ข่าวเทคโนโลยี

ความเปลี่ยนแปลงของ Web Design จาก PC สู่ UX UI

ความเปลี่ยนแปลงของ Web Design จาก PC สู่ UX UI

news

วันนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ‘พี่อั๋น – ปานจันทร์ ศิริสุวรรณ’ หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ผู้ที่ทำงานกับเว็บไซต์ Sanook! มายาวนานเข้าปีที่ 19 ซึ่งเปรียบเป็นดั่งบ้านหลังที่ 2 ก็คงไม่ผิด ในตอนนั้น Sanook! เป็นเว็บไซต์ยุคแรกๆ ของไทย ตั้งแต่เริ่มมีอินเทอร์เน็ตเข้ามา ดังนั้นสิ่งที่เราจะคุยกับเค้าคงเป็นเรื่องราวพัฒนาการของเว็บไซต์ Sanook! ที่ร้อยเรียงผ่านยุคสมัยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาจนถึงยุคสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

เริ่มต้นที่ยุคสมัย PC

เริ่มจากคำถามที่ว่า ในยุคแรกๆ เราใช้วิธีการใดในการออกแบบเว็บไซต์ ต้องถึงขนาดวาดภาพสแกนเข้าคอมเลยไหม พี่อั๋นจึงให้ความกระจ่างว่า “เริ่มงานกับ Sanook! ตอนประมาณปี 2541 เราจะสเก็ตหน้าตาเว็บไซต์ หรือทำ Wireframe ในกระดาษก่อน ก็ไม่ต้องถึงขนาดต้องสเก็ตแล้วสแกนนะคะ ฮ่า… แล้วเราก็ใช้โปรแกรมแบบตอนนี้แหละแต่เป็นเวอร์ชั่นที่เก่ากว่ามาก ตอนนั้นก็น่าจะ Photoshop 4” เท่าที่ฟังดูก็ไม่ได้แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก

แล้ววิธีคิดในเรื่องดีไซน์เว็บ เรายึดเรื่องใดเป็นสำคัญ

สิ่งแรกคือ ต้องรู้หัวใจของเว็บไซต์หรือคอนเซ็ปต์หลักของเว็บ ถ้าเราเป็นเว็บคอนเทนต์ คอนเซ็ปต์หลักก็คือการนำเสนอคอนเทนต์ แต่สมัยก่อนเว็บ Sanook! เน้นที่ Web Directory กับ Web board เป็นหลัก งานดีไซน์ก็จะเน้นที่หัวข้อตัวหนังสือ ด้านล่างเป็นหมวดหมู่ของเว็บแต่ละอย่าง (ทำหน้าที่คล้าย Google ในปัจจุบัน) ยูเซอร์ที่เข้ามาเพื่อต้องการเสิร์ชหาข้อมูล เราต้องให้คนเข้ามาแล้วใช้งานได้ง่าย

พี่อั๋นยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องที่ Sanook! เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบเว็บ Portal เหมือนในปัจจุบันว่า

ปี พ.ศ. 2543 เกิดการรวมตัวกันของ 2 เว็บไซต์ Sanook! เด่นที่ Directory กับ Web board ส่วน MWEB มีคอนเทนต์ ทางผู้ใหญ่เห็นว่าทั้งสองเว็บมีจุดเด่นที่ต่างกันหากรวมกันน่าจะดีกว่า จึงมีการรวมเอารูปแบบเว็บคอนเทนต์ของ MWEB มารวมตัวกับ Sanook! จนกลายเป็นเว็บที่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียกว่า Web Portal ในปัจจุบัน

คอนเซ็ปต์ของเว็บไซต์จึงเปลี่ยนไปเน้นที่คอนเทนต์กับเว็บบอร์ด งานดีไซน์จึงเปลี่ยนไปตามโจทย์ โดยเน้นความสวยงามมากขึ้นเพราะเป็นหน้าด่านที่ยูเซอร์ได้เจอ ประกอบกับเน้นโชว์ภาพที่สื่อความหมายของคอนเทนต์ได้ งานขายแบนเนอร์ต่างๆ ก็ต้องดูว่าต้องปรับเปลี่ยนไปอยู่กับคอนเทนต์ส่วนไหน โฆษณาของลูกค้าจะไปอยู่จุดไหนให้คนเห็นมากสุด

เทคโนโลยีเปลี่ยน โปรแกรมเปลี่ยน เว็บดีไซน์ต้องเปลี่ยนไปยังไง
เว็บดีไซน์ เราทำเพื่อสนับสนุนคอนเซ็ปต์และเนื้อหาของเว็บไซต์ เพราะฉะนั้นดีไซน์จะถูกเปลี่ยนเมื่อเนื้อหาของเว็บไซต์เปลี่ยน หรือการใช้งานไม่ดีพอเกิดปัญหา เราก็เอาเรื่องการดีไซน์มาช่วยแก้ปัญหา ส่วนความสวยงามจริงๆ คือเรื่องการตกแต่งเพื่อให้เว็บเราน่าสนใจมากขึ้น ที่สำคัญต้องตอบโจทย์การใช้งานหลัก ให้ยูเซอร์และสปอนเซอร์ใช้งานแล้วสบายใจ

อีกปัจจัยที่ทำให้ดีไซน์เปลี่ยนคือ เทรนด์ดีไซน์ ที่สอดคล้องกับ เทคโนโลยี HTML* , CSS3* รวมไปถึงทำอย่างไรให้หน้าเว็บโหลดง่ายขึ้น โหลดเร็วขึ้นเพื่อให้ยูเซอร์สะดวกในการเข้าถึงคอนเทนต์มากขึ้น

เปลี่ยนสู่ยุคสมัย Mobile first

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เริ่มเกิดสังคมก้มหน้า เราก็เริ่มให้ความสำคัญกับการอ่านบนโมบายล์มากขึ้น Sanook! เริ่มมีโมบายล์เวอร์ชั่น เพราะยูเซอร์ของเราเข้าอ่านคอนเทนต์ผ่านมือถือมากถึง 70% การดีไซน์เพื่อรองรับทุก Devices จึงเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงเริ่มปรับหน้าพิเศษต่างๆ ให้เป็นรูปแบบ Responsive เพื่อสะดวกในการอ่านบนโมบายล์และแท็บเล็ต เนื่องจากการดีไซน์แบบ Responsive จะช่วยปรับภาพให้พอดีกับหน้าจอทุกขนาด รวมทั้งดึงข้อมูลแค่บางส่วนจากเดสท็อปมาแสดง ทำให้เวลาที่เราเปิดเว็บบนโมบายล์ก็จะใช้เวลาโหลดได้เร็วขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว

และตอนนี้เราก็พัฒนาแอปพลิเคชั่น Sanook! เพื่อเป็นทางเลือกของยูเซอร์อีกทางด้วย

ปัจจุบันต้องคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ

สิ่งสำคัญที่สุดของเว็บหรือสินค้าทุกชนิดก็คือ ตัวสินค้าหรือคอนเซ็ปต์หลัก กับการบริการลูกค้า ส่วนอื่นๆ ที่เราสร้างขึ้นล้วนต้องทำเพื่อสนับสนุนสิ่งข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ, โปรแกรมมิ่ง, ฯลฯ ถ้าเราทำ 2 ตัวหลักได้ดีก็เท่ากับบริการลูกค้าหรือยูเซอร์ของเราอย่างดีไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

พี่อั๋นยังเสริมอีกว่า “พูดง่ายๆ ดีไซน์เป็นการแก้ปัญหาให้ยูเซอร์ เช่นถ้าหน้านั้นต้องการให้ยูเซอร์ Register บางอย่าง คนทำดีไซน์ต้องรู้แล้วว่าต้องทำปุ่มอย่างไรให้ทำหน้าที่ให้คนเห็นและเข้าใจได้ง่าย เรียกง่ายๆว่า ปุ่มทำหน้าที่ปุ่ม ตามฟังก์ชั่นของมัน รูปภาพก็ต้องสื่อถึงคอนเทนต์ให้เห็นแล้วเข้าใจ รวมๆแล้วเราเรียกมันว่า User Interface (UI)” แล้ว UI คืออะไรล่ะ บางคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับศัพท์คำนี้

รู้จัก UX UI เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับยูเซอร์

งานดีไซน์เพื่อให้ยูเซอร์ใช้แล้วเกิดความรู้สึกที่ดีและอยากบอกต่อเราเรียกว่า User Experience (UX) ส่วนหน้าตาของหน้าเว็บไซต์ เน้นที่ฟังชั่นก์ต้องใช้งานง่าย เราเรียกว่า User Interface (UI)

จริงๆ แล้วงานดีไซน์เราเน้นที่การใช้งานของยูเซอร์ นั่นหมายถึงให้ยูเซอร์ได้รับประสบการณ์ที่ดี เรื่อง UX ไม่ได้เกิดเฉพาะในงานดีไซน์แต่เกิดขึ้นกับงานโปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ ด้วย ซึ่งการจะให้ยูเซอร์ได้รับประสบการณ์ที่พึงพอใจก็ต้องเกิดจากการมี UI ที่ดี หน้าตาสวยงาม มีฟังก์ชั่นใช้งานได้อย่างคุ้นเคยเป็นสิ่งสำคัญ

จากเรื่องราวทั้งหมดเราพอจะสรุปได้ว่า งานเว็บดีไซน์นั้นนอกจากทำเพื่อความสวยงามตามที่เราเข้าใจกันแล้ว ตอนนี้กลับมีสิ่งที่สำคัญกว่ามาแทนที่ คือ ‘การใช้งานของยูเซอร์’ ซึ่งทุกเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญ

แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคนทำงานที่ทำด้วยความเข้าใจงานอย่างแท้จริง ดังเช่นดีไซเนอร์คนนี้ที่กล้าพูดกับเราว่า จริงๆ แล้วงานเธอเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของเว็บไซต์ก็คือ ‘คอนเทนต์’ เธอจึงนิยามงานของเธอไว้อย่างถ่อมตัวว่า “เราเป็นฝ่ายสนับสนุนค่ะ”


ขอขอบคุณข่าวจาก


ข่าวเทคโนโลยี

More in ข่าวเทคโนโลยี

news

11 เหตุผลที่ iPhone 6s ยังน่าใช้มากกว่า iPhone 8 และ iPhone X

news todayOctober 19, 2017
news

Nokia 9 หลุดภาพเรนเดอร์ โชว์จอขอบโค้งพร้อมกล้องคู่ Carl Zeiss

news todayOctober 5, 2017
news

เปิดราคา iPhone 8 เครื่องหิ้ว ณ MBK

news todaySeptember 26, 2017
news

คลิปเปรียบเทียบความเร็วระหว่าง iOS 10.3.3 และ iOS 11

news todaySeptember 21, 2017
news

Huawei แขวะ Apple เตรียมเปิดตัวสมาร์มโฟน AI ของแท้ เร็วๆนี้

news todaySeptember 19, 2017
news

5 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากให้แบต iPhone เสื่อมเร็ว

news todaySeptember 18, 2017