<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วันสำคัญของไทย &#187; 21 ตุลาคม</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/day/tag/21-%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/day</link>
	<description>วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 02 Aug 2021 04:41:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.1.42</generator>
	<item>
		<title>วันรักต้นไม้แห่งชาติ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2013 05:11:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Day]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[21 ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[National Annual Tree Care Day]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วันรักต้นไม้แห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จย่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/day/?p=142</guid>
		<description><![CDATA[วันรักต้นไม้แห่งชาติ 21 ตุลาคม วันรักต้นไม้แห่งชาติ หรือ &#8220;วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ&#8221; (National Annual Tree Care Day) ถือกำเนิดขึ้นจากแรงปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ที่ทรงให้ความสำคัญการบำรุงรักษาต้นไม้และต้องการฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ โดยพระองค์ทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์เองมาตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยเหตุนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 มิถุนายน 2533 กำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็น &#8220;วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ&#8221; เพื่อแสดงความกตัญญูต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานพัฒนาชนบทโดยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการระดมความเห็นจากบุคคลทั่วไป เพื่อกำหนดชื่อที่เหมาะสม และเปลี่ยนชื่อเป็น &#8220;วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ&#8221; ได้รับการพิจารณา ทำให้ &#8220;วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ&#8221; ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น &#8220;วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ&#8221; หรือ &#8220;วันรักต้นไม้แห่งชาติ&#8221; ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2533 เป็นต้นมา วัตถุประสงค์ 1.เพื่อบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามโครงการและสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งการปลูกซ่อมต้นที่ตายให้สามารถเจริญเติบโตขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยเร็ว 2.เพื่อชี้นำให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยพร้อมเพรียง 3.เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบำรุงต้นไม้ที่ปลูกไว้ อันจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว 4.เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดให้มีการบำรุงต้นไม้ทุกปี [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ.jpg" alt="วันรักต้นไม้แห่งชาติ" width="620" height="479" class="alignnone size-full wp-image-143" /></a></p>
<p><strong>วันรักต้นไม้แห่งชาติ 21 ตุลาคม</strong></p>
<p><strong>วันรักต้นไม้แห่งชาติ</strong> หรือ &#8220;<strong>วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ</strong>&#8221; (<strong>National Annual Tree Care Day</strong>) ถือกำเนิดขึ้นจากแรงปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ที่ทรงให้ความสำคัญการบำรุงรักษาต้นไม้และต้องการฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติ โดยพระองค์ทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์เองมาตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยเหตุนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 26 มิถุนายน 2533 กำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็น &#8220;<strong>วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ</strong>&#8221; เพื่อแสดงความกตัญญูต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานพัฒนาชนบทโดยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ</p>
<p>          ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการระดมความเห็นจากบุคคลทั่วไป เพื่อกำหนดชื่อที่เหมาะสม  และเปลี่ยนชื่อเป็น &#8220;<strong>วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ</strong>&#8221; ได้รับการพิจารณา ทำให้ &#8220;<em>วันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ</em>&#8221; ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น &#8220;<strong>วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ</strong>&#8221; หรือ &#8220;<strong>วันรักต้นไม้แห่งชาติ</strong>&#8221; ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2533 เป็นต้นมา</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์</strong> </p>
<p>          1.เพื่อบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามโครงการและสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งการปลูกซ่อมต้นที่ตายให้สามารถเจริญเติบโตขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยเร็ว<br />
          2.เพื่อชี้นำให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยพร้อมเพรียง<br />
          3.เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบำรุงต้นไม้ที่ปลูกไว้ อันจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว<br />
          4.เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดให้มีการบำรุงต้นไม้ทุกปี</p>
<p><strong>กิจกรรมในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ</strong></p>
<p>        กรมป่าไม้ร่วมกับหน่วยงานราชการกระทรวงทบวงกรมและทุกจังหวัดทั่วประเทศจัดกิจกรรมในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี โดยเชิญชวนประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษาตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนให้ร่วมกันกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ เช่นการให้ปุ๋ยพรวนดินถากถางวัชพืชที่โคนต้นไม้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2013 03:02:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Day]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[21 ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ทันตสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วันพระราชสมภพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/day/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ 21 ตุลาคมของทุกปี วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ได้กำหนดให้เป็น วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2529 และยังตรงกับวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย สืบเนื่องมากจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระราชดำเนิน เยี่ยมราษฏรในถิ่นทุรกันดารอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทรงได้เห็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่พบโดยทั่วไปคือ เรื่องโรคฟัน ด้วยพระเมตตาของพระองค์ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย พระองค์จึงทรงจัดตั้ง “หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี” ขึ้นเมื่อปี 2512 เพื่อให้ปฏิบัติงานที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่แรก และเพื่อให้งานด้านแพทย์อาสาดำเนินไป อย่างมั่นคง พระองค์ทรงพระราชทานทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท นับแต่นั้นมาจึงมีทันตแพทย์ร่วมปฏิบัติงานในหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อบำบัดความทุกข์ทรมานด้วยโรคฟันกับประชาชนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ และจดทะเบียนหน่วยแพทย์อาสาเป็นมูลนิธิแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมาชชนนี หรือเรียกย่อๆ ว่า พอ.สว. ในปี 2517 โดยพระองค์มีพระราชดำรัสว่า “ต้องมีทันตแพทย์ไปช่วยชาวบ้านทุกครั้ง เนื่องจากคนไข้ในท้องถิ่นทุรกันดาร เมื่อมีโรคฟันจะต้องทนทุกข์ทรมาน และไม่สามารถช่วยตนเองได้ ดังนั้นต้องให้มีทันตแพทย์ไปช่วยโดยด่วน” จนมาในปี พ.ศ.2529 มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและเหล่าทันตแพทย์อาสาทั่วประเทศไทย จัดตั้งโครงการรณรงค์บริการทันตกรรม แก่ประชาชนทั่วประเทศในวันที่ 21 ตุลาคม เนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จย่าเป็นครั้งแรกในปี [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ.jpg" alt="วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ" width="640" height="480" class="alignnone size-full wp-image-139" /></a></p>
<p><strong>วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ 21 ตุลาคมของทุกปี</strong></p>
<p>วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ได้กำหนดให้เป็น <strong>วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ</strong> ตั้งแต่ปี 2529 และยังตรงกับวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย สืบเนื่องมากจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระราชดำเนิน เยี่ยมราษฏรในถิ่นทุรกันดารอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทรงได้เห็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่พบโดยทั่วไปคือ เรื่องโรคฟัน ด้วยพระเมตตาของพระองค์ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย พระองค์จึงทรงจัดตั้ง “<strong>หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี</strong>” ขึ้นเมื่อปี 2512 เพื่อให้ปฏิบัติงานที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่แรก และเพื่อให้งานด้านแพทย์อาสาดำเนินไป อย่างมั่นคง พระองค์ทรงพระราชทานทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท นับแต่นั้นมาจึงมีทันตแพทย์ร่วมปฏิบัติงานในหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อบำบัดความทุกข์ทรมานด้วยโรคฟันกับประชาชนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ และจดทะเบียนหน่วยแพทย์อาสาเป็นมูลนิธิแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมาชชนนี หรือเรียกย่อๆ ว่า พอ.สว. ในปี 2517 โดยพระองค์มีพระราชดำรัสว่า</p>
<p><strong>“ต้องมีทันตแพทย์ไปช่วยชาวบ้านทุกครั้ง เนื่องจากคนไข้ในท้องถิ่นทุรกันดาร เมื่อมีโรคฟันจะต้องทนทุกข์ทรมาน และไม่สามารถช่วยตนเองได้ ดังนั้นต้องให้มีทันตแพทย์ไปช่วยโดยด่วน”</strong></p>
<p>จนมาในปี พ.ศ.2529 มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและเหล่าทันตแพทย์อาสาทั่วประเทศไทย จัดตั้งโครงการรณรงค์บริการทันตกรรม แก่ประชาชนทั่วประเทศในวันที่ 21 ตุลาคม เนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จย่าเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529 โดยระดมทันต บุคคลอาสาสมัครภาครัฐและเอกชนเพื่อการให้บริการทางทันตกรรมบำบัด เช่น การถอนฟัน ขูดหินปูน ให้ความรู้ทางด้านทันตอนามัย เป็นต้น </p>
<p>โดยมีทันตแพทย์อาสาสมัคร 337 คน ประชาชนมาขอรับบริการ 70,000 คน และได้รับบริการมากกว่า 45,000 คน และดำเนินกิจกรรมเป็นประจำทุกปีจนต่อมาในปี 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 21 ตุลาคมเป็น “วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ”</p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขมูลนิธิ พอ.สว.ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพคือ โครงการฟันสะอาด เหงือกแข็งแรงในโรงเรียนมัธยมศึกษา และโครงการเฝ้าระวังทันตสุขภาพนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน เป็นต้น</p>
<p>ซึ่งกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข ก็ยังคงดำเนินการอยู่ทุกปีในพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือจากทันตบุคคลอาสาสมัคร และองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนี “พระมารดาแห่งวงการทันตแพทย์ไทย” ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงเสด็จสวรรคตแล้วก็ตาม แต่กิจกรรมก็ยังคงดำเนินการอยู่ทุกปี ด้วยความจงรักภักดี และเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไป</p>
<p>เมื่อถึงวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติของทุกปี กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป สามารถรับบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลของภาครัฐ สถานีอานามัยที่บริการทันตกรรม โดยไม่คิดมูลค่า เผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก รณรงค์เรื่องทันตสุขภาพ โดยส่วนใหญ่จะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p>&#8211; ให้บริการตรวจฟันและระบุความเสี่ยงของการเกิดโรคในช่องปาก<br />
&#8211; ให้บริการขูดหินปูนฟรี<br />
&#8211; สาธิตและฝึกปฏิบัติการแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี<br />
&#8211; อบรมเรื่องการควบคุมพลัค (Plaque )ในปาก<br />
&#8211; นิทรรศการทันตสุขภาพ<br />
&#8211; นิทรรศการโภชนาการ และสุขาภิบาลอาหาร<br />
&#8211; แปรงสีฟันเก่าแลกแปรงสีฟันใหม่<br />
&#8211; ขบวนรณรงค์ทันตสุขภาพ</p>
<p>ในวันทันตสุขภาพ นอกจากกิจกรรมการรณรงค์ทันตสาธารณสุข ที่จัดขึ้นในทั่วประเทศแล้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กระทรวงสาธาณสุขยังได้มีการจัดทำคู่มือ เพื่อให้ความรู้และการดูแลสุขภาพในช่องปากแก่ประชาชน โดยคาดหวังว่าประชาชนจะนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกวิธี เพือให้มีสุขภาพปากและฟันที่ดีต่อไป ตามพระราชดำรัสของสมเด็จย่าดังนี้</p>
<p><strong>&#8220;&#8230; ขอขอบใจทุกๆ คน ที่ได้ร่วมมือในการทำงานกับกิจการ พอ.สว. นี้มา ได้ทำมาร่วม 10 ปีแล้ว &#8230; ฉันหวังว่า จะดำเนินการนี้ต่อไปอีกนาน นานจนกว่าจะมีทางรัฐบาลไปถึงเขา ฉันเองก็คงอยู่ต่อไปอีกไม่กี่ปี หวังว่าพวกท่านจะดำเนินงานนี้ต่อไปได้โดยไม่มีฉัน &#8230;&#8221;</strong></p>
<p><em>พระราชดำรัส สมเด็จพระศรีนครินทราบรมาชชนนี พระราชทานในการประชุม พอ.สว. จังหวัดตาก วันที่ 26 กันยายน 2526</em></p>
<p><strong>การสืบสานพระปณิธาน</strong> </p>
<p>        กรมอนามัยจึงได้จัดโครงการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปาก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงตามกลุ่มวัยต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งพฤติกรรมการทำความสะอาดฟัน ลดการบริโภคอาหารหวาน หรือขนมของเด็ก พฤติกรรมการรับบริการเพื่อการป้องกันโรคในช่องปาก ทั้งเด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน ที่ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิพอ.สว. อาทิเช่น การเฝ้าระวังทางทันตสาธารณสุขในโรงเรียนประถมศึกษาเพื่อจัดบริการทั้งการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาโรคในช่องปากแก่เด็กนักเรียน รวมทั้งเน้นให้เด็กรู้จักใช้แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สามารถแปรงฟันได้ถูกวิธี ดูแลรักษาสุขภาพเหงือกและฟันด้วยตนเอง</p>
<p>        การรณรงค์ &#8220;ฟันสะอาด เหงือกแข็งแรง&#8221; ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลรักษาเหงือกและฟันของตนเอง โดยการสอนและฝึกทักษะในการแปรงฟัน รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพหลังการแปรงฟันด้วยการใช้เม็ดสีย้อมคราบจุลินทรีย์บนตัวฟัน</p>
<p>        การรณรงค์ใช้สารเคลือบหลุมร่องฟันป้องกันฟันผุในฟันกรามถาวรซี่ที่ 1 ของเด็กอายุ 5-7 ปี ซึ่งเป็นฟันที่พบการผุมากที่สุด เนื่องจากฟันซี่นี้ขึ้นในช่วงเวลาที่เด็กยังเล็ก และไม่ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดฟัน การเคลือบหลุมร่องฟันจะเป็นมาตรการป้องกันฟันผุด้านบดเคี้ยว ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีประสิทธิผลสูงสุดตราบเท่าที่สารเคลือบหลุมร่องฟันยังคงยึดติดกับผิวฟัน</p>
<p>        โครงการ &#8220;แม่ลูกฟันดี 102 ปีสมเด็จย่า&#8221; เพื่อควบคุมโรคฟันผุสำหรับเด็กปฐมวัย โดยการปรับพฤติกรรมแม่ในการดูแลตนเองและลูก เริ่มตั้งแต่ฟันที่เริ่มสร้างเมื่ออยู่ในครรภ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์ และให้บริการตรวจเฝ้าระวังทันตสุขภาพ จัดบริการป้องกันรักษาตามจำเป็นแก่ลูกตั้งแต่แรกเกิดอย่างต่อเนื่องจนถึง 3 ปี</p>
<p>        การสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี โครงการและกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นที่มาของกิจกรรมการดำเนินงานทันตสาธารณสุขในปัจจุบันของกรมอนามัยที่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากของประชาชน ทั้งการจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน การส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่หญิงมีครรภ์ การแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา การงดจำหน่ายขนมหรือน้ำอัดลมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุในโรงเรียน การรณรงค์เคลือบหลุมร่องฟันตามโครงการ &#8220;ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี&#8221;</p>
<p>        สำหรับวัยทำงาน มีคลินิกอดบุหรี่เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคปริทันต์และมะเร็งช่องปาก และสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการฟันเทียมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และในวาระมหามงคล 80 พรรษาในปี พ.ศ. 2550 โดยมีกรมอนามัยเป็นหน่วยประสานการดำเนินงาน ทั้งนี้เพื่อลดการสูญเสียฟัน และใส่ฟันเทียมทดแทนให้กับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน</p>
<p>        นอกจากนี้ยังได้จัดการดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เช่น จัดทำมาตรฐานปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟัน ในน้ำบริโภค จัดทำมาตรฐานคุณภาพขนแปรงและการตรวจสอบคุณภาพที่กรมอนามัย เป็นต้น</p>
<p><strong>กิจกรรมรณรงค์</strong> </p>
<p>        วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า พระผู้อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย ภาพในความทรงจำของปวงชนชาวไทย คือภาพที่พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในชนบทห่างไกล พร้อมหน่วยแพทย์พอ.สว. ซึ่งมีทันตแพทย์ให้บริการตรวจและรักษาโรคในช่องปากแก่ประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกล หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็น &#8220;วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ&#8221; กระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิพอ.สว. ได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ ในการจัดกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ 21 ตุลาคม ถวายเป็นพระราชกุศล ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ</p>
<p>        จากการรณรงค์ใน 48 จังหวัด พอ.สว. ได้ขยายการรณรงค์ครอบคลุมทั่วประเทศ และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีเพื่อสุขภาพช่องปากของประชาชน แต่ละปีมีประชาชนนับแสนคนที่ได้รับบริการจากกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ โดยไม่คิดมูลค่าภายใต้ชื่องาน &#8220;สมเด็จย่าทรงพระเมตตา ให้ปวงประชามีฟันดี&#8221; และมีการพัฒนาคุณภาพการบริการ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>        ด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณด้านทันตกรรม ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารและห่างไกลการคมนาคม ได้รับบริการบำบัดรักษาโรคในช่องปาก มีโอกาสได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง จึงได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา ทันตแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2530 โดยมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยขอนแก่น และในปี พ.ศ. 2533 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2533 องค์การอนามัยโลก ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองแห่งสุขภาพดีถ้วนหน้าเป็นพระองค์แรกในประวัติการณ์ขององค์การอนามัยโลก เพื่อประกาศพระเกียรติคุณอันสูงสุดที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าแก่งานสุขภาพอนามัยแห่งชาวโลกทั้งมวล</p>
<p>        ในปี พ.ศ. 2549 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิพอ.สว. ได้จัดการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานไปยังหน่วยบริการภาครัฐทุกแห่ง ทั้งในกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย คณะทันตแพทยศาสตร์ทุกมหาวิทยาลัย ในการจัดบริการตรวจรักษาโรคในช่องปาก รวมทั้งการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า และร่วมกันถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2549 นอกจากนี้ยังได้จัดการรณรงค์ &#8220;สมเด็จย่าทรงพระเมตตา ให้ปวงประชามีฟันดี&#8221; เพื่อเปิดโครงการจัดการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549</p>
<p>        มีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า จัดนิทรรศการเพื่อการดูแลสุขภาพและสุขภาพช่องปากที่กรมอนามัย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 โดยมุ่งหวังว่าประชาชนทั่วไปจะรับรู้และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ทรงมีต่อวิชาชีพทันตกรรมและวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ รวมทั้งได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพและสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่การเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพแข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีตามยุทธศาสตร์ &#8220;เมืองไทยแข็งแรง&#8221; ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติต่อไป</p>
<p><strong>สถานการณ์สุขภาพช่องปากในไทย</strong> </p>
<p>        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพและสุขภาพช่องปากดีตามพระปณิธานของสมเด็จย่า สุขภาพช่องปากก็เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพร่างกายที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่งมีกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ว่า &#8220;คนเราเวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง&#8221;</p>
<p>        กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศยุทธศาสตร์ &#8220;เมืองไทยแข็งแรง&#8221; เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้คนไทยควรมีอายุขัยเฉลี่ย 80 ปี อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิต ซึ่งถ้าคิดตามกระแสพระราชดำรัสแล้ว ผู้ที่มีอายุ 80 ปี ฟันจะต้องดีด้วย สำหรับใช้เคี้ยวอาหารเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต</p>
<p>        กรมอนามัย โดยกองทันตสาธารณสุข ได้ทำการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของประชาชนเป็นประจำทุก 5 ปี ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2543-2544 พบว่าโรคฟันผุในฟันน้ำนมมีความชุกและความรุนแรงสูง เด็กอายุ 5-6 ปี มีฟันน้ำนมผุร้อยละ 87 และที่ผุเกือบทั้งหมดไม่ได้รับการรักษา ฟันแท้ของเด็กอายุ 12 ปี ผุร้อยละ 57 ผุมากที่สุดที่ฟันกรามถาวรซี่ที่ 1 และ 2 กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 35-44 ปี จะเริ่มพบการผุที่รากฟันและพบสภาวะปริทันต์อักเสบ ทำให้เกิดการละลายของกระดูกหุ้มรากฟัน ฟันโยก และสูญเสียฟันในที่สุด สำหรับกลุ่มผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ปัญหาหลักได้แก่ ความทุกข์ทรมานจากการสูญเสียฟันจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้</p>
<p>        ร้อยละ 96 ของผู้สูงวัยมีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 1 ซี่ สูญเสียฟันทั้งปากและต้องใส่ฟันเทียมทดแทนร้อยละ 5 หรือประมาณ 3 แสนคน ผู้ที่มีฟันก็พบโรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ ที่เป็นสาเหตุให้สูญเสียฟันเพิ่มขึ้นได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องมาจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม หรือเหมาะสมแต่ไม่สม่ำเสมอมาตั้งแต่วัยเด็ก</p>
<p><strong>การสนับสนุนให้เกิดการดูแลสุขภาพในช่องปาก</strong></p>
<p>        นอกจากการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากแก่ประชาชนแล้ว กรมอนามัยยังสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2549 ได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า นิทรรศการเพื่อการดูแลสุขภาพและสุขภาพช่องปาก แปรงสีฟันและยาสีฟันเก่าแลกของใหม่</p>
<p>        นอกจากนี้กรมอนามัยยังพบว่ามีผู้สูงอายุอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ ตั้งแต่วัยเด็ก สมควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ลูกหลาน แม้ว่าจะมีน้อยมาก แต่ก็ยังพบว่ามีอยู่ทุกภาคในประเทศไทย จึงได้จัดให้มีการประกวด &#8220;10 ยอดฟันดี วัย 80 ปี&#8221; ขึ้นทุกปี เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ &#8220;เมืองไทยแข็งแรง&#8221; ของกระทรวงสาธารณสุข ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมการประกวดเป็นผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง มีฟันดีอย่างน้อย 24 ซี่ มีอนามัยช่องปากดี</p>
<p>        เหล่านี้เป็นกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทยทั้งสิ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันพยาบาลแห่งชาติ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Jul 2013 15:53:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Day]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[21 ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกปีบ]]></category>
		<category><![CDATA[วันคล้ายวันพระราชสมภพ]]></category>
		<category><![CDATA[วันพยาบาลแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาการพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จย่า]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพอนามัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/day/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[วันพยาบาลแห่งชาติ 21 ตุลาคม วันที่ 21 ตุลาคม เป็น วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาล และตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา และด้วยพระวิริยะอุตสาหะ นำสิริสุขแก่ปวงชนทุกก้าวพระบาทที่เสด็จไปถึง สมควรเป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ให้ตระหนักในภารกิจของวิชาชีพแห่งตนว่าเป็นงานบริการสุขภาพที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าแก่สังคม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวแล้วนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี ให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็น วันพยาบาลแห่งชาติ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2533 เป็นต้นมา สมเด็จย่า&#8221; พระมิ่งขวัญพยาบาลทั่วไทย ด้วยพระอุปนิสัยของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตา เอื้ออาทรอยู่เป็นนิจ ทรงสุภาพอ่อนโยน การที่ทรงเลือกศึกษาด้านวิชาชีพการพยาบาลนี้ จึงนับว่าถูกกับพระอุปนิสัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนก ด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุข มาโดยตลอด จึงโปรดเกล้าให้แพทย์และพยาบาลที่ตามเสด็จ ตรวจรักษาชาวบ้าน และตำรวจตระเวน ชายแดนทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมประชาชนในท้องที่ห่างไกล ทรงจัดตั้ง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือชื่อย่อว่า &#8220;พอ.สว.&#8221; ขึ้นเพื่อปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อดูแลรักษาประชาชนในหมู่บ้านห่างไกล นอกจากนี้ยังพระราช ทานทุนการศึกษาส่งเสริมนักศึกษาพยาบาลให้ได้รับการศึกษาต่อไปด้วย การจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ได้จัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 21 ตุลาคม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันพยาบาลแห่งชาติ.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันพยาบาลแห่งชาติ.jpg" alt="วันพยาบาลแห่งชาติ" width="650" height="559" class="alignnone size-full wp-image-136" /></a></p>
<p><strong>วันพยาบาลแห่งชาติ 21 ตุลาคม</strong></p>
<p>วันที่ 21 ตุลาคม เป็น <strong>วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</strong> ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาล และตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา และด้วยพระวิริยะอุตสาหะ นำสิริสุขแก่ปวงชนทุกก้าวพระบาทที่เสด็จไปถึง สมควรเป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ให้ตระหนักในภารกิจของวิชาชีพแห่งตนว่าเป็นงานบริการสุขภาพที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าแก่สังคม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวแล้วนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี ให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็น <strong>วันพยาบาลแห่งชาติ</strong> ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2533 เป็นต้นมา </p>
<p><strong>สมเด็จย่า&#8221; พระมิ่งขวัญพยาบาลทั่วไทย</strong></p>
<p>ด้วยพระอุปนิสัยของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตา เอื้ออาทรอยู่เป็นนิจ ทรงสุภาพอ่อนโยน การที่ทรงเลือกศึกษาด้านวิชาชีพการพยาบาลนี้ จึงนับว่าถูกกับพระอุปนิสัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนก ด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุข มาโดยตลอด จึงโปรดเกล้าให้แพทย์และพยาบาลที่ตามเสด็จ ตรวจรักษาชาวบ้าน และตำรวจตระเวน ชายแดนทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมประชาชนในท้องที่ห่างไกล ทรงจัดตั้ง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือชื่อย่อว่า &#8220;พอ.สว.&#8221; ขึ้นเพื่อปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อดูแลรักษาประชาชนในหมู่บ้านห่างไกล นอกจากนี้ยังพระราช ทานทุนการศึกษาส่งเสริมนักศึกษาพยาบาลให้ได้รับการศึกษาต่อไปด้วย</p>
<p>การจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ได้จัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 21 ตุลาคม 2533 โดย สภาการพยาบาล ร่วมกับสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ฯ ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในประเทศไทยทุกคน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติในครั้งนั้น สภาการพยาบาลได้จัดทำกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การจัดเดินเทิดพระเกียรติ การให้บริการตรวจสุขภาพ และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ประชาชน การประชุมวิชาการ และพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ให้ได้รับรางวัลพยาบาลดีเด่นในสาขาต่างๆ และได้จัดงานประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลพยาบาลดีเด่น เป็นประจำต่อเนื่องกันมาทุกปี จนถึงปัจจุบัน และยังได้กำหนดให้ใช้ &#8221; ดอกปีบ &#8221; เป็นสัญลักษณ์ของพยาบาลไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ . 2534 เป็นต้นมา เนื่องจาก &#8221; <strong>ดอกปีบ</strong> &#8221; เป็นดอกไม้สีขาวที่มีกลิ่นหอม ต้นปีบเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นได้ในที่ดินแห้งแล้ง ราก ลำต้น และดอกใช้เป็นสมุนไพรได้ เปรียบกับพยาบาลในชุด สีขาวผู้พร้อมที่จะประกอบคุณงามความดี ประดุจกลิ่นหอมของดอกปีบ และพร้อมที่สร้างประโยชน์เช่นเดียวกับการเป็นสมุนไพรของ &#8221; <strong>ดอกปีบ</strong> &#8221; นั่นเอง</p>
<p><strong>การจัดงานวันพยาบาลแต่ละปีจะมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ คือ</strong></p>
<p>1. เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพการพยาบาล<br />
2. เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลได้ตระหนักและสำนึกในหน้าที่เยี่ยงพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเสมอมา<br />
3. เพื่อเป็นการเดินตามรอยพระบาทในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน<br />
4. เพื่อเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของพยาบาลทั่วประเทศ</p>
<p>             การจัดกิจกรรมวันพยาบาลแห่งชาติของทุกปี ได้รับความร่วมมือและความสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากสมาชิกพยาบาลและผดุงครรภ์ทั่วประเทศ เนื่องเพราะพยาบาลทุกคนต่างร่วมกันตั้งปณิธานที่จะปฏิบัติภารกิจตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตลอดไปสมกับคำขวัญ วันพยาบาลแห่งชาติที่ว่า</p>
<p><em>&#8221; การพยาบาลก้าวไกล เพราะน้ำใจเหล่าพยาบาล<br />
เสียสละและบริการ ตามปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนี &#8220;</em></p>
<p> <strong>วัตถุประสงค์หลักการจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ</strong></p>
<p>1. เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพการพยาบาล<br />
2. เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลได้ตระหนักและสำนึกในหน้าที่ เยี่ยงพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเสมอมา<br />
3. เพื่อเป็นการเดินตามรอยพระบาทในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน<br />
4. เพื่อเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของพยาบาลทั่วประเทศ</p>
<p><strong>สัญลักษณ์พยาบาลไทย</strong><br />
          สภาการพยาบาลได้กำหนดให้ใช้ &#8221; <strong>ดอกปีบ</strong> &#8221; เป็นสัญลักษณ์ของพยาบาลไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ . 2534 เป็นต้นมา เนื่องจาก &#8221; ดอกปีบ &#8221; เป็นดอกไม้สีขาวที่มีกลิ่นหอม ต้นปีบเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นได้ในที่ดินแห้งแล้ง ราก ลำต้น และดอกใช้เป็นสมุนไพรได้ เปรียบกับพยาบาลในชุดสีขาวผู้พร้อมที่จะประกอบคุณงามความดี ประดุจกลิ่นหอมของดอกปีบ และพร้อมที่สร้างประโยชน์เช่นเดียวกับการเป็นสมุนไพรของ &#8221; <em>ดอกปีบ</em> &#8221; นั่นเอง</p>
<p><object width="480" height="360"><param name="movie" value="//www.youtube.com/v/4XU3TbdD5EI?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="//www.youtube.com/v/4XU3TbdD5EI?version=3&amp;hl=en_US&amp;rel=0" type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="360" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><em>ข้อมูล tnc.or.th</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Jul 2013 14:16:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Day]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[21 ตุลาคม]]></category>
		<category><![CDATA[การประกันสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[การสังคมสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิราชประชานุเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาสังคมสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมสงเคราะห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/day/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ 21 ตุลาคม ของทุกปี การสังคมสงเคราะห์คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้ทุกคนอยู่ในสังคมไทย ได้อย่างมีความสุขและให้ทุกคนมีความสามารถ รวมถึงพัฒนาสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าด้วย การสังคมสงเคราะห์ การสังคมสงเคราะห์มีในประเทศไทยเป็นเวลานานมาแล้ว สมัยก่อนนี้ “วัด” เป็นศูนย์กลางของการสังคมสงเคราะห์ ปัจจุบันนี้มีทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน ทางฝ่ายรัฐนั้นมีหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบเกี่ยวกับความผาสุกของประชาชนชาว ไทย คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกรมประชาสงเคราะห์ แห่งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินงานและรับผิดชอบโดยตรง ส่วนภาคเอกชนนั้นกระทำการสังคมสงเคราะห์โดยการจัดตั้งเป็น สมาคมและมูลนิธิเพื่อการกุศล ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นองค์การที่ตั้งขึ้นโดยประชาชน เป็นของประชาชนและทำงานเพื่อประชาชนโดยแท้ ในปัจจุบันนี้มีจำนวน ประมาณ 10,000 องค์การ ที่ช่วยรัฐและหน่วยงานของรัฐให้บริการสังคม- สงเคราะห์ ซึ่งให้สวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนเพื่อให้สังคมพัฒนาไปสู่ความเจริญก้าว หน้าตามเป้าหมายที่ต้องการได้ พระราชดำริ สมาคมและมูลนิธิหลายองค์การได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ หรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมและมูลนิธิเหล่านี้ได้ทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ เป็นเอนกประการ ทั้งในการสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม รวมทั้งการพัฒนาสังคมด้านต่างๆ เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิอานันทมหิดล เป็นต้น องค์การเพื่อการสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์การที่ทำงานเพื่อการสังคมสงเคราะห์โดยแท้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ หมายถึงมูลนิธิที่พระมหากษัตริย์และประชาชนร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้ ที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2013/07/วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ.jpg" alt="วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ" width="570" height="600" class="alignnone size-full wp-image-131" /></a></p>
<p><strong>วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ 21 ตุลาคม ของทุกปี</strong></p>
<p>การสังคมสงเคราะห์คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้ทุกคนอยู่ในสังคมไทย ได้อย่างมีความสุขและให้ทุกคนมีความสามารถ รวมถึงพัฒนาสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าด้วย</p>
<p><strong>การสังคมสงเคราะห์</strong></p>
<p>              การสังคมสงเคราะห์มีในประเทศไทยเป็นเวลานานมาแล้ว สมัยก่อนนี้ “วัด” เป็นศูนย์กลางของการสังคมสงเคราะห์ ปัจจุบันนี้มีทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน ทางฝ่ายรัฐนั้นมีหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบเกี่ยวกับความผาสุกของประชาชนชาว ไทย คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกรมประชาสงเคราะห์ แห่งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินงานและรับผิดชอบโดยตรง</p>
<p>              ส่วนภาคเอกชนนั้นกระทำการสังคมสงเคราะห์โดยการจัดตั้งเป็น สมาคมและมูลนิธิเพื่อการกุศล ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นองค์การที่ตั้งขึ้นโดยประชาชน เป็นของประชาชนและทำงานเพื่อประชาชนโดยแท้ ในปัจจุบันนี้มีจำนวน ประมาณ 10,000 องค์การ ที่ช่วยรัฐและหน่วยงานของรัฐให้บริการสังคม- สงเคราะห์ ซึ่งให้สวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนเพื่อให้สังคมพัฒนาไปสู่ความเจริญก้าว หน้าตามเป้าหมายที่ต้องการได้</p>
<p><strong>พระราชดำริ</strong></p>
<p>               สมาคมและมูลนิธิหลายองค์การได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ หรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมและมูลนิธิเหล่านี้ได้ทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ เป็นเอนกประการ ทั้งในการสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม รวมทั้งการพัฒนาสังคมด้านต่างๆ เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิอานันทมหิดล เป็นต้น</p>
<p><strong>องค์การเพื่อการสังคมสงเคราะห์</strong></p>
<p>               มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์การที่ทำงานเพื่อการสังคมสงเคราะห์โดยแท้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ หมายถึงมูลนิธิที่พระมหากษัตริย์และประชาชนร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้ ที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ มูลนิธินี้ถือกำเนิดขึ้นเนื่องมาจากการเกิดวาตภัยและอุทกภัยขึ้นในจังหวัด ภาคใต้เมื่อ พ.ศ. 2505 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำประชาชนให้ช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ ผู้ประสบเคราะห์กรรมเหล่านั้น ได้รับการบริจาคเฉพาะเงินสดถึง 11 ล้านบาท หลังจากที่พระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหล่านั้นแล้ว ยังเหลือเงินอยู่อีกถึง 3 ล้านบาท จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้จัดตั้งเป็น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้น</p>
<p>               สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทเป็นทุนริ เริ่มการสร้างตึกทำงานของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และได้พระราชทานนามตึกนี้ว่า “ตึกมหิดล” เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณในด้านสังคมสงเคราะห์ของสมเด็จพระบรมราชชนก โครงการที่สำคัญที่สุดของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คืออุดมการณ์ที่รัฐรับเป็นอุดมการณ์ของชาติ คือ “โครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” ซึ่งมีที่มาจากพระบรมราชปณิธานในพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” โดยพระราชดำรัสที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” เป็นที่มาแห่ง “แผ่นดินธรรม” ส่วนพระราชดำรัสที่ว่า “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นที่มาแห่ง “แผ่นดินทอง”</p>
<p><strong>วันสังคมสงเคราะห์</strong></p>
<p>               ใน พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนางาน สังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ให้กำหนดวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและเวลา เพื่อประโยชน์ให้บังเกิดแก่ประชาชนตลอดมา โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยาก สมควรเป็นปูชนียบุคคลที่นักสังคมสงเคราะห์ควรถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ งานของตนต่อไป ดังนั้นในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ภาครัฐบาลและภาคเอกชนจึงได้ร่วมกันจัดงานแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการสังคมสงเคราะห์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยไม่ เลือกเชื้อชาติศาสนา</p>
<p><strong>การประกันสังคม</strong></p>
<p>               มีการสังคมสงเคราะห์อีกประเภทหนึ่งคือการประกันสังคม หรือการสร้างความมั่นคงในสังคมร่วมกัน แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายประกันสังคมแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2497 แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้เพราะมีปัญหาเรื่องนโยบาย อย่างไรก็ตามได้มีประกาศใช้กฎหมายแรงงาน เมื่อ พ.ศ. 2515 โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนเงินทดแทนในกรมแรงงาน ให้ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินสมทบจากนายจ้างและสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไป เพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าทดแทนแก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจาก การทำงานให้นายจ้าง ทำให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างในระหว่างที่เจ็บป่วยต้องหยุดงาน และในกรณีทุพพลภาพก็สามารถมีรายได้ไปใช้ สอยเลี้ยงดูครอบครัว</p>
<p><em>ข้อมูล tlcthai</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.402 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-08-02 01:52:33 -->

<!-- Compression = gzip -->