<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วันสำคัญของไทย &#187; วันครู</title>
	<atom:link href="https://www.zabzaa.com/day/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.zabzaa.com/day</link>
	<description>วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 02 Aug 2021 04:41:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.1.42</generator>
	<item>
		<title>วันครูแห่งชาติ</title>
		<link>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jan 2014 13:56:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Day]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มกราคม]]></category>
		<category><![CDATA[กลอนวันครู]]></category>
		<category><![CDATA[ครู]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นมาวันครู]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกกล้วยไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติวันครู]]></category>
		<category><![CDATA[พานพุ่มวันครู]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[วันครูแห่งชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.zabzaa.com/day/?p=230</guid>
		<description><![CDATA[16 มกราคม วันครูแห่งชาติ ครู หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ คำว่า “ครู” มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต ว่า “คุรุ” และภาษาบาลี “ครุ, คุรุ” คือ ผู้ที่มีความสามารถให้คำแนะนำอบรมสั่งและสอน ศิษย์ นักเรียน หรือ นักศึกษา ให้เกิดความรู้ คิด อ่าน เขียน เพื่อให้เกิดประโยชน์มีอาชีพที่ดี รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ ประวัติวันครู วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ซึ่งได้สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภาเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู เพื่อส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ในปี พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2014/01/วันครู.jpg"><img src="http://www.zabzaa.com/day/wp-content/uploads/2014/01/วันครู.jpg" alt="วันครูแห่งชาติ" width="650" height="500" class="alignnone size-full wp-image-231" /></a></p>
<p><strong>16 มกราคม วันครูแห่งชาติ</strong></p>
<p><strong>ครู</strong> หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ</p>
<p>คำว่า “<strong>ครู</strong>” มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต ว่า “คุรุ” และภาษาบาลี “ครุ, คุรุ” คือ ผู้ที่มีความสามารถให้คำแนะนำอบรมสั่งและสอน ศิษย์ นักเรียน หรือ นักศึกษา ให้เกิดความรู้ คิด อ่าน เขียน เพื่อให้เกิดประโยชน์มีอาชีพที่ดี รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ</p>
<p><strong>ประวัติวันครู</strong></p>
<p>วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ซึ่งได้สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภาเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู เพื่อส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ในปี พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า ”ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมี สักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับ คนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละ ทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง”</p>
<p>จากแนวความคิดนี้ กอปรกับความเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่นๆ ล้วนเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึก ถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดี เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก และเพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูและเพื่อส่งเสริม ความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน</p>
<p>การจัดงาน “<strong>วันครู</strong>” ได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าวได้ ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติ เป็นที่จัดงานวันครูนี้ได้กำหนด เป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญคือ หนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างเป็นถาวรวัตถุ</p>
<p><strong>ดอกไม้วันครู คือ &#8220;ดอกกล้วยไม้&#8221;</strong></p>
<p><strong>บทสวดเคารพครูอาจารย์</strong><br />
(สวดนำ) ปาเจราจริยา โหนติ (รับพร้อมกัน) คุณุตฺตรานุสาสกา<br />
ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ<br />
ข้าขอประณตน้อมสักการ บุรพคณาจารย์<br />
ผู้ก่อประโยชน์ศึกษา<br />
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา<br />
แก่ข้าในกาลปัจจุบัน<br />
ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์<br />
ด้วยใจนิยมบูชา<br />
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา<br />
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน<br />
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน<br />
อยู่ในศีลธรรมอันดี<br />
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี<br />
แก่ชาติและประเทศไทย เทอญฯ</p>
<p><strong>ครูที่ดี ดูอย่างไร?</strong></p>
<p>ปัจจุบันนี้ โลกของเราถือเป็นยุคของโลกไร้พรมแดน ที่ถูกครอบงำด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ทำให้ประเทศเกิดความเจริญ รุดหน้าอย่างรวดเร็วในทุกด้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา จากความทันสมัยนั้น ก็คือคนในสังคมขาดคุณธรรมจริยธรรม มีแต่ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม และด้วยการเปิดรับการไหลบ่า ของวัฒนธรรมต่างชาติที่เข้ามา ทางข้อมูลข่าวสาร ทำให้เด็กและเยาวชน มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เกิดการเลียนแบบวัฒนธรรมต่างชาติ โดยไม่มีการคัดกรองว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี เนื่องจากไม่มีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ในเบื้องต้นให้แก่เด็ก</p>
<p>จากสภาพการณ์ดังกล่าว ครู จึงถือว่ามีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญยิ่ง ในฐานะเป็นผู้ที่สั่งสอน หรือถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ รวมทั้งเป็นผู้ที่สร้างสรรค์ ภูมิปัญญา เพื่อให้เด็กและเยาวชน สามารถตระหนักได้ว่า ควรจะเลือกรับวัฒนธรรมต่างชาติที่ดี ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม กับพฤติกรรมของตนเอง แต่ทั้งนี้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ครู จะต้องทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี และเหมาะสมให้แก่ลูกศิษย์ด้วยเช่นกัน ดังนั้น กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอเสนอบทบาทหน้าที่ของครู จรรยามรรยาท และวินัยตามระเบียบประเพณีของครู ว่าการเป็นครูที่ดีนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง</p>
<p><strong>หน้าที่ของครูอาจารย์ที่พึงมีต่อศิษย์</strong><br />
1. แนะนำดี คือ การให้คำแนะนำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ และสิ่งที่ดีๆ ให้แก่ ลูกศิษย์<br />
2. ให้เรียนดี คือ การแนะนำส่งเสริม สนับสนุน ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ ลูกศิษย์ ให้มีผลการเรียนที่ดี<br />
3. บอกศิลปะให้สิ้นเชิง ไม่ปิดบังอำพราง โดยการถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมด ที่ตนเองมีอยู่ให้แก่ลูกศิษย์<br />
4. ยกย่องให้ปรากฏในเพื่อนฝูง ให้การสนับสนุน และยกย่องลูกศิษย์ที่มีความประพฤติดี ให้ปรากฏแก่เด็กคนอื่นๆ เพื่อนำไปเป็นแบบอย่าง<br />
5. ทำความป้องกันในทิศทั้งหลาย ปกป้องและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ จากสิ่งแวดล้อมและสิ่งยั่วยุที่ไม่ดีทั้งหลาย</p>
<p><strong>จรรยามรรยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีของครู</strong><br />
1. เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ<br />
2. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น<br />
3. ตั้งใจสั่งสอนศิษย์ และปฏิบัติหน้าที่ของตน ให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ พร้อมทั้งอุทิศเวลาของตนให้แก่ศิษย์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานมิได้<br />
4. รักษาชื่อเสียงของตน มิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใดๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียงของครู<br />
5. ถือปฏิบัติตามระเบียบ และแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา<br />
6. ถ่ายทอดวิชาความรู้ โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำผลงานทางวิชาการของตน ไปใช้ในทางทุจริตหรือเป็นภัยต่อมนุษยชาติ<br />
7. ให้เกียรติแก่ผู้อื่นทางวิชาการ โดยไม่นำผลงานของผู้ใดมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน และไม่เบียดบังใช้แรงงาน หรือนำผลงานของผู้อื่นไป เพื่อประโยชน์ส่วนตน<br />
8. ประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเที่ยงธรรม ไม่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ<br />
9. สุภาพเรียบร้อยประพฤติตน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ รักษาความลับของศิษย์ของผู้ร่วมงาน และของสถานศึกษา<br />
10. รักษาความสามัคคีระหว่างครู และช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน</p>
<p>จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น คงจะทำให้เห็นว่า ครู ถือเป็นบุคลากรที่สำคัญอย่างมาก ในการเป็นผู้ที่อบรมสั่งสอน ถ่ายทอดวิชาความรู้ รวมทั้งให้ความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ทุกคน เพราะในชีวิตของคนเรานั้น ถือว่าบิดา มารดา เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด เพราะเป็นผู้ที่ให้กำเนิด ให้ความรัก ความเมตตา ความห่วงใยและเสียสละเพื่อลูก ครูก็ถือเป็นผู้ที่เสียสละเช่นกัน เพราะหากครูสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตน และมีจรรยามรรยาทอย่างเคร่งครัดแล้ว เด็กก็จะนำไปเป็นแบบอย่าง ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ เด็กก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป</p>
<p>แม้ว่าในปัจจุบันนี้ จะมีครูที่กระทำตนเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้น จะเห็นได้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อย เพราะยังมีครูอีกเป็นจำนวนมาก ที่มีจิตสำนึกของความเป็นครูอย่างแท้จริง พร้อมที่จะเสียสละและอุทิศตน ดูแลเอาใจใส่สั่งสอนอบรม ให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันจะเป็นหนทาง ในการประกอบอาชีพ เลี้ยงดูตนเองได้ต่อไปในอนาคต และในโอกาสที่ วันครู ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคม ของทุกปีที่จะเวียนมาถึงนี้ ลูกศิษย์ทั้งหลาย จึงสมควรน้อมจิตรำลึกถึงพระคุณ และแสดงความเคารพสักการะ ต่อครูผู้มีพระคุณ ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ให้จนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข</p>
<p><em>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กฤษณา พันธุ์มวานิช สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ</em></p>
<p><strong>คำปฏิญาณขอบครู</strong><br />
ข้อ 1 ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู<br />
ข้อ 2 ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ<br />
ข้อ 3 ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครูและบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม</p>
<p>จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคล แล้วต่อด้วยนายกรัฐมนตรีมอบรางวัลครูดีเด่นประจำปี มอบของที่ระลึกให้ครูอาวุโสนอกและในประจำการ สุดท้ายกล่าวปราศรัยกับคณะครูที่มาประชุม</p>
<p><strong>กลอนวันครู</strong></p>
<p>16 มกราวันนี้วันครู     ท่านเป็นผู้ให้ความรู้ตลอดมา</p>
<p>ครูมีแต่ความหวังดีทุกเวลา     ห่วงว่าศิษย์หลงทำผิดคิดพลาดไป</p>
<p>คอยอบรมสอนสั่งไม่ย่อท้อ     ครูยังพอยิ้มได้และสุขใจ</p>
<p>เมื่อศิษย์ไปได้ดีดั่งหวังไว้     เหน็ดเหนื่อยเพียงไหนใจพร้อมสู้</p>
<p>ครูยืนอยู่เบื้องหลังเป็นกำลังใจ     ความผิดใดที่ศิษย์ได้ทำไว้</p>
<p>โปรดขอครูนี้จงได้ให้อภัย     ไม่ตั้งใจจริงๆสิ่งที่ทำไป</p>
<p>—————————————————-</p>
<p>ประนตน้อมพร้อมจิตลิขิตสาร         ดำริกานท์ก้มเกศพิเศษหมาย<br />
นบบูชาพระคุณครูมิรู้วาย            ทั้งจิตกายตั้งมั่นกตัญญู</p>
<p>พระคุณที่สั่งสอนทั้งศาสตร์ศิลป์       ให้ศิษย์สิ้นสงสัยให้ความรู้<br />
เกิดปัญญาก้าวหน้าเพราะคำครู        ยังก้องอยู่โสตประสาทมิขาดไป</p>
<p>ตั้งแต่เรียนเขียน ก ทั้งนับเลข       นิทานเสกสอนสั่งสร้างนิสัย<br />
ขัดเกลาจิตศิษย์อยู่ให้รู้วัย           ว่าสิ่งไหนนั้นควรไม่ควรทำ</p>
<p>ในวาระวันครู หนูจะเขียน           ต่างแพเทียนธูปทองอันผ่องล้ำ<br />
สร้อยอักษรล้วนจิตพินิจจำ           กระแสน้ำพระคุณครูอยู่ชั่วกาล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.zabzaa.com/day/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 0.164 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2026-07-30 19:14:19 -->

<!-- Compression = gzip -->