เจ้าจอม

เจ้าจอม
  จอม เจิดจ้า ชื่อนี้ใครๆในย่านคลองรังสิตรู้จักกันดีในความขยัน อดทน และกตัญญู ซึ่งมีหน้าตาผิวพรรณสะอาดดูดี ซึ่งไม่หน้าเชื่อว่าจะเป็นลูกของนางลำเจียกได้เลย ลำเจียกทารุณกรรมตบตีจอมตลอด ดังไม่ใช่ลูกของตนและแท้ที่จริงจอมก็ไม่ใช่ลูกลำเจียก จอมเป็นลูกของพุทธชาติที่เกิดกับดำรง......ก็เห็นจะมีแต่ยายจันหญิงชราตาบอดแม่ของลำเจียกที่รักและเอ็นดูจอมมากกว่าลูกแท้ๆของตนเอง จอมเป็นเด็กกตัญญูรู้คุณมาก เธอพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อนำเงินมาให้กับลำเจียกใช้สอย แต่ลำเจียกก็นำไปเล่นการพนัน จนหมด ซึ่งจอมก็หาได้รับความรักจากลำเจียกเลยกลับตอบแทนเธอด้วยการทารุณกรรม ตบตี จอมจนเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงยายจันเท่านั้นที่มอบความรัก ความห่วงใย และความอบอุ่นให้จอม แต่จอมก็ยังรักลำเจียกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของตนเสมอมา แต่จอมหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วลำเจียกไม่ใช่แม่ของตนมันมีความลับบางอย่างที่จอมไม่รู้เลย เจ้าเปีย เพื่อนรักในวัยเด็กของจอม ที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด แม้กระทั่งตอนที่เจ็บป่วยจากการถูกนางลำเจียกตบตีก็หายามาให้เพราะความจนและลำเจียกก็ไม่เคยดูดำดูดีในตอนที่จอมป่วยเลย แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อเพียงแต่คิดเสมอว่าทำไมแม่จึงไม่รักตน....จอมไปรับฝักบัวมาขายตามสี่แยกถนนแถวรังสิต เพื่อรายได้มาดูแลยายจันทำให้เธอได้พบกับ แรก ทัดเทพ ธรรมสถิต เมื่อเขาเห็นจอมก็ตกใจเพราะจอมหน้าเหมือน “รอง” น้องชายของเขาที่จมน้ำตายไปต่อหน้าซึ่งไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย…

เรื่องย่อละครริษยา

เรื่องย่อละครริษยา
  หม่อมชุลี (ชไมพร จตุรภุช) มีมารดาเป็นหม่อมเจ้าหญิง บิดาเป็นเจ้าพระยา มีน้องสาวชื่อ ชวนชื่น (อัญษนา บุรานันท์) ซึ่งมีนิสัยตรงกันข้ามกับหม่อมโดยสิ้นเชิง คุณชวนชื่น เป็นคนใจดีมีเมตตาและอ่อนโยน หม่อมชุลี มีลูกชายคนเดียว คือ หม่อมราชวงศ์หริพันธ์ (ชนะพล สัตยา) ท่านพ่อของคุณชายหริพันธ์ สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่คุณชายยังเด็ก ด้วยการผูกพระศอตนเอง เพราะทนความดุดันและการวางอำนาจของหม่อมไม่ไหว ท่านทรงมีธิดาน้อยอีกหนึ่งคนเกิดจาก แวว ต้นห้องของหม่อมชุลี ต่อมาแววทนความทารุณของหม่อมไม่ได้ จึงหนีออกจากวังไป ทิ้ง หม่อมราชวงศ์วรรศิกา (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวให้หม่อมชุลี เลี้ยงดูมาจนโต วรรศิกา…

สาปดอกสร้อย

สาปดอกสร้อย
  สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย “คณะดอกสร้อย” เป็นที่ร่ำลือไปทั้งนครเขลางค์ ว่าเป็นคณะการแสดงเร่ที่สร้างความบันเทิงได้อย่างน่าประทับใจ การรำฟ้อนของดอกสร้อย ช่างงดงามอ่อนช้อย โดยเฉพาะความงามของเธอ..ไม่ว่าชายหรือหญิง หนุ่มหรือแก่ ตั้งตารอคอยชมการแสดงของเธอสักครั้งในชีวิต โดยหารู้ไม่...ภายใต้ความงามของดอกสร้อย มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ .............................................................................................................. ดอกสร้อย (ทิสานาฏ ศรศึก) ฟ้อนร่ายรำตามจังหวะเสียงสะล้อซอซึง.... ใบหน้ายิ้มพริ้มเพราให้ผู้ชม แต่ทุกครั้งที่ดอกสร้อย หันไปเจอ ฟองจันทร์ (ณหทัย พิจิตรา) แม่เลี้ยง ภาพแห่งความเศร้าและขมขื่นก็ปรากฏชัดขึ้นในใจ.....หลังจากแม่ตายด้วยไข้ป่า คำป้อน (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) แต่งงานใหม่กับฟองจันทร์ ฟองจันทร์เกลียดชังลูกเลี้ยงหาทางกลั่นแกล้งดอกสร้อย สารพัด ดอกสร้อยจำต้องยอมฟองจันทร์ เพราะรู้ว่าคำป้อนรักและหลงฟองจันทร์มาก... ฟองจันทร์ มีลูกให้กับคำป้อน…

ลูกตาลลอยแก้ว

ลูกตาลลอยแก้ว
  อนาวิล รัชชานนท์ หรือ ต้นตาล (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ทายาทเจ้าของธนาคารอันดับต้นของเมืองไทย กำลังจะไปทำงานสายตั้งแต่วันแรก หลังกลับมาจากเมืองนอก แถมวันนี้ยังมีนัดสำคัญ เพราะ ธีรเดช (ปริยะ วิมลโนช) พี่ชาย จะแนะนำเขาให้รู้จักกับหุ้นส่วนของธนาคาร อนาวิล จึงจำเป็นต้องขอยืมมอเตอร์ไซด์สภาพแย่ของ เผือก (เก่งกาจ ณรงค์ศักดิ์ อังกาบ) คนขับรถที่บ้านไปใช้แทนรถเบนซ์ เพื่อขี่ลัดเลาะไปประชุมให้ทันในช่วงเวลารถติดยามเช้าแบบนี้ แต่ก็มีเหตุให้อนาวิล ไปไม่ทันอยู่ดี เพราะรถมอเตอร์ไซด์ของเขาชนกับรถเก๋งคันหรูของ มินทรา วรโชติ หรือ แก้ว (ซอนญ่า สิงหะ) มินทราเห็นสภาพชายหนุ่มคู่กรณี…

ขุนกระทิง

ขุนกระทิง
ขุนกระทิง ผู้กองมหาชาติ (ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์) นายตำรวจหนุ่มไฟแรงที่มีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ ฉายา “ไอ้กระทิงไฟ” แต่ความใจร้อนที่จะปราบปรามแก๊งค้าอาวุธสงครามของเมฆิน (โอริเวอร์ บีเวอร์) มาเฟียใหญ่ชาวต่างชาติ ทำให้เขาทำงานผิดพลาด และต้องสูญเสียดุจดาว (เอมี่ กลิ่นประทุม) ตำรวจสาวคนรักไป แถมตัวเองยังต้องถูกพักงานอีก มหาชาติยังแค้นฝังใจและสัญญากับตัวเองว่าจะตามล่าแก๊งเมฆินให้ได้ เมื่อมหาชาติพ้นสภาพจากการโดนพักงาน เขาก็กลับมาลุยงานเต็มที่ โดยเริ่มจากสามแก๊งใหญ่ของไทยเพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่อย่างเมฆินที่พวกมันติดต่อทำการค้าด้วย โดยมีวิญญู (ธนา สุทธิกมล) นักธุรกิจหนุ่มเพื่อนรักคอยช่วยเหลือ เพราะวิญญูศึกษาธรรมะและนั่งวิปัสสนาอย่างจริงจัง จนสามารถมองเห็นอดีตชาติและอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ แม้มหาชาติจะยังไม่เชื่อ แต่ก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณวิญญูที่สามารถไปช่วยเขาไว้ได้ทุกครั้ง และการที่ต้องแวะเวียนมาหาวิญญูบ่อยๆ ทำให้เขาได้รู้จักและสนิทสนมกับขวัญตา (พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์) เลขาสาวผู้คล่องแคล่วของวิญญู ทำให้โลกของมหาชาติสดใสขึ้นอีกครั้ง…

โนห์รา

โนห์รา
โนห์รา ทิว ทองเติม (รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง) เกิดในครอบครัว “โนห์รา” ทั้งปู่และพ่อเป็นโนห์ราที่มีชื่อเสียงมาก และทิวก็รำได้สวยงาม เขามีคนรักชื่อ พิมพา (อุษณีย์ วัฒฐานะ) มี สมพร (สนธยา ชิตมณี) เป็นเพื่อนสนิท สมพรทำหน้าที่ตีกลองชาตรีในคณะของทิว ความรักของทิวกับพิมพามีอุปสรรค เพราะ ละเมียด (น้ำเงิน บุญหนัก) ยายของพิมพา กีดกัน รังเกียจว่าทิวยากจน แต่กลับไปสนับสนุน ขุนอรรถกรคดี (พลรัตน์ รอดรักษา) วัย 40 ปี ให้แต่งงานกับพิมพา…

ไฟรักเกมร้อน

ไฟรักเกมร้อน
ไฟรักเกมร้อน พิรญาณ์ หรือ พิณ (แซมมี่ เคาวเวลล์) ลูกสาวคนโตของ พีระเดช (สันติสุข พรหมศิริ) ปลัดกระทรวงฯ และ มัทนา (กชกร นิมากรณ์) เจ้าของธุรกิจอัญมณี ได้แต่งงานกับ ปาณัท หรือ นนท์ (ธันวา สุริยจักร) ลูกชายคนโตของ เปรมสุดา (มัณฑนา หิมะทองคำ) เลขาฯ ของพีระเดช อย่างเรียบง่ายตามพิธีกรรมทางศาสนาในโบสถ์แห่งหนึ่งในอเมริกา ปาณัทแอบชอบพิรญาณ์ ตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่เมื่อเริ่มโตก็ห่างๆ กันไป ทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่เมืองพอร์ตแลนด์ ขณะนั้นปาณัท…

แฝดล่องหน

แฝดล่องหน
แฝดล่องหน เด็กหญิงแฝด สามคน ที่หน้าตาเหมือนกัน กำลังวิ่งไล่เล่นกันอยู่ในร้านตัดเสื้อชุดแต่งงานและเวดดิ้งสตูดิโอขนาดใหญ่ เด็กหญิงคนนึง หยิบได้กรรไกร ก็วิ่งไล่แข่งกันจะเป็นช่างตัดเสื้อผ้า ทั้งสามคนวิ่งไล่กันอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกระจกส่องเต็มตัว กรรไกรถูกแย่งกันไปมา เด็กวิ่งไล่ยิ้มแย้ม ผู้เป็นพ่อคุยงานอยู่ด้านล่างเสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปตามลูก จากเสียงเด็กหัวเราะก็กลายเป็นเสียงเด็กร้องวี๊ด คนเป็นพ่อ วิ่งเข้าไปในห้องกระจก สิ่งที่เขาเห็นคือ ลูกสาวคนนึงนอนจมกองเลือดอยู่ เด็กแฝดที่เหลืออีกสองคน หน้าซีดหวาดกลัว ผู้เป็นพ่อตกใจวิ่งเข้าไปดูอาการลูกสาวที่ถูกกรรไกรปักเข้าตรงหัวใจเสียชีวิตไปแล้ว เด็กแฝดที่เหลืออีกสองคนตกใจ หาดกลัวมองกัน ท่ามกลางภาพสะท้อนนับสิบของเงาตัวเองในห้องกระจกเหล่านั้น ไม่มีใครรู้ว่า ใครเป็นต้นเหตุทำให้เด็กคนนั้นล้มถูกกรรไกรทิ่มตาย พิมพ์ดาว(แม็กกี้ อาภา) และ พิมพ์เดือน(แม็กกี้ อาภา) สองสาวฝาแฝดเติบโตขึ้นเป็นสาวแล้ว เรื่องราวในอดีตการเสียชีวิตของพิมพ์จันทร์ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง ไม่มีใครพูดถึงมันอีกเลย ถึงพิมพ์ดาว และ…

พิรุณพร่ำรัก

พิรุณพร่ำรัก
พิรุณพร่ำรัก ชามินต์(อมีนา กูล)เป็นเด็กกำพร้าและได้รับการอุปการะทุนการศึกษานักเรียนแพทย์จากตระกูลชานซึ่งเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง หลังจากเรียนจบชามินต์ก็เข้าทำงานเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลของตระกูลชาน ทุกๆวันหลังเลิกงาน ชามินต์จะเดินจากโรงพยาบาลเพื่อกลับแมนชั่นที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลนักและวันนี้ก็เป็นเช่นทุกวัน แต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม ... ชามินต์ได้พบกับชายหนุ่มแปลกหน้าคน นึงนอนสลบเนื้อตัวเปียกปอนอยู่ในตรอกข้างทางและเธอได้ตัดสินใจพาเขากลับไปที่แมนชั่นของเธอ เมื่อตรวจดูอาการชามินต์พบว่าตามร่างกายของเขามีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายและ เขามีอาการไข้ขึ้นสูง เธอจึงให้การดูแลจนเขาหายไข้และเมื่อฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าเขาจำอะไรไม่ ได้เลยแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง ชามินต์ตั้งชื่อให้เขาว่า โลแกน(ธนิน มนูญศิลป์) เมื่ออยู่ในที่พักโลแกนเป็นชายหนุ่มที่ร่าเริงสดใส ขี้เล่นซึ่งแตกต่างกับชามินต์สิ้นเชิง ชามินต์ พยายามซักถามถึงที่มาของโลแกนเพื่อหาทางพาเขากลับไปส่งบ้าน แต่โลแกนก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง มีเพียงอย่างเดียวที่เขารู้สึกก็คือเขาไม่ชอบโรงพยาบาลโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำไม ดังนั้นเมื่อชามินต์ต้องการให้เขาไปตรวจที่โรงพยาบาลโลแกนจึงปฏิเสธหัวชนฝาจนชามินต์ยอมแพ้ และให้เขาพักอยู่กับเธอในช่วงแรกไปก่อนจนกว่าจะจำอะไรได้ แม้ชามินต์จะเป็นคนไว้ตัวและดูเย็นชาแต่ความเอาใจใส่ที่เธอมีต่อโลแกนทำให้เขาประทับใจ โลแกนจึงพยายามที่จะตอบแทนเธอด้วยการทำอาหารเช้าและเย็นให้ คอยปลุกเธอให้ตื่นไปทำงาน ทำตัวเป็นหมาหงอยในยามที่เธอหงุดหงิดและอารมณ์เสีย แถมวันไหนอุตุนิยมพยากรณ์ว่าจะมีฝนตก โลแกนก็จะกางร่มเดินไปรอรับเธอที่หน้าโรงพยาบาลทุกครั้ง ขณะที่ชามนต์เองแม้จะตั้งกำแพงไม่สนใจผู้ชาย คนไหน มีเพียงเดนนิส(วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ)หมอหนุ่มลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลที่เธอทำงานเท่านั้นที่ชามินต์แอบสนใจโดยที่เดนนิสไม่รู้ตัว…

เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เมื่อพูดถึงหญิงสาวเลอค่าในแวดวงไฮโซเมืองไทย ทุกคนจะต้องนึกถึงสองเซเลบริตี้ที่เฉิดฉายข่มรัศมีกันไม่ลง หนึ่งในนั้นคือ อนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ ผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีรายใหญ่ของไทยที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งว่าที่นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลในเจเนอเรชั่นใหม่ ถ้าอนุศนิยาสูงส่งเปรียบได้กับเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้าง โสมมิกา พรรณราย ผู้เป็นทายาทพันล้านของผู้มีอิทธิพลชื่อดัง ก็ไม่ยอมน้อยหน้าไปกว่ากัน เธอฉีกตัวเองให้เป็นดาวดังในแวดวงเซเลบในฐานะคาสโนวี่ของเมืองไทย ที่ใครๆ ก็พากันตั้งฉายาให้แก่ความเซ็กซี่ ขี้เล่นของเธอว่าเป็นปารีส ฮิลตันของเมืองไทยนั่นเอง ทั้งอนุศนิยาและโสมมิกาต่างเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย แม้จะไม่มีอะไรเหมือนกันแต่ทั้งคู่ก็ถูกมองเป็นคู่แข่งกันอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อไม่สามารถเปรียบได้ว่าใครเหนือกว่าใคร คำตอบสุดท้ายก็คงจะต้องตัดเชือกกันที่ผู้ชายที่สองสาวจะเลือกเป็นคู่ครองนั่นเอง ....แม้ว่าใครๆ จะมองสองสาวด้วยความอิจฉา แต่ดูเหมือนทั้งสองสาวจะรู้สึกว่าความร่ำรวยของเธอเหมือนจะเป็นคำสาปมากกว่า เพราะเงินและความร่ำรวยทำให้ทั้งคู่ห่างไกลจากคำว่า “รักแท้” …. อนุศนิยากับโสมมิกาได้มาเจอกันอีกครั้งในงานเปิดตัวโรงแรมของไฮโซชื่อดังบนเกาะแถบอันดามัน ในงานนั้นเป็นงานที่อนุศนิยาได้มาเจอโสมมิกาควงกันมากับชยากรอาของเธอเอง ด้วยความหมั่นไส้ในความเชิดหยิ่งและถือตัวของอนุศนิยา ทำให้โสมมิกาคิดวางยาลงในแก้วเครื่องดื่มของอนุศนิยาเพื่อให้เธอหยุดเล่นตัวและเสร็จหนุ่มซักรายในงานนั้น ในตอนดึกระหว่างที่นั่งเรือสปีดโบทกลับไปยังโรงแรมบนฝั่ง อนุศนิยารู้สึกเมายามาก เธอไม่มีสติพอที่จะควบคุมตนเอง และเมื่อมีหนุ่มแปลกหน้าเริ่มฉวยโอกาส…