ข่าวบันเทิงไทย

แตงโม เปิดใจรัก แต๊งค์ อีกครั้ง

แตงโม เปิดใจรัก แต๊งค์ อีกครั้ง

news

 

สาว “แตงโม” เปิดใจรัก “แต๊งค์” อีกครั้ง ยอมรับผิดเคยคิดฆ่าตัวตาย เหมือนครั้งนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงมานั่งเปิดใจแบบหมดเปลือก

สำหรับสาว แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ กับความรักที่ใครๆ ก็มองว่ากลับมาคบกันอีกครั้งกับหนุ่ม แต๊งค์ พงศกร มหาเปารยะ หลังจากเคยเลิกกันไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทั้งระยะหลังนี้ยังมีภาพสวีตออกมาให้ได้เห็นบ่อยๆ ทั้งนี้ ยังได้พูดถึงสาเหตุที่คิดฆ่าตัวตาย จนกลายเป็นข่าวดัง ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า เป็นเพราะตนเองเป็นโรคซึมเศร้ามาตั้งแต่เด็ก และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิตอีกด้วย

โดย แตงโม ได้มาเปิดใจใน รายการคุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ซึ่งเป็นเทปแรกของการเปลี่ยนเวลาออกอากาศใหม่ จาก 07.00 น. เป็นเวลา 14.00-15.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์

เรื่องของแตงโมกับแต๊งค์ เคยคบกันเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ตอนนี้กลับมาคุยกันเหมือนเดิม?

“ไม่เหมือนเดิมนะคะ เนื่องด้วยเราทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะกลับเป็นสถานะเดิม ตัวโมเองก็ยังหวงความโสดอยู่ ตัวคุณแต๊งค์เองก็ยังแผลใหม่ เค้าเพิ่งเลิกกับแฟน”

จริงๆ คนที่เป็นแผลใหม่ มาเจอแบบนี้มันควรจะคลิ๊กกัน?

“ช่วงแรกๆ ที่เราทักทายไป เราจะเห็นคุณแต๊งค์เองเค้าจะโพสต์อะไรเศร้าๆ ด้วยความเป็นห่วงแบบเพื่อน เราก็ทักไปถามว่า ไหวมั้ย ให้ช่วยอะไรรึเปล่า เค้าก็โอเค คิดว่าเราช่วยเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้มั้ง เราก็เลยลองกลับมาคุยเหมือนกัน คุยได้สักพักเรารู้เลยว่า เราต่างคนต่างต้องกลับไปทำตัวให้เข้มแข็ง และพร้อมที่จะมีแฟนซะก่อน”

ที่เรามาลอง เราลองมาคุยกันแบบเพื่อนหรือคนรัก?

“เป็นเพื่อนที่คิดว่าจะพัฒนาค่ะ”

จริงๆ ก็คิดที่จะจะพัฒนาอยู่เหมือนกัน?

“ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้พูดเป็นกิจจะลักษณะอะไรค่ะ”

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจพองโต มีผีเสื้อบินในท้อง?

“อ้นนั้นเป็นความรู้สึกเมื่อ 8 ปีที่แล้วค่ะ คราวนี้มันเลยเหมือนเป็นความเป็นเพื่อนสูงมาก”

ที่ไปเที่ยวกัน?

“โมสามารถไปเที่ยวได้กับทุกคนเลยค่ะ ถ้าเป็นแฟนเก่า มันเสี่ยงตรงที่ว่า คนอื่นอาจจะคิดว่าเรากลับมาเป็นแฟนกัน คุยกัน แต่ในความเป็นจริง ทริปนั้นมีเพื่อนคนอื่นไปเที่ยวด้วย”

ตอนที่ไปเที่ยว คุณยังไม่ได้คิดใช่มั้ย?

“ยังค่ะ ส่วนตัวเค้าก็จะไม่น่าคิดเหมือนกัน”

ถ้าจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาคบกันมีมากน้อยแค่ไหน?

“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ค่ะ เพราะเราเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วไงคะ พูดง่ายๆว่า โมเองก็มีคำตอบในชีวิตว่าต้องการอะไร ถ้าอะไรที่โมรู้สึกว่ามันนอกลู่นอกทางจกาที่สิ่งแพลนไว้ โมก็รู้สึก่ามันยังค่ะ”

สิ่งที่ต้องการคืออะไร?

“สิ่งที่ต้องการคือ บั้นปลายของชีวิตโม คือการรับใช้พระเจ้าอยู่ในโบสถ์ หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการรับใช้พระเจ้าค่ะ ซึ่งตัวโมเองยังอ่อนแอเรื่องความเป็นคริสเตียนเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะเป็นคริสศาสนิกชนได้ เรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ อะไรที่มันทำให้โมไขว้เขวไป โมจะต้องดึงตรงนั้นมันกลับมาให้ได้”

แต่คนเค้ามองว่า สิ่งที่ทำให้โมกลับไปคบแต๊งค์ไม่ได้ เพราะมันยังมีบางข้อจำกัดในตัวเค้า?

“ทุกคนน่าจะมีข้อจำกัดที่ไม่ชอบในตัวกันและกัน คุณแต๊งค์ก็มีเหมือนกันนะคะ ในบางสิ่งที่ไม่ชอบในตัวโม ถึงบอกไงคะ ถ้าเรายังมีสิ่งต่างๆ ในตรงนี้ที่ยังไม่ชอบ ไม่แน่ใจ เราต้องกลับไปพัฒนาให้เราพร้อมจริงๆ ซึ่งเราไม่คาดหวังว่าเราจะคู่กัน”

ตอนที่เลิกเมื่อครั้งก่อนเมื่อ 8 ปี เหตุผลมันรุนแรงไหม?

“ค่อนข้างเป็นเหตุผลที่โมขอ แต่พอมาตอนนี้ มันไม่รุนแรงค่ะ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ความคิดโมเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่มาวันนี้มันเป็นอีกแบบหนึ่ง คือตอนนี้ข้อจำกัดมันเริ่มเยอะขึ้น คือถ้าคนที่จะเข้ามา คือคนที่พร้อมจะเป็นคริสเตียน ยังไม่เป็นก็ได้ แต่ก็พร้อมที่จะเปิดใจ และรักลูกเราเหมือนเป็นลูกตัวเองด้วย”

ถ้าเค้าดูอยู่ อยากบอกอะไรกับเค้า?

“อยากจะบอกว่า พูดกันไปหมดแล้วเนอะ แค่นี้คะ เพราะพูดกันไปหมดแล้ว เข้าใจกันไปหมดแล้ว”

ตอนที่คุณคิดจะฆ่าตัวตาย มีความคิดอะไรอยู่?

“เรื่องพวกนี้นะคะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่แนะนำให้ทุกคนฟังและรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่คิดอยากจะทำก็ทำได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด แต่ว่าโมคิดว่าการที่มันเกิดเป็นสิ่งเหล่านั้นขึ้นได้ โมเชื่อว่าพระเจ้าวางแผนชีวิตโมมาอย่างดี เพื่อจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆ คน โมอยู่ในวงการ มันผ่านช่วงที่ขึ้นสุดลงสุด ล้มแล้วลุกหรืออะไรหลายๆ อย่าง ถ้ามองโมเป็นหนังสือ อ่านแล้ววิเคราะห์จะได้อะไรหลายๆ อย่าง และเค้าจะได้รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง แล้วนำไปพัฒนาตัวจากการที่โมได้ทำให้เห็น

“เรื่องของการฆ่าตัวตายครั้งนั้น โม เป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังตั้งแต่เด็ก คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาการมันจะคูณร้อยคูณพันเข้าไปอีกแล้ว แต่อาการของคน แต่โมไม่รู้หรอกวันนั้น อาการมันจะหนักไปแค่ไหน แต่วันนั้นโมไม่อยากอยู่จริงๆ ตอนนั้นรู้สึกผิดมากว่า เราเอาพระเจ้าไปไว้ไหน เอาพ่อแม่ไปไว้ไหน แต่คนที่เป็นโรคนี้มันทำอะไรโดยไม่รู้ตัวจริงๆ”

“เพราะว่าเมื่ออาการหายปุ๊บ มันจะรู้สึกว่า คนนั้นไม่ใช่ตัวเราแล้ว จะเป็นคนที่อาการทางสารเคมีในสมองหลั่งออกมาไม่เท่ากัน แล้วถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจพอสมควรจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว เพราฉะนั้นใครที่มีบุตรหลานคือคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้อย่าปล่อยให้เค้าอยู่คนเดียวเด็ดขาด เค้าจะฆ่าตัวตายเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วอีกอย่างมันจะเจ็บมากกว่าก็คือ ถ้าคุณฆ่าตัวตายแล้วมันไม่ตาย คุณจะต้องตื่นมาเจอปัญหาเดิมที่มันยังไม่จบ แล้วคุณจะต้องตอบคำถามอีกว่า ทำไมไปทำไม ทำไมถึงทำ จริงๆ โมอยากให้คนไทยเปิดใจกับโรคนี้ อยากให้คนที่เป็นกล้าเดินไปหาหมอ เปิดอ่านศึกษาดู ถ้าอาการใกล้เคียงเกิน 3 อย่าง เดินไปหาหมอได้เลยค่ะ”

วันนี้ แตงโม นิดา หายจากโรคซึมเศร้ารึยัง?

“ยังค่ะ โมยังต้องทานยาอยู่ ถ้าวันไหนโมมีอาการ โมจะบอกคนรอบข้างเลยนะ ว่าวันนี้อาการไม่ดี แล้วคนรอบข้างจะต้องรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวกับเรายังไง”


ขอขอบคุณข่าวจาก


ข่าวบันเทิงไทย

More in ข่าวบันเทิงไทย

news

ตูน บอดี้สแลม บาดเจ็บแต่ยังวิ่งต่อ

news todayNovember 21, 2017
news

โดม ปกรณ์ แอบเคือง ซ้อมวิ่งแต่โฟกัสผิดจุด

news todayNovember 21, 2017
news

แต๊งค์ โพสต์แซ่บ หลัง แตงโม โพสต์รูปคู่ ดอดจ์ อดีตหวานใจ

news todayNovember 21, 2017
news

ดูลีลา อั้ม พัชราภา เต้นเพลงผู้สาวขาเลาะ

news todayNovember 14, 2017
news

ดามพ์ ดัสกร เข้าเยี่ยมน้องชายครั้งแรก

news todayNovember 14, 2017
news

ต๊ะ บอยสเก๊าท์ ยังติดใจ ไอซ์ ลูกชายโจ เรียกมาดูใจพ่อแต่ไม่มา

news todayNovember 13, 2017