ซ่าส์ทุกลมหายใจ
พระพิฆเนศ
รับซื้อเพชร





รับผลิตอาหารเสริม

รับผลิตอาหารเสริม รับผลิตสมุนไพร ยาแผนโบราณ ขายส่งสมุนไพร ขายส่งอาหารเสริม ราคาไม่แพง ผ่านการตวรจสอบรับรองมาตฐาน GMP ตามกฎหมาย ที่คุณก็สามารถเป็นเจ้าของแบรนด์ได้ chiangdaoherb.com

ตั้งชื่อมงคล

ตั้งชื่อมงคล ตั้งชื่อลูก หาชื่อมงคล พร้อมความหมายของชื่อ ฟรี ที่เว็บ ตั้งชื่อมงคล.com

สร้างหลักประกันความมั่นคง ให้กับชีวิต ด้วยการปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ

เมื่อไม่นานมานี้คนไทยหลายๆ คงได้คุ้นหูกับคำว่า พันธุ์ไม้เศรษฐกิจมากขึ้นเมื่อมีการประกาศกฎหมายบังคับใช้ใหม่ว่าด้วยเรื่องการอนุญาตให้ตัด พันธุ์ไม้เศรษฐกิจ ที่ปลูกในพื้นที่ส่วนตัวได้โดยถูกกฎหมาย รวมถึงการใช้ พันธุ์ไม้เศรษฐกิจ เหล่านั้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอกู้เงิน สิ่งที่ได้สร้างกระแสความตื่นตัวให้กับสังคมไทยหันมามองและศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พันธุ์ไม้เศรษฐกิจ กันอย่างกว้างขวาง จึงได้เป็นที่มาของเรื่องที่จะเล่าในตอนนี้ว่า พันธุ์ไม้เศรษฐกิจคืออะไร แล้วทำไมใครๆ ถึงสนใจ

พันธุ์ไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ยืนต้นที่มีการปลูกโดยฝีมือมนุษย์ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยตรงหรือเพื่อการค้า รวมถึงการใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ซึ่งก็สามารถจำแนกออกได้ เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

กลุ่ม ไม้แผ่น และไม้แปรรูป เช่นที่รู้จักกันดี ไม้สัก ไม้พยุง ไม้ชิงชัน ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน เป็นต้น

กลุ่ม ไม้เนื้อเยื่อ เช่น ยูคาลิปตัส ไผ่

กลุ่มไม้สกัดยาง อย่าง ยางพารา

กลุ่มไม้สกัดเพื่อทำน้ำมันหอมระเหย อาทิ กฤษณา

อยากลงทุนกับ พันธุ์ไม้เศรษฐกิจ ต้องเริ่มต้นอย่างไร

อย่างแรกเลย ก็คงต้องมีที่ดินก่อน จะมีมากหรือมีน้อยไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะหากมีพื้นทีน้อย ก็ปลูกไม้ราคาสูงๆ เช่นไม้ชนิดที่มีราคาแพงติดอันดับต้นๆ ในตลาดอย่าง พะยูง ชิงชัน ประดู่ป่า สักทอง และ ตะเคียนทอง ยกตัวอย่างไม้พะยูงที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีราคาแพงลิบลิ่วตกเฉลี่ยอยู่ที่ท่อนละ 1 ล้านบาท ไม้อันดับรองลงมาเป็นไม้ชิงชันกับประดู่ป่า ราคาที่ซื้อขายในปัจจุบันอยู่ที่ท่อนละ 800,000 บาท ส่วนไม้สักทองกับตะเคียนทอง อยู่ที่ท่อนละ 500,000 บาท หรือกากสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้ ราคาก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

แต่ถ้าหากมีพื้นที่มาก ก็อยากชักชวนให้คุณปลูกแบบผสมผสานให้ได้ พันธุ์ไม้เศรษฐกิจหลากหลายกลุ่มดังที่กล่าวในข้างต้น หรือหากไม่มีเลยก็ยังสามารถทำได้แต่ ควรพิจารณาเลือก พันธุ์ไม้เศรษฐกิจ ที่มีระยะการปลูกและการให้ผลผลิตที่สั้น อย่าง อย่าง ไผ่ ยูคาลิปตัส ซึ่งทั้งคู่เป็นไม้โตเร็วอายุรอบตัดฟันแค่ 3 ปี เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในอนาคต

การเลือกกล้าพันธุ์

ปัจจุบัน ด้วยการรณรงค์ส่งเสริมจากภาครัฐ ให้ประชาชนหันมาปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งการปลูกเพื่อการนำไม้มาใช้สอย หรือเพื่อค้าขาย โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับ กล้าไม้ จากทางหน่วยงานของภาครัฐ เช่น กรมป่าไม้ ซึ่งจะมีการจัดหากล้าไม้มาไว้เพื่อแจกฟรี โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อรับกล้าไม้ได้ที่ศูนย์ เพาะชำกล้าไม้ในแต่ละจังหวัด ซึ่งหากพื้นที่ที่คุณจะปลูกอยู่ทางภาคเหนือควรจะปลูกไม้สักทอง ไม้ชิงชัน เพราะจะเติบโตได้ดี ภาคอีสาน เหมาะกับไม้พะยูง พะยอม กระถินเทพณรงค์ หรือ ถ้าไม่แน่ใจก็ให้ ประดู่ป่า ตะเคียนทอง เพราะเป็นไม้ที่สามารถปลูกได้ดีทั่วประเทศ

การวางแผนการปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ

การปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจเพื่อการใช้สอยหรือเพื่อหวังผลในการขายในอนาคต สามารถปลูกได้ตามคันนาหรือตามพื้นที่ว่างตามหัวไร่ปลายนา โดยการปลูกไม้เพื่อขายมีทั้งการปลูกในระดับเพียงไม่กี่ต้นจนถึงการปลูกเป็นสวนป่าจำนวนหลายร้อยไร่ เพื่อตัดจำหน่าย

โดยพันธุ์ไม้เศรษฐกิจที่นิยมปลูกกัน ก็เช่น ไม้สัก ไม้สะเดา ไม้ยูคาลิปตัส เป็นต้น โดยสำหรับต้นไม้โตช้าหรือต้นไม้ที่จะไม่ตัดเลยจะปลูกให้ห่างกัน 8 เมตร โดยประมาณและ พื้นที่ว่างระหว่างนั้นจะนิยมปลูกเป็นไม้โตเร็วและโตปานกลาง ซึ่งจะทำให้ความห่างของต้นไม้ทั้งหมดกำลังพอดี และเมื่อมีการตัดไปจำหน่ายก็จะทำให้ความร่มรื่นระบบนิเวศยังอยู่ในสภาพเป็นป่าปลูกเหมือนเดิม ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นปลูกจนถึงวันที่จะสามารถตัดไปจำหน่ายได้ก็มีตั้งแต่ 10-20 ปี แล้วแต่พันธุ์ไม้เศรษฐกิจที่เลือกมาปลูกว่าโตเร็ว โตช้า หรือโตปานกลาง

ลองคำนวณดูเล่นๆ ว่าหากคุณเริ่มปลูกสักตอนอายุ 30 โดยลงพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ รวมกันทุกชนิด ไว้ 2,000 ต้น และในระหว่างที่รอคอย ทุกๆ ต้นเจริญเติบโตดี ไม่มีเสีย หรือมีคนมาขโมยตัดไปเสียก่อน พอคุณอายุสัก 50 ปี ลองเอาจำนวนต้นคูณราคาต้นไม้ ดูเล่นๆ นั่นก็จะเท่ากับเงินที่คุณจะได้รับเป็นค่าตอบแทนทั้งหมด

ซึ่งพันธุ์ไม้เศรษฐกิจแต่ละชนิดนั้นราคาจะไม่เท่ากัน ไม้เนื้อแข็งและอายุมาก ย่อมมีราคาดี ส่วนไม้เนื้ออ่อนแม้ราคาไม่แพงเท่า แต่เป็นความต้องการของตลาดเฟอร์นิเจอร์ เพราะน้ำหนักเบา สมมติพันธุ์ไม้เศรษฐกิจที่คุณเลือก มีราคารับซื้ออยู่ที่ เฉลี่ยต้นละ 1 หมื่นบาท หากคุณขายทั้งหมด 2000 ต้น รายได้ที่คุณจะได้รับก็จะราวๆ 20 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนอันน่าทึ่งและที่สำคัญ หลายคนไม่เคยทราบและมองในมุมนี้มาก่อน

คงยังไม่สายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เปล่าที่ไม่มีการทำประโยชน์เสียแต่วันนี้ แม้ว่าดูเหมือนจะใช้ระยะเวลานาน แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณรอคอยจนถึงวันที่จะได้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนนั้นแล้วละก็ คุณจะนึกขอบคุณตัวเองในอดีตที่ตัดสินใจลงทุนสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตด้วยการปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจอย่างแน่นอน