุรีดุ!! คนร้ายบุกยิงสนั่นปลิดชีพผู้สมัครหญิง ตระกูลดัง ชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กลางงานศพ ดับ 1 เจ็บสาหัส 4 ราย เมื่อเวลา 19.30 น. (1 มี.ค.64) พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมมาตร จันทรัตน์ ผกก.สภ.โพธาราม, ร.ต.อ.ชัชวาลย์ จันทวงษ์ ร้อยเวรสภ.โพธาราม จ.ราชบุรี และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรี พร้อมชุดสืบสวน สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันภายในงานศพภายในศาลาสุธรรมวิชัย ประชาสามัคคี ภายในวัดท่ามะขาม หมู่ 7 ต.สามเรือน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล 1 ราย เบื้องต้นทราบเป็น 1 ในผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนทราย จากการตรวจในที่เกิดเหตุพบเก้าอี้ล้มกระจัดกระจาย และพบรอยเลือดหลายจุดทั่วศาลา ส่วนผู้ได้มี รายแรกคือ นายยิ่งพันธิ์ กันเกตุ กำนันตำบลดอนทราย อาการสาหัส รายที่ 2 นายนคร วันเพ็ญ ผู้สมัครเทศบาลตำบลดอนทราย รายที่ 3 นางสมถวิล ศรีรัตน์ รายที่ 4 นางมณเฑียร ใจธรรม ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเจ็ดเสมียน และ โรงพยาบาลราชบุรี ส่วนรายที่ 5 คือ นางวราพร เนียมรักษา ผู้สมัครนายกเทศบาลตำบลดอนทราย อาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราชบุรี แต่นางวราพร เนียมรักษา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนในที่เกิดเหตุตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 2 ปลอก ที่ด้านหลังศาลา ภายในศาลาพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 1 ปลอก และพบหัวกระสุนปืนแตกเกลื่อนทั่วศาลา ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุนั้นได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไป จากการสอบถาม นายสุก จิตรคำ มัคคทายกวัดท่ามะขาม เล่าวินาทีที่เหตุการณ์คนร้ายบุกยิง ว่า ขณะตนกำลังกล่าวเชิญนายยิ่งพันธิ์ กำนันตำบลดอนทราย ซึ่งเป็นประธานในงานศพคืนนี้ ขึ้นไปจุดธูปที่หน้าพระพุทธ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ในระหว่างที่นายยิ่งพันธ์กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตนก็ตะโกนบอกให้คนที่อยู่ในศาลากำลังมาฟังพระสวดพระอภิธรรม และพระนิมนต์มาสวด นอนหมอบ พอเสียงปืนเงียบ ตนก็เห็นว่ามีคนถูกยิงหลายคน ส่วนคนร้ายนั้นไม่ทราบว่าเห็นเป็นใครมาจากที่ไหน แต่ได้ยินเสียงปืนยิงมาจากด้านหลังพระประธาน ส่วนตนเองก้มหลบตรงเสาใต้แท่นที่นั่งพระสวด รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด ด้าน พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จ.ราชบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบคนร้ายขอเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานไว้ พร้อมตรวจสอบบริเวณโดยรอบวัดทั้งในศาลาและนอกศาลลา รวมไปถึงเส้นทางหลบหนี เพื่อหาร่องรอยของคนร้าย ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุนั้น เดี๋ยวรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดก่อน รวมทั้งพยานแวดล้อม ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้มาก ขอเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ขณะที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวทราบว่าในพื้นที่ ตำบลดอนทรายนั้นมีการแข่งขันทางการเมืองอย่างรุนแรง ตั้งแต่คราวที่มีการลงสมัครกำนันในพื้นที่แล้ว]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7835" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyOTc4L3JhdGNoYWJ1cmkuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเลือกตั้งท้องถิ่นราชบุรีดุ!! คนร้ายบุกยิงสนั่นปลิดชีพผู้สมัครหญิง ตระกูลดัง ชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีตำบลดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กลางงานศพ ดับ 1 เจ็บสาหัส 4 ราย</p>
<p>เมื่อเวลา 19.30 น. (1 มี.ค.64) พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมมาตร จันทรัตน์ ผกก.สภ.โพธาราม, ร.ต.อ.ชัชวาลย์ จันทวงษ์ ร้อยเวรสภ.โพธาราม จ.ราชบุรี และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ราชบุรี พร้อมชุดสืบสวน สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันภายในงานศพภายในศาลาสุธรรมวิชัย ประชาสามัคคี ภายในวัดท่ามะขาม หมู่ 7 ต.สามเรือน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล 1 ราย เบื้องต้นทราบเป็น 1 ในผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดอนทราย</p>
<p>จากการตรวจในที่เกิดเหตุพบเก้าอี้ล้มกระจัดกระจาย และพบรอยเลือดหลายจุดทั่วศาลา ส่วนผู้ได้มี รายแรกคือ นายยิ่งพันธิ์ กันเกตุ กำนันตำบลดอนทราย อาการสาหัส รายที่ 2 นายนคร วันเพ็ญ ผู้สมัครเทศบาลตำบลดอนทราย รายที่ 3 นางสมถวิล ศรีรัตน์ รายที่ 4 นางมณเฑียร ใจธรรม ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเจ็ดเสมียน และ โรงพยาบาลราชบุรี ส่วนรายที่ 5 คือ นางวราพร เนียมรักษา ผู้สมัครนายกเทศบาลตำบลดอนทราย อาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพเมืองราชบุรี แต่นางวราพร เนียมรักษา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา</p>
<p>ส่วนในที่เกิดเหตุตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 2 ปลอก ที่ด้านหลังศาลา ภายในศาลาพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 1 ปลอก และพบหัวกระสุนปืนแตกเกลื่อนทั่วศาลา ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุนั้นได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไป<br />
จากการสอบถาม นายสุก จิตรคำ มัคคทายกวัดท่ามะขาม เล่าวินาทีที่เหตุการณ์คนร้ายบุกยิง ว่า ขณะตนกำลังกล่าวเชิญนายยิ่งพันธิ์ กำนันตำบลดอนทราย ซึ่งเป็นประธานในงานศพคืนนี้ ขึ้นไปจุดธูปที่หน้าพระพุทธ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ในระหว่างที่นายยิ่งพันธ์กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตนก็ตะโกนบอกให้คนที่อยู่ในศาลากำลังมาฟังพระสวดพระอภิธรรม และพระนิมนต์มาสวด นอนหมอบ พอเสียงปืนเงียบ ตนก็เห็นว่ามีคนถูกยิงหลายคน ส่วนคนร้ายนั้นไม่ทราบว่าเห็นเป็นใครมาจากที่ไหน แต่ได้ยินเสียงปืนยิงมาจากด้านหลังพระประธาน ส่วนตนเองก้มหลบตรงเสาใต้แท่นที่นั่งพระสวด รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด</p>
<p>ด้าน พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จ.ราชบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบคนร้ายขอเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานไว้ พร้อมตรวจสอบบริเวณโดยรอบวัดทั้งในศาลาและนอกศาลลา รวมไปถึงเส้นทางหลบหนี เพื่อหาร่องรอยของคนร้าย ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุนั้น เดี๋ยวรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดก่อน รวมทั้งพยานแวดล้อม ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้มาก ขอเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน</p>
<p>ขณะที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวทราบว่าในพื้นที่ ตำบลดอนทรายนั้นมีการแข่งขันทางการเมืองอย่างรุนแรง ตั้งแต่คราวที่มีการลงสมัครกำนันในพื้นที่แล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7834/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช็อกทั้งบ้าน หนุ่มช่างสักยิงปืนขึ้นฟ้า-ถามรักตัวเขาไหม ก่อนยิงตัวตายต่อหน้า</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7831</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7831#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2021 03:07:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่มช่างสัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7831</guid>
		<description><![CDATA[สุดช็อก หนุ่มช่างสักเครียดจัดคว้าปืนยิงขึ้นฟ้า ก่อนถามญาติๆ ทุกคนว่ารักตนเองไหม แล้วใช้ปืนจ่อปลายคางจบชีวิตต่อหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.ท.อำพล นุชนงค์ สว.สอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งมีเหตุคนใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลวังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ที่เกิดเหตุอยู่ในซอย ของถนนสายดอนเมือง-เพชรเกษม ตรงข้ามสถานีวิทยุราชดำริสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกยิงเข้าปลายคาง กระสุนทะลุศีรษะ มันสมองกระจาย ทราบชื่อคือ นายยูนูส อายุ 32 ปี สภาพนอนหงาย สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นเลยเข่า ไม่สวมเสื้อผ้า นอนจมกองเลือด อยู่กลางดินบนทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านผู้ตายกับบ้านพ่อและบ้านยาย โดยข้างศพ พบอาวุธปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ ตกอยู่ใกล้มือ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนลูกซอง ขนาด เบอร์ 12 ตกอยู่ 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบถาม นายอานนท์ อายุ 24 ปี น้องชายของผู้ตาย กล่าวว่า พี่ชายเคยต้องโทษคดีพยายามฆ่าผู้อื่น ถูกตัดสินจองจำกว่า 10 ปี และเพิ่งพ้นโทษมาได้ 4 เดือน และเมื่อออกจากเรือนจำก็จะยึดอาชีพรับสักให้กับผู้ที่นิยมชมชอบงานศิลปะบนเรือนร่าง ซึ่งก็มีลูกค้ามาให้พี่ชายสักเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำพี่ชายต้องใช้ยากล่อมประสาท เนื่องจากเกิดภาวะเครียดหลายอย่าง เรื่องครอบครัวพ่อกับแม่แยกทางกัน และแฟนที่อยู่ด้วยกันก็เลิกรากันไป และเมื่อออกมาก็ยังมาเจอปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก แฟนใหม่ที่เพิ่งคบ ซึ่งคนนี้พี่ชายรักมากก็หักอกไปอยู่กับชายอื่น ทำให้พี่ชายเครียดหนัก คิดมากว่าไม่มีใครรักเขาจริง ซึ่งญาติพี่น้องทุกคนพยายามปลอบใจอยู่ร่ำไป เพราะกลัวจะคิดมาก ทำร้ายตัวเอง แต่สิ่งที่ทุกคนกลัวก็มาถึงจนได้ นายอานนท์ กล่าวต่ออีกว่า จนกระทั่งวันนี้ ก่อนเกิดเหตุ นายยูนูส พี่ชายได้ไปขอเหล้าจากน้าชาย มานั่งดื่มหมดไปเพียงค่อนขวด แล้วก็เดินออกมาจากบ้าน แล้วใช้อาวุธปืน ยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ทำให้ญาติๆ ทุกคนกว่า 10 คน ซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านหลบร้อนใต้ต้นไม้หันมาดูด้วยความตกใจ แล้วพี่ชายก็ถามทีละคนว่า &#8220;รักตัวเขาไหม&#8221; ซึ่งทุกคนก็ตอบว่ารัก จนสิ้นเสียงคนสุดท้าย พี่ชายก็ยกอาวุธปืนจ่อที่ปลายคางแล้วลั่นไกยิงตัวเองตายต่อหน้าต่อตาทุกคน ที่ถึงกับช็อก เมื่อตั้งสติได้ก็แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างไว้ ก็ให้ทางหน่วยกู้ภัยนำศพไปชันสูตรที่ รพ.ชุมพร เพื่อเก็บหารายละเอียดไว้สรุปในสำนวนอีกครั้ง แม้ทางญาติจะไม่ติดใจในคดีในครั้งนี้ก็ตาม]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>สุดช็อก หนุ่มช่างสักเครียดจัดคว้าปืนยิงขึ้นฟ้า ก่อนถามญาติๆ ทุกคนว่ารักตนเองไหม แล้วใช้ปืนจ่อปลายคางจบชีวิตต่อหน้า</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.ท.อำพล นุชนงค์ สว.สอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งมีเหตุคนใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลวังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ที่เกิดเหตุอยู่ในซอย ของถนนสายดอนเมือง-เพชรเกษม ตรงข้ามสถานีวิทยุราชดำริสัมพันธ์</p>
<p>เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกยิงเข้าปลายคาง กระสุนทะลุศีรษะ มันสมองกระจาย ทราบชื่อคือ นายยูนูส อายุ 32 ปี สภาพนอนหงาย สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นเลยเข่า ไม่สวมเสื้อผ้า นอนจมกองเลือด อยู่กลางดินบนทางเดินที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านผู้ตายกับบ้านพ่อและบ้านยาย โดยข้างศพ พบอาวุธปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ ตกอยู่ใกล้มือ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนลูกซอง ขนาด เบอร์ 12 ตกอยู่ 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน</p>
<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzAyL2tpbGwuanBn.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7832" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzAyL2tpbGwuanBn.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzAyL2tpbGwuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>สอบถาม นายอานนท์ อายุ 24 ปี น้องชายของผู้ตาย กล่าวว่า พี่ชายเคยต้องโทษคดีพยายามฆ่าผู้อื่น ถูกตัดสินจองจำกว่า 10 ปี และเพิ่งพ้นโทษมาได้ 4 เดือน และเมื่อออกจากเรือนจำก็จะยึดอาชีพรับสักให้กับผู้ที่นิยมชมชอบงานศิลปะบนเรือนร่าง ซึ่งก็มีลูกค้ามาให้พี่ชายสักเรื่อยๆ</p>
<p>ตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำพี่ชายต้องใช้ยากล่อมประสาท เนื่องจากเกิดภาวะเครียดหลายอย่าง เรื่องครอบครัวพ่อกับแม่แยกทางกัน และแฟนที่อยู่ด้วยกันก็เลิกรากันไป</p>
<p>และเมื่อออกมาก็ยังมาเจอปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก แฟนใหม่ที่เพิ่งคบ ซึ่งคนนี้พี่ชายรักมากก็หักอกไปอยู่กับชายอื่น ทำให้พี่ชายเครียดหนัก คิดมากว่าไม่มีใครรักเขาจริง ซึ่งญาติพี่น้องทุกคนพยายามปลอบใจอยู่ร่ำไป เพราะกลัวจะคิดมาก ทำร้ายตัวเอง แต่สิ่งที่ทุกคนกลัวก็มาถึงจนได้</p>
<p>นายอานนท์ กล่าวต่ออีกว่า จนกระทั่งวันนี้ ก่อนเกิดเหตุ นายยูนูส พี่ชายได้ไปขอเหล้าจากน้าชาย มานั่งดื่มหมดไปเพียงค่อนขวด แล้วก็เดินออกมาจากบ้าน แล้วใช้อาวุธปืน ยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ทำให้ญาติๆ ทุกคนกว่า 10 คน ซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านหลบร้อนใต้ต้นไม้หันมาดูด้วยความตกใจ แล้วพี่ชายก็ถามทีละคนว่า &#8220;รักตัวเขาไหม&#8221; ซึ่งทุกคนก็ตอบว่ารัก</p>
<p>จนสิ้นเสียงคนสุดท้าย พี่ชายก็ยกอาวุธปืนจ่อที่ปลายคางแล้วลั่นไกยิงตัวเองตายต่อหน้าต่อตาทุกคน ที่ถึงกับช็อก เมื่อตั้งสติได้ก็แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างไว้ ก็ให้ทางหน่วยกู้ภัยนำศพไปชันสูตรที่ รพ.ชุมพร เพื่อเก็บหารายละเอียดไว้สรุปในสำนวนอีกครั้ง แม้ทางญาติจะไม่ติดใจในคดีในครั้งนี้ก็ตาม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7831/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักท่องเที่ยววิ่งกระเจิง พบศพผู้หญิงเหลือแค่ท่อนล่างลอยเกยชายหาดแม่รำพึง</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7828</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7828#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2021 03:06:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หาดแม่รำพึง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7828</guid>
		<description><![CDATA[&#160; สยองขวัญวันหยุด พบศพผู้หญิงเหลือแค่ท่อนล่างลอยเกยชายหาดแม่รำพึง จ.ระยอง ขณะนักท่องเที่ยวเต็มชายหาด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.สากล คำยิ่งยง สว.(สอบสวน) สภ.เพ จ.ระยอง ได้รับแจ้งพบชิ้นส่วนท่อนล่างของมนุษย์ลอยมาเกยชายหาดก้นอ่าว ม.1 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบนักท่องเที่ยวกำลังยืนมุงกันอยู่ริมชายหาด เข้าไปตรวจสอบ พบกับศพสภาพท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไป ใส่กางเกงขายาวสีดำซิบและกระดุมถูกปลดออก ด้านในใส่กางเกงชั้นในแบบผู้หญิง โดยมีตัวเพียงเกาะติดเต็มกางเกง โดยเฉพาะด้านหลัง ตรวจรอบๆ บริเวณก็ไม่พบชิ้นส่วนด้านบนที่หายไป จากการสอบถามนักท่องเที่ยวที่พบเห็นชิ้นส่วนมนุษย์ ต่างก็ยังอยู่ในอาการตกตะลึง ได้ให้การว่า ขณะกำลังลงเล่นน้ำและเดินเล่นอยู่บนชายหาดดังกล่าว พบกับชิ้นส่วนดังกล่าวลอยไปมากับเกลียวคลื่น ในตอนแรกต่างก็คิดว่าเป็นเพียงกางเกงลอยน้ำมา พอเข้าไปดูก็ถึงกับผงะ เมื่อพบว่าเป็นท่อนล่างของคน ทุกคนก็ถึงกับวิ่งหนีออกมา ก่อนจะตั้งสติแล้วก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทันที จากการตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนท่อนล่างของมนุษย์ที่พบซึ่งทางแพทย์คาดว่าเป็นผู้หญิง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคงจะถูกฆาตกรรมมาก่อน แล้วนำมาทิ้งทะเล โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกทิ้งมาจากจุดใด และเป็นใครมาจากไหน โดยเตรียมประสานโรงพักใกล้เคียงว่ามีใครมาแจ้งความคนหายไว้บ้าง รวมถึงชุมชนริมทะเลเพื่อหาเบาะแสต่อไป]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzIyL2JvZHkuanBn.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7829" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzIyL2JvZHkuanBn.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzIyL2JvZHkuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สยองขวัญวันหยุด พบศพผู้หญิงเหลือแค่ท่อนล่างลอยเกยชายหาดแม่รำพึง จ.ระยอง ขณะนักท่องเที่ยวเต็มชายหาด</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.สากล คำยิ่งยง สว.(สอบสวน) สภ.เพ จ.ระยอง ได้รับแจ้งพบชิ้นส่วนท่อนล่างของมนุษย์ลอยมาเกยชายหาดก้นอ่าว ม.1 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง</p>
<p>เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบนักท่องเที่ยวกำลังยืนมุงกันอยู่ริมชายหาด เข้าไปตรวจสอบ พบกับศพสภาพท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไป ใส่กางเกงขายาวสีดำซิบและกระดุมถูกปลดออก ด้านในใส่กางเกงชั้นในแบบผู้หญิง โดยมีตัวเพียงเกาะติดเต็มกางเกง โดยเฉพาะด้านหลัง ตรวจรอบๆ บริเวณก็ไม่พบชิ้นส่วนด้านบนที่หายไป</p>
<p>จากการสอบถามนักท่องเที่ยวที่พบเห็นชิ้นส่วนมนุษย์ ต่างก็ยังอยู่ในอาการตกตะลึง ได้ให้การว่า ขณะกำลังลงเล่นน้ำและเดินเล่นอยู่บนชายหาดดังกล่าว พบกับชิ้นส่วนดังกล่าวลอยไปมากับเกลียวคลื่น ในตอนแรกต่างก็คิดว่าเป็นเพียงกางเกงลอยน้ำมา พอเข้าไปดูก็ถึงกับผงะ เมื่อพบว่าเป็นท่อนล่างของคน ทุกคนก็ถึงกับวิ่งหนีออกมา ก่อนจะตั้งสติแล้วก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทันที</p>
<p>จากการตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนท่อนล่างของมนุษย์ที่พบซึ่งทางแพทย์คาดว่าเป็นผู้หญิง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคงจะถูกฆาตกรรมมาก่อน แล้วนำมาทิ้งทะเล โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกทิ้งมาจากจุดใด และเป็นใครมาจากไหน โดยเตรียมประสานโรงพักใกล้เคียงว่ามีใครมาแจ้งความคนหายไว้บ้าง รวมถึงชุมชนริมทะเลเพื่อหาเบาะแสต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7828/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุม 22 ผู้ชุมนุม #ม็อบ28กุมภา สอบที่ ตชด.ภ.1 ตำรวจหัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต 1 นาย</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7825</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7825#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2021 03:05:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ม็อบ28กุมภา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7825</guid>
		<description><![CDATA[&#160; คุม 22 ผู้ชุมนุมม็อบ 28 กุมภา สอบที่ ตชด.ภ.1 พบเข้าข่ายผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน – พ.ร.บ.ควบคุมโรค ขณะยอดเจ็บล่าสุดอยู่ที่ 33 คน มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควมคุบตัวผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะเคลื่อนขบวนเพื่อมุ่งหน้าไปยัง กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (#ม็อบ 28 กุมภา) จำนวน 22 คน ไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นพบว่าเข้าข่ายฐานความผิดประกอบด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรค, ทำให้เสียทรัพย์ โดยจะมีการแบ่งดำเนินคดีตามความผิดในแต่ละส่วนแยกส่วนกันไป เบื้องต้นคาดว่าจะมีการแถลงรายละเอียดกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งวันนี้ (1 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขณะที่ ศูนย์เอราวัณสรุปข้อมูลผู้เจ็บป่วยในเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณกรมทหารราบที่ 1 รอ. 28 ก.พ. 64 มีนำส่ง รพ. จำนวน 33 ราย (เจ้าหน้าที่ 23 ราย ประชาชน 10 ราย) รพ.ตำรวจ 22 ราย (เข้ารักษาที่ รพ.ทหารผ่านศึก มาก่อน 2 ราย), รพ.ราชวิถี 7 ราย (เจ้าหน้าที่ 1 ราย เสียชีวิต), รพ.รามาธิบดี 2 ราย, รพ.พระรามเก้า 1 ราย, รพ.จุฬาลงกรณ์ 1 ราย นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ คือ ร.ต.อ.วิวัฒน์ สังกัด สน.ธรรมศาลา ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตด้วยการทำซีพีอาร์ แต่ไม่เป็นผล ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzEwL1BvbGljZS5qcGc.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7826" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/03/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzEwL1BvbGljZS5qcGc.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY3MC84MzUyNzEwL1BvbGljZS5qcGc=" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุม 22 ผู้ชุมนุมม็อบ 28 กุมภา สอบที่ ตชด.ภ.1 พบเข้าข่ายผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน – พ.ร.บ.ควบคุมโรค ขณะยอดเจ็บล่าสุดอยู่ที่ 33 คน มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย</p>
<p>พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควมคุบตัวผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะเคลื่อนขบวนเพื่อมุ่งหน้าไปยัง กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (#ม็อบ 28 กุมภา) จำนวน 22 คน ไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1</p>
<p>ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นพบว่าเข้าข่ายฐานความผิดประกอบด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรค, ทำให้เสียทรัพย์ โดยจะมีการแบ่งดำเนินคดีตามความผิดในแต่ละส่วนแยกส่วนกันไป เบื้องต้นคาดว่าจะมีการแถลงรายละเอียดกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้งวันนี้ (1 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล</p>
<p>ขณะที่ ศูนย์เอราวัณสรุปข้อมูลผู้เจ็บป่วยในเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณกรมทหารราบที่ 1 รอ. 28 ก.พ. 64 มีนำส่ง รพ. จำนวน 33 ราย (เจ้าหน้าที่ 23 ราย ประชาชน 10 ราย) รพ.ตำรวจ 22 ราย (เข้ารักษาที่ รพ.ทหารผ่านศึก มาก่อน 2 ราย), รพ.ราชวิถี 7 ราย (เจ้าหน้าที่ 1 ราย เสียชีวิต), รพ.รามาธิบดี 2 ราย, รพ.พระรามเก้า 1 ราย, รพ.จุฬาลงกรณ์ 1 ราย</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ คือ ร.ต.อ.วิวัฒน์ สังกัด สน.ธรรมศาลา ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตด้วยการทำซีพีอาร์ แต่ไม่เป็นผล ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7825/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาวซ้อนท้ายแฟนค้ายาบ้า ติดคุกฟรี 21 เดือน ทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7810</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7810#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2021 02:23:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ค้ายาบ้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7810</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ศาลฎีกายกฟ้อง คดีสาวซ้อนท้ายแฟนค้ายาบ้า ไม่เกี่ยวข้องแต่ติดคุก 2 รอบเพราะไม่มีเงินประกันตัว รวม 21 เดือน (7 ก.พ.64) ที่บ้าน ม.6 บ.โคกเพชร ต.ตระแสง อ.เมืองจ.สุรินทร์ นางพัชรพร อายุ 53 ปี และนายสมบัติ อายุ 51 ปีพร้อมครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน ได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือเรียกขวัญให้กับ น.ส.สุพรรณษา อายุ 25 ปี หลังศาลฎีกา มีคำพิพากษาตัดสิน น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ในคดียาเสพติด (ยาบ้า) ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น และมีความสุขของบรรดาญาติพี่น้อง ที่มาร่วมในพิธี ขณะที่น.ส.สุพรรณษา ถึงแม้จะได้รับอิสรภาพแล้วก็ตาม สภาพจิตยังคงอยู่ในอาการย่ำแย่ เนื่องจากต้องถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลานาน โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากเรือนจำวันไหน ซึ่งครอบครัวและญาติพี่น้องบอกว่า น.ส.สุพรรณษา มีสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปมาก หลังได้รับอิสรภาพกลับมา พบว่าอยู่ในอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดค่อยจา ต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นคนร่าเริง ซึ่งทางครอบครัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจและเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับผู้บริสุทธิ์ด้วย คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2561 น.ส.สุพรรณษา ซ้อนรถจักรยานยนต์กับแฟนหนุ่ม คือ นายศุภกิจ ที่คบกันได้ไม่กี่เดือน เพื่อไปทำธุระ แต่แฟนหนุ่มกลับพาไปส่งยาบ้า 41 เม็ดให้กับสายตำรวจที่ล่อซื้อ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาติอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งแฟนหนุ่มที่เป็นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ จึงถูกศาลตัดสินให้จำคุก 4 ปี 6 เดือน และปฏิเสธว่า น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ครอบครัวไม่มีเงินประกันตัว จนถูกคุมขังในเรือนจำกลางสุรินทร์ กว่า 8 เดือน ระหว่างสู้คดี โดยมีนายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความ อาสาเข้าไปช่วยเหลือทางกฎหมายฟรี เนื่องจากครอบครัว น.ส.สุพรรณษา มีฐานะยากจน จนศาลชั้นต้นตัดสินและได้รับอิสรภาพกลับคืนมา และต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ฟ้องต่อ โดยศาลอุทรณ์ตัดสินมีความผิด สั่งลงโทษจำคุก 5 ปี 12 เดือน และปรับเงิน 5.6 แสนบาท ถ้าไม่มีเงินให้กักขังแทนเงินค่าปรับ และต่อมานายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา คนเดิม ได้ทำเรื่องขออนุญาติฎีกา และศาลสุรินทร์ได้รับคำร้องส่งให้ศาลฎีกาและศาลฎีการับไว้พิจารณาคดีนี้ โดยระหว่างที่ศาลฎีการับเรื่อง น.ส.สุพรรณษา ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว ระหว่างที่สู้ในชั้นฎีกา ล่าสุด ศาลฎีกามีดุลยพินิจตามพยานหลักฐาน อ่านคำพิพากษาตัดสินยกฟ้อง ว่าจำเลยไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิด เมื่อวันที่ 28 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ซึ่ง น.ส.สุพรรณษา ต้องติดคุกระหว่างต่อสู้ในชั้นฎีกา 13 เดือน รวม 2 ครั้งเป็นเวลา 21 เดือน นางพัชรพร แม่ของ น.ส.สุพรรณษา กล่าวว่า ก็ไม่คิดว่าจะมีการอุทธรณ์ต่อหลังที่ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องแล้ว และต้องอยู่ในเรือนจำถึง 8 เดือน ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้ไปฟังคำตัดสินอีกครั้งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 และได้ตัดสินจำคุก 5 ปี 12 เดือน ตนตกใจเป็นอย่างมาก พูดไม่ออก แล้วปรับอีก 5 แสนกว่าบาท ครอบครัวก็ยากจนไม่มีอะไรที่จะไปประกันตัวลูก ก็เลยต้องไปอยู่ที่เรือนจำ เคยไปร้องเมื่อตอนที่ลูกสาวเข้าไปครั้งแรกที่ยุติธรรมจังหวัด แต่ก็ไม่รับเรื่องให้ จนได้เจอกับทนายคำสิงห์และได้ปรึกษา ซึ่งทนายก็ได้ยื่นมือเข้าให้การช่วยเหลือฟรีโดยไม่ได้คิดค่าอะไร และได้ดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา จนศาลฎีกาท่านได้พิจารณาว่าไม่มีความผิด และได้รับการปล่อยตัวมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ดีใจมากขอบคุณท่านทนายที่ช่วยดำเนินการให้จนศาลท่านเมตตาให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ตลอดเวลาที่ลูกต้องอยู่ในเรือนจำ ได้รับผลกระทบหลายอย่าง ทั้งทางด้านจิตใจเป็นอย่างมาก รวมถึงเวลาที่เสียใป ซึ่งลูกเราไม่ผิดแต่ต้องไปอยู่ในเรือนจำ ก็อยากให้รัฐมีการเยี่ยวยาลูกสาว และขอให้เห็นใจด้วย นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา ด้าน นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา ที่ยื่นมือเข้าช่วย กล่าวว่า ตนได้ไปพบกับพ่อแม่ของลูกความที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอยื่นเรื่องให้ช่วยเหลือในการจัดหาทนายความและเงินประกันตัวลูกความเพื่อออกจากเรือนจำ เนื่องจากตั้งแต่ลูกความถูกจับมาก็ถูกส่งเข้าเรือนจำ ไม่มีเงินประกัน เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน และทางยุติธรรมจังหวัดก็ไม่ได้ยืนมือเข้าช่วยเหลือ ทั้งเรื่องของทนายความ เงินประกันในระหว่างสู้คดี ต่อมาตนได้ทำเรื่องเพื่อเข้าไปสอบถามลูกความในเรือนจำ จนมั่นใจว่าลูกความตนไม่โกหกแน่นอน และไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาไม่ได้กระทำผิด ไม่รู้และไม่มีส่วนร่วมในการทำผิดในครั้งนี้ เพียงแค่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปกับแฟนที่เพิ่งคบหา ตนจึงตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยโดยไม่คิดอะไร ระหว่างสู้คดีศาลชั้นต้นจนมีคำพิพากษา น้องต้องอยู่ในเรือนจำถึง 8 เดือน ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง หลังยกฟ้องทางอัยการได้มีการยื่นอุธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกลูกความตน 5 ปี 12 เดือน แล้วปรับอีก 5 แสนหกหมื่นกว่าบาท หากไม่มีเงินค่าปรับก็ให้กักขังแทน เมื่อฟังแล้วตนคิดว่าลูกความตนเป็นผู้บริสุทธิ์ จะต้องช่วยให้ถึงที่สุด ซึ่งโดยหลักคดีนี้ต้องห้ามฎีกา แต่ตนก็ได้ใช้เวลากว่า 4 เดือน ทำเรื่องยื่นฎีกาเข้าไป จนศาลจังหวัดสุรินทร์ได้รับเรื่องยื่นคำร้อง แล้วส่งให้ศาลฎีกาซึ่งศาลฎีกาก็รับเรื่องไว้พิจารณา ตั้งแต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ลูกความตนต้องอยู่ในเรือนจำถึง 13 เดือน ระหว่างต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา จนในที่สุดศาลฎีกาได้มีดุลพินิจพิพากษา เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ให้ยกฟ้อง จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำผิด ถือว่าลูกความตนเป็นผู้บริสุทธิ์ สิ่งที่ตนอยากจะสะท้อนให้เห็นว่า ลูกความตนได้ถูกจองจำในเรือนจำรวม 2 ครั้ง เป็นเวลาถึง 21 เดือน อยากจะให้หน่วยงานของรัฐได้เข้ามาเยียวยา โดยจ่ายไปตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน โดยผ่านกองทุนของจังหวัดมาเยียวยาในจุดนี้ ซึ่งตนก็จะพาลูกความไปยื่นหนังสือเพื่อขอรับเงินต่อไป ในส่วนที่รัฐจะเยียวยานั้นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของภาครัฐ ซึ่งในคดีนี้หากไม่มีการยื่นฎีกาลูกความตนต้องติดคุกถึง 8 ปี]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/02/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ3NDMwLzIxbS5qcGc.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7811" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/02/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ3NDMwLzIxbS5qcGc.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ3NDMwLzIxbS5qcGc=" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศาลฎีกายกฟ้อง คดีสาวซ้อนท้ายแฟนค้ายาบ้า ไม่เกี่ยวข้องแต่ติดคุก 2 รอบเพราะไม่มีเงินประกันตัว รวม 21 เดือน</p>
<p>(7 ก.พ.64) ที่บ้าน ม.6 บ.โคกเพชร ต.ตระแสง อ.เมืองจ.สุรินทร์ นางพัชรพร อายุ 53 ปี และนายสมบัติ อายุ 51 ปีพร้อมครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน ได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือเรียกขวัญให้กับ น.ส.สุพรรณษา อายุ 25 ปี หลังศาลฎีกา มีคำพิพากษาตัดสิน น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ในคดียาเสพติด (ยาบ้า) ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น และมีความสุขของบรรดาญาติพี่น้อง ที่มาร่วมในพิธี</p>
<p>ขณะที่น.ส.สุพรรณษา ถึงแม้จะได้รับอิสรภาพแล้วก็ตาม สภาพจิตยังคงอยู่ในอาการย่ำแย่ เนื่องจากต้องถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลานาน โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากเรือนจำวันไหน ซึ่งครอบครัวและญาติพี่น้องบอกว่า น.ส.สุพรรณษา มีสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปมาก หลังได้รับอิสรภาพกลับมา พบว่าอยู่ในอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดค่อยจา ต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นคนร่าเริง ซึ่งทางครอบครัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจและเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับผู้บริสุทธิ์ด้วย</p>
<p>คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2561 น.ส.สุพรรณษา ซ้อนรถจักรยานยนต์กับแฟนหนุ่ม คือ นายศุภกิจ ที่คบกันได้ไม่กี่เดือน เพื่อไปทำธุระ แต่แฟนหนุ่มกลับพาไปส่งยาบ้า 41 เม็ดให้กับสายตำรวจที่ล่อซื้อ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาติอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งแฟนหนุ่มที่เป็นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ จึงถูกศาลตัดสินให้จำคุก 4 ปี 6 เดือน และปฏิเสธว่า น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ครอบครัวไม่มีเงินประกันตัว จนถูกคุมขังในเรือนจำกลางสุรินทร์ กว่า 8 เดือน ระหว่างสู้คดี โดยมีนายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความ อาสาเข้าไปช่วยเหลือทางกฎหมายฟรี เนื่องจากครอบครัว น.ส.สุพรรณษา มีฐานะยากจน จนศาลชั้นต้นตัดสินและได้รับอิสรภาพกลับคืนมา และต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ฟ้องต่อ โดยศาลอุทรณ์ตัดสินมีความผิด สั่งลงโทษจำคุก 5 ปี 12 เดือน และปรับเงิน 5.6 แสนบาท ถ้าไม่มีเงินให้กักขังแทนเงินค่าปรับ</p>
<p>และต่อมานายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา คนเดิม ได้ทำเรื่องขออนุญาติฎีกา และศาลสุรินทร์ได้รับคำร้องส่งให้ศาลฎีกาและศาลฎีการับไว้พิจารณาคดีนี้ โดยระหว่างที่ศาลฎีการับเรื่อง น.ส.สุพรรณษา ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว ระหว่างที่สู้ในชั้นฎีกา ล่าสุด ศาลฎีกามีดุลยพินิจตามพยานหลักฐาน อ่านคำพิพากษาตัดสินยกฟ้อง ว่าจำเลยไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิด เมื่อวันที่ 28 ม.ค.64 ที่ผ่านมา ซึ่ง น.ส.สุพรรณษา ต้องติดคุกระหว่างต่อสู้ในชั้นฎีกา 13 เดือน รวม 2 ครั้งเป็นเวลา 21 เดือน</p>
<p>นางพัชรพร แม่ของ น.ส.สุพรรณษา กล่าวว่า ก็ไม่คิดว่าจะมีการอุทธรณ์ต่อหลังที่ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องแล้ว และต้องอยู่ในเรือนจำถึง 8 เดือน ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้ไปฟังคำตัดสินอีกครั้งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 และได้ตัดสินจำคุก 5 ปี 12 เดือน ตนตกใจเป็นอย่างมาก พูดไม่ออก แล้วปรับอีก 5 แสนกว่าบาท ครอบครัวก็ยากจนไม่มีอะไรที่จะไปประกันตัวลูก ก็เลยต้องไปอยู่ที่เรือนจำ เคยไปร้องเมื่อตอนที่ลูกสาวเข้าไปครั้งแรกที่ยุติธรรมจังหวัด แต่ก็ไม่รับเรื่องให้ จนได้เจอกับทนายคำสิงห์และได้ปรึกษา ซึ่งทนายก็ได้ยื่นมือเข้าให้การช่วยเหลือฟรีโดยไม่ได้คิดค่าอะไร และได้ดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา จนศาลฎีกาท่านได้พิจารณาว่าไม่มีความผิด และได้รับการปล่อยตัวมาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ดีใจมากขอบคุณท่านทนายที่ช่วยดำเนินการให้จนศาลท่านเมตตาให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ตลอดเวลาที่ลูกต้องอยู่ในเรือนจำ ได้รับผลกระทบหลายอย่าง ทั้งทางด้านจิตใจเป็นอย่างมาก รวมถึงเวลาที่เสียใป ซึ่งลูกเราไม่ผิดแต่ต้องไปอยู่ในเรือนจำ ก็อยากให้รัฐมีการเยี่ยวยาลูกสาว และขอให้เห็นใจด้วย</p>
<p>นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา</p>
<p>ด้าน นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา ที่ยื่นมือเข้าช่วย กล่าวว่า ตนได้ไปพบกับพ่อแม่ของลูกความที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอยื่นเรื่องให้ช่วยเหลือในการจัดหาทนายความและเงินประกันตัวลูกความเพื่อออกจากเรือนจำ เนื่องจากตั้งแต่ลูกความถูกจับมาก็ถูกส่งเข้าเรือนจำ ไม่มีเงินประกัน เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน และทางยุติธรรมจังหวัดก็ไม่ได้ยืนมือเข้าช่วยเหลือ ทั้งเรื่องของทนายความ เงินประกันในระหว่างสู้คดี ต่อมาตนได้ทำเรื่องเพื่อเข้าไปสอบถามลูกความในเรือนจำ จนมั่นใจว่าลูกความตนไม่โกหกแน่นอน และไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาไม่ได้กระทำผิด ไม่รู้และไม่มีส่วนร่วมในการทำผิดในครั้งนี้ เพียงแค่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปกับแฟนที่เพิ่งคบหา ตนจึงตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยโดยไม่คิดอะไร</p>
<p>ระหว่างสู้คดีศาลชั้นต้นจนมีคำพิพากษา น้องต้องอยู่ในเรือนจำถึง 8 เดือน ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง หลังยกฟ้องทางอัยการได้มีการยื่นอุธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกลูกความตน 5 ปี 12 เดือน แล้วปรับอีก 5 แสนหกหมื่นกว่าบาท หากไม่มีเงินค่าปรับก็ให้กักขังแทน เมื่อฟังแล้วตนคิดว่าลูกความตนเป็นผู้บริสุทธิ์ จะต้องช่วยให้ถึงที่สุด ซึ่งโดยหลักคดีนี้ต้องห้ามฎีกา แต่ตนก็ได้ใช้เวลากว่า 4 เดือน ทำเรื่องยื่นฎีกาเข้าไป จนศาลจังหวัดสุรินทร์ได้รับเรื่องยื่นคำร้อง แล้วส่งให้ศาลฎีกาซึ่งศาลฎีกาก็รับเรื่องไว้พิจารณา</p>
<p>ตั้งแต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ลูกความตนต้องอยู่ในเรือนจำถึง 13 เดือน ระหว่างต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา จนในที่สุดศาลฎีกาได้มีดุลพินิจพิพากษา เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ให้ยกฟ้อง จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำผิด ถือว่าลูกความตนเป็นผู้บริสุทธิ์</p>
<p>สิ่งที่ตนอยากจะสะท้อนให้เห็นว่า ลูกความตนได้ถูกจองจำในเรือนจำรวม 2 ครั้ง เป็นเวลาถึง 21 เดือน อยากจะให้หน่วยงานของรัฐได้เข้ามาเยียวยา โดยจ่ายไปตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน โดยผ่านกองทุนของจังหวัดมาเยียวยาในจุดนี้ ซึ่งตนก็จะพาลูกความไปยื่นหนังสือเพื่อขอรับเงินต่อไป ในส่วนที่รัฐจะเยียวยานั้นอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของภาครัฐ ซึ่งในคดีนี้หากไม่มีการยื่นฎีกาลูกความตนต้องติดคุกถึง 8 ปี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7810/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามล่า &#8220;ไอ้ก้อง โรงช้าง&#8221; ยิงตำรวจดับ ไม่พอใจถูกเตือนห้ามกินเหล้า ส่งเสียงดังในปั๊ม</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7807</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7807#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2021 02:22:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอ้ก้อง โรงช้าง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7807</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ตามล่า &#8220;ไอ้ก้อง โรงช้าง&#8221; ยิงตำรวจดับต่อหน้าแก๊งเพื่อนวัยรุ่น ไม่พอใจถูกเตือนห้ามกินเหล้าส่งเสียงดังในปั๊ม (8 ก.พ.64) ที่ จ.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.ณฐกฤษ พ่านเผือก พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีคนได้รับบาดเจ็บภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนมาลัยแมนสวนแตง-อยู่ทอง หมู่ 4 ต.สวนแตง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กำลังฝ่ายสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่สมาคมร่วมใจสวนแตง ที่เกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมันพบร่างผู้บาดเจ็บทราบชื่อ ดาบตำรวจชาญวิทย์ ดิษเจริญ อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .380 เข้าที่ท้ายทอย 1 นัดอาการสาหัสเจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ให้แพทย์ช่วยชีวิตแต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ. ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด .380 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และโคนต้นปาล์มซึ่งอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อประมาณ 15 เมตรพบโทรศัพท์มือถือ ขวดสุราแก้วน้ำดื่มขวดน้ำอัดลมของกลุ่มผู้ก่อเหตุ วางอยู่เกลื่อน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่กลุ่มคนร้ายทิ้งไว้ได้มีคนโทรเข้ามาปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง จากการสอบถามทราบว่าโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของนายก้อง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่น MSX สีเขียวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของกลุ่มผู้ก่อเหตุไว้ตรวจสอบ จากการสอบถามสองสามีภรรยาพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกมาซื้อของกิน ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันขณะกำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในรถ เห็นกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงนับสิบคนขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิคสีบรอนซ์เทา และรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิสุขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และบางส่วนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามานั่งตั้งวงดื่มสุราและเปิดเพลงกันเสียงดัง ระหว่างนั้นตนเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้าไปหา จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ครั้งแรกตนคิดว่ากลุ่มวัยรุ่นยิงปืนจึงโทรศัพท์แจ้งไปที่ 191 แต่หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้พากันวิ่งหนี บ้างก็ขี่รถจักรยานยนต์ บ้างก็ไปขึ้นรถยนต์พากันขับหลบหนีและตนสังเกตเห็นมีคนเจ็บจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกรอบให้รีบมาช่วยคนเจ็บ ปั๊มที่เกิดเหตุ จากนั้น พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมชุดสืบสวน ได้ไปดูกล้องวงจรภายในปั๊มน้ำมันเบื้องต้นพบว่าหลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์เก็งรถกระบะหลบหนีจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชื่อผู้ที่ร่วมก่อเหตุจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ประกอบด้วยนายก้อง นายโม่ง นายรัน บ้านอยู่บ้านโรงช้าง ต.สวนแตง นายบอย และ นายเต้ย บ้านอยู่ ต.บางกุ้ง สำหรับนายก้องมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่งออกจากคุกมาได้ไม่นาน จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านแต่ไม่พบตัวการบุกเข้าตรวจค้นบ้านนายก้องสร้างความแตกตื่นให้กับพ่อแม่และญาติของนายก้องเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่รู้ว่านายก้องได้ไปร่วมก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่หน้าที่ตำรวจเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังติดตามกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุตามรายชื่อและสามารถคุมตัวนายเต้ย มาได้ 1 คนก่อนนำตัวไปสอบ เบื้องต้นรับว่าอยู่ในกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุจริงและเห็นนายก้อง เป็นคนลงมือก่อเหตุ ตำรวจบุกบ้านผู้ก่อเหตุ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นครั้งนี้สาเหตุเกิดจากดาบตำรวจชาญวิทย์ ผู้เสียชีวิตได้เข้าไปว่ากล่าวตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ในปั๊ม ซึ่งทางปั๊มน้ำมันไม่ได้อนุญาตให้มีการนั่งดื่มในปั๊ม จึงได้ปิดไฟบริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เวลาสามทุ่มและร้านสะดวกซื้อก็ไม่ได้จำหน่ายสุราให้กับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำสุรามาและเครื่องดื่มต่างๆ มาจากนอกปั๊มแล้วพากันเข้ามาดื่มกินกันส่งเสียงดังรบกวน ผู้เสียชีวิตจึงเข้าไปเตือนให้แยกย้าย แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ระหว่างที่ผู้ตายกำลังพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นทันใดนั้นนายก้อง ได้เดินเข้ามาทางด้านหลังใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่ท้ายทอยผู้ตาย 1 นัดก่อนพากันหลบหนีซึ่งทางผู้การตำรวจสุพรรณบุรีได้สั่งการให้ล่าตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุดเนื่องกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุอย่างอุกอาจยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตพร้อมกับกำชับเจ้าหน้าที่ชุดติดตามไล่ล่าให้ระมัดระวังเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธหากมีการต่อสู้ขัดขืนก็จำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/02/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ3NDI2L2tvbmcuanBn.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7808" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/02/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ3NDI2L2tvbmcuanBn.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ3NDI2L2tvbmcuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตามล่า &#8220;ไอ้ก้อง โรงช้าง&#8221; ยิงตำรวจดับต่อหน้าแก๊งเพื่อนวัยรุ่น ไม่พอใจถูกเตือนห้ามกินเหล้าส่งเสียงดังในปั๊ม</p>
<p>(8 ก.พ.64) ที่ จ.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.ณฐกฤษ พ่านเผือก พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีคนได้รับบาดเจ็บภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนมาลัยแมนสวนแตง-อยู่ทอง หมู่ 4 ต.สวนแตง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กำลังฝ่ายสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่สมาคมร่วมใจสวนแตง</p>
<p>ที่เกิดเหตุภายในปั๊มน้ำมันพบร่างผู้บาดเจ็บทราบชื่อ ดาบตำรวจชาญวิทย์ ดิษเจริญ อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .380 เข้าที่ท้ายทอย 1 นัดอาการสาหัสเจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ให้แพทย์ช่วยชีวิตแต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ. ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด .380 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และโคนต้นปาล์มซึ่งอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อประมาณ 15 เมตรพบโทรศัพท์มือถือ ขวดสุราแก้วน้ำดื่มขวดน้ำอัดลมของกลุ่มผู้ก่อเหตุ วางอยู่เกลื่อน</p>
<p>เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่กลุ่มคนร้ายทิ้งไว้ได้มีคนโทรเข้ามาปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง จากการสอบถามทราบว่าโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของนายก้อง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่น MSX สีเขียวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของกลุ่มผู้ก่อเหตุไว้ตรวจสอบ</p>
<p>จากการสอบถามสองสามีภรรยาพยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกมาซื้อของกิน ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันขณะกำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในรถ เห็นกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงนับสิบคนขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิคสีบรอนซ์เทา และรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิสุขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และบางส่วนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามานั่งตั้งวงดื่มสุราและเปิดเพลงกันเสียงดัง ระหว่างนั้นตนเห็นผู้เสียชีวิตเดินเข้าไปหา จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ครั้งแรกตนคิดว่ากลุ่มวัยรุ่นยิงปืนจึงโทรศัพท์แจ้งไปที่ 191 แต่หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้พากันวิ่งหนี บ้างก็ขี่รถจักรยานยนต์ บ้างก็ไปขึ้นรถยนต์พากันขับหลบหนีและตนสังเกตเห็นมีคนเจ็บจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกรอบให้รีบมาช่วยคนเจ็บ</p>
<p>ปั๊มที่เกิดเหตุ</p>
<p>จากนั้น พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมชุดสืบสวน ได้ไปดูกล้องวงจรภายในปั๊มน้ำมันเบื้องต้นพบว่าหลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์เก็งรถกระบะหลบหนีจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชื่อผู้ที่ร่วมก่อเหตุจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ประกอบด้วยนายก้อง นายโม่ง นายรัน บ้านอยู่บ้านโรงช้าง ต.สวนแตง นายบอย และ นายเต้ย บ้านอยู่ ต.บางกุ้ง</p>
<p>สำหรับนายก้องมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่งออกจากคุกมาได้ไม่นาน จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านแต่ไม่พบตัวการบุกเข้าตรวจค้นบ้านนายก้องสร้างความแตกตื่นให้กับพ่อแม่และญาติของนายก้องเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่รู้ว่านายก้องได้ไปร่วมก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่หน้าที่ตำรวจเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังติดตามกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุตามรายชื่อและสามารถคุมตัวนายเต้ย มาได้ 1 คนก่อนนำตัวไปสอบ เบื้องต้นรับว่าอยู่ในกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุจริงและเห็นนายก้อง เป็นคนลงมือก่อเหตุ</p>
<p>ตำรวจบุกบ้านผู้ก่อเหตุ</p>
<p>สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นครั้งนี้สาเหตุเกิดจากดาบตำรวจชาญวิทย์ ผู้เสียชีวิตได้เข้าไปว่ากล่าวตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ในปั๊ม ซึ่งทางปั๊มน้ำมันไม่ได้อนุญาตให้มีการนั่งดื่มในปั๊ม จึงได้ปิดไฟบริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เวลาสามทุ่มและร้านสะดวกซื้อก็ไม่ได้จำหน่ายสุราให้กับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำสุรามาและเครื่องดื่มต่างๆ มาจากนอกปั๊มแล้วพากันเข้ามาดื่มกินกันส่งเสียงดังรบกวน ผู้เสียชีวิตจึงเข้าไปเตือนให้แยกย้าย แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว</p>
<p>ระหว่างที่ผู้ตายกำลังพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นทันใดนั้นนายก้อง ได้เดินเข้ามาทางด้านหลังใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่ท้ายทอยผู้ตาย 1 นัดก่อนพากันหลบหนีซึ่งทางผู้การตำรวจสุพรรณบุรีได้สั่งการให้ล่าตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุดเนื่องกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุอย่างอุกอาจยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตพร้อมกับกำชับเจ้าหน้าที่ชุดติดตามไล่ล่าให้ระมัดระวังเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธหากมีการต่อสู้ขัดขืนก็จำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7807/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อสารภาพแล้ว ใช้มีดแทงอกลูกชายวัย 16 ปี เสียชีวิต ฉุนคุยโทรศัพท์เสียงดัง</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/news/7801</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/news/7801#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2021 02:55:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[news today]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ใช้มีดแทงอกลูกชายวัย 16 ปี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.zabzaa.com/news/?p=7801</guid>
		<description><![CDATA[&#160; พ่อแทงลูกชายวัย 16 ปี เสียชีวิต ตำรวจนำตัวชี้ที่เกิดเหตุพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนกราบเท้าแม่ขอขมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 3 ต.กุง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายสม (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ที่ก่อเหตุใช้มีดแทงนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ลูกชายของตัวเองเสียชีวิต ไปชี้ที่เกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สืบเนื่องจากเมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.64 พ.ต.ท.ชัยฤทธิ์ ตังตา สารวัตร (สอบสวน) สภ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุคนแทงกันที่บ้านหลังดังกล่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดกองใหญ่ ส่วนผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตหลังถึงโรงพยาบาลไม่นานคือ นายเอ อายุ 16 ปี ตำรวจพบ นายสม อายุ 44 ปี อยู่ในบ้านสภาพเมาเหล้า ด้าน นางจัน (นามสมมุติ) แม่ของนายสม ให้การกับตำรวจว่า นายสมเป็นคนก่อเหตุแทงนายเอ เบื้องต้น นายสมให้การปฏิเสธบอกว่าไม่ได้เป็นคนแทงลูกชายของตัวเอง ลูกชายล้มมาทับมีดถูกมีดปักอกจนเสียชีวิต แต่ตำรวจได้เค้นสอบสวนจนนายสมให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงนำตัวมาไปชี้ที่เกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ต่อมา นายสม ให้การกับตำรวจว่า ตนซึ่งได้ดื่มเหล้ากับเพื่อน จนเพื่อนกลับบ้านกันไปหมดแล้ว แต่ขณะนั้นลูกชายซึ่งก็คือผู้ตายได้คุยโทรศัพท์เสียงดัง และคุยนาน ตนรำคาญจึงต่อว่า แต่ลูกชายได้โต้เถียงต่อปากต่อคำขึ้นมึงกู ไม่ยอมลดราวาศอก ตนโมโหจึงถือมีดอีโต้ไปเคาะประตูห้องน้ำขณะที่ลูกกำลังจะอาบน้ำเพื่อให้ออกมาคุยกัน แต่ขณะที่ลูกเปิดประตูออกมามีดอีโต้ได้หล่นจากมือ ตนจึงหยิบเอามีดทำครัวปลายแหลมที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ้วงแทงไป 1 ที จนลูกวิ่งไปล้มหน้าประตูเข้าห้องครัวแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตำรวจนำตัวไปชี้ที่เกิดเหตุแล้วได้ให้นายสมไปกราบนางจัน แม่ของนายสม เพื่อขอขมา และนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนที่จะนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษในวันที่ 3 ก.พ. 64]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/02/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ2MTU0L2tpbGwuanBn.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7802" src="https://www.zabzaa.com/news/wp-content/uploads/2021/02/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ2MTU0L2tpbGwuanBn.jpg" alt="aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTY2OS84MzQ2MTU0L2tpbGwuanBn" width="728" height="437" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พ่อแทงลูกชายวัย 16 ปี เสียชีวิต ตำรวจนำตัวชี้ที่เกิดเหตุพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนกราบเท้าแม่ขอขมา</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 3 ต.กุง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายสม (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ที่ก่อเหตุใช้มีดแทงนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ลูกชายของตัวเองเสียชีวิต ไปชี้ที่เกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ</p>
<p>สืบเนื่องจากเมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.64 พ.ต.ท.ชัยฤทธิ์ ตังตา สารวัตร (สอบสวน) สภ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุคนแทงกันที่บ้านหลังดังกล่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดกองใหญ่ ส่วนผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตหลังถึงโรงพยาบาลไม่นานคือ นายเอ อายุ 16 ปี ตำรวจพบ นายสม อายุ 44 ปี อยู่ในบ้านสภาพเมาเหล้า</p>
<p>ด้าน นางจัน (นามสมมุติ) แม่ของนายสม ให้การกับตำรวจว่า นายสมเป็นคนก่อเหตุแทงนายเอ เบื้องต้น นายสมให้การปฏิเสธบอกว่าไม่ได้เป็นคนแทงลูกชายของตัวเอง ลูกชายล้มมาทับมีดถูกมีดปักอกจนเสียชีวิต แต่ตำรวจได้เค้นสอบสวนจนนายสมให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงนำตัวมาไปชี้ที่เกิดเหตุทำแผนประกอบคำรับสารภาพ</p>
<p>ต่อมา นายสม ให้การกับตำรวจว่า ตนซึ่งได้ดื่มเหล้ากับเพื่อน จนเพื่อนกลับบ้านกันไปหมดแล้ว แต่ขณะนั้นลูกชายซึ่งก็คือผู้ตายได้คุยโทรศัพท์เสียงดัง และคุยนาน ตนรำคาญจึงต่อว่า แต่ลูกชายได้โต้เถียงต่อปากต่อคำขึ้นมึงกู ไม่ยอมลดราวาศอก</p>
<p>ตนโมโหจึงถือมีดอีโต้ไปเคาะประตูห้องน้ำขณะที่ลูกกำลังจะอาบน้ำเพื่อให้ออกมาคุยกัน แต่ขณะที่ลูกเปิดประตูออกมามีดอีโต้ได้หล่นจากมือ ตนจึงหยิบเอามีดทำครัวปลายแหลมที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ้วงแทงไป 1 ที จนลูกวิ่งไปล้มหน้าประตูเข้าห้องครัวแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา</p>
<p>ตำรวจนำตัวไปชี้ที่เกิดเหตุแล้วได้ให้นายสมไปกราบนางจัน แม่ของนายสม เพื่อขอขมา และนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนที่จะนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษในวันที่ 3 ก.พ. 64</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/news/7801/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 1.303 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-27 18:34:10 -->
